June 26, 2017

Facebook เตรียมเปิดบริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์แก่ผู้ผลิตคอนเทนต์ทุกรายในไทย พร้อมอัพเดทอย่างทันท่วงทีกับทุกข่าวสารบนโลกของ Facebook

2016-02-18_214612

  Facebook มีความยินดีที่จะประกาศว่าในวันที่ 12 เมษายน 2559 ที่งานประชุม Facebook F8 Facebook เตรียมเปิดให้บริการ อินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ กับสำนักข่าว ผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์ทุกราย ไม่ว่าจะเป็นขนาดไหนหรืออยู่ที่ใดในโลก ปัจจุบัน Facebook ทำงานร่วมกับสำนักข่าวหลายร้อยรายทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์การอ่านข่าวที่รวดเร็วและเต็มอิ่มให้กับผู้อ่านบนแพลตฟอร์มของ Facebook ได้อย่างน่าทึ่ง โดยที่ Facebook นั้นรับฟังข้อเสนอแนะจากสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงบริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ให้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อเปิดให้บริการกับสื่อต่างๆ ในวงกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

 

อินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ เป็นการนำเสนอบริการการอ่านข่าวอันรวดเร็วแก่ผู้ใช้ Facebook เพื่อแก้ปัญหาการดาวน์โหลดคอนเทนต์จากเว็บไซต์บนมือถือที่ใช้เวลานาน ซึ่งส่งผลให้การอ่านข่าวบนมือถือไม่ทันใจ อุปสรรคดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงกับทั้งสำนักข่าวและผู้ผลิตคอนเทนต์ทุกราย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตบนมือถือยังไม่เสถียรมากนัก จากการตระหนักถึงปัญหานี้ Facebook จึงตั้งเป้านำเสนอบริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ ให้กับสำนักข่าวและผู้ผลิตคอนเทนต์ทุกราย และในวันนี้ ก็สามารถนำเสนอบริการดังกล่าวให้กับทุกสื่อ เพื่อให้สื่อต่างๆ สามารถยกระดับประสบการณ์การอ่านข่าว และเข้าถึงผู้อ่านได้อย่างรวดเร็วและง่ายขึ้นบน Facebook

2016-02-18_214650 

องค์กรเกี่ยวกับสื่อและสื่อมวลชนทั้งหลายเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับ Facebook เป็นอย่างยิ่ง และ Facebook ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับทั้งสำนักข่าวและผู้อ่านบน Facebook เพื่อตอบสนองประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และด้วยบริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์นี้เอง สำนักข่าวต่างๆ จะสามารถควบคุมคอนเทนต์ รวมถึงข้อมูลและโฆษณาต่างๆ ทั้งหมดได้ด้วยตนเอง โดยสามารถลงโฆษณาและรับรายได้ทั้งหมดโดยตรง อีกทั้งยังติดตามผลการลงโฆษณาจากระบบมาตรวัดประสิทธิภาพของโฆษณาที่ใช้อยู่เดิม หรือเลือกเพิ่มช่องทางรายได้จากคอนเทนต์ ผ่านทาง Facebook Audience Network นอกจากนี้ สำนักข่าวยังสามารถใช้ระบบการวิเคราะห์ผลบนเว็บไซต์ (Web-based analytics system) ที่ใช้บริการอยู่ เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้อ่านบทความ หรือให้บริษัทที่รับบริการในรูปแบบนี้โดยเฉพาะดำเนินการแทน อีกทั้งสำนักข่าวยังสามารถใช้เครื่องมือด้านมัลติมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและความพิเศษให้แก่บทความหรือคอนเทนต์ต่างๆ ซึ่งเปิดอ่านได้อย่างรวดเร็วบน Facebook โดยไม่มีข้อจำกัดว่าผู้อ่านจะอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้

Facebook ได้พัฒนาระบบจากเครื่องมือที่สำนักข่าวต่างๆ ใช้งานกันอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย บริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ทำงานโดยใช้ระบบภาษาของเว็บไซต์ และต้องร่วมกับระบบการจัดการคอนเทนต์ของสำนักข่าวนั้นๆ โดยที่ Facebook ได้จัดทำเอกสารในรูปแบบ open standard ให้สื่อต่างๆ นำไปใช้ได้อย่างไม่ซับซ้อน Facebook สนับสนุนให้สำนักข่าวและผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆ ที่สนใจ ศึกษารายละเอียดจากเอกสารดังกล่าว และเตรียมตัวสำหรับการเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งผู้ผลิตคอนเทนต์ทุกรายจะสามารถนำประสบการณ์การอ่านข่าวอันรวดเร็วและอินเทอร์แอคทีฟนี้ไปสู่กลุ่มผู้อ่านของตนเอง

เป้าหมายสูงสุดของ Facebook คือการเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับเรื่องราว โพสต์ วิดีโอ หรือรูปภาพต่างๆ ที่สำคัญต่อพวกเขา การเปิดให้บริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ในวงกว้างจะช่วยให้สำนักข่าวต่างๆ สามารถผลิตและส่งต่อเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยใช้เวลาดาวน์โหลดเพียงน้อยนิด และเข้าถึงผู้อ่านจากทั่วทุกมุมโลก สำนักข่าวยังสามารถควบคุมการรายงานข่าวหรือคอนเทนต์ต่างๆ การโฆษณา รวมถึงข้อมูลที่จะเผยแพร่ได้อย่างเต็มที่

Facebook ได้ร่วมมือกับสำนักข่าวชั้นนำในประเทศไทยที่เริ่มบริการเผยแพร่ข่าวผ่านทางอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์แล้ว ดังนี้ ไทยรัฐ, คม ชัด ลึก, ข่าวสด, มติชน, ผู้จัดการออนไลน์ และ เว็บไซต์กระปุก โดยมีสำนักข่าวอื่นๆ ที่ได้ร่วมลงนามในโครงการแล้ว จะเริ่มเผยแพร่ข่าวบนแพลตฟอร์มของ Facebook ในเร็วๆ นี้ ได้แก่ เดลินิวส์, เนชั่น ทีวี และประชาชาติธุรกิจ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ได้ที่ http://instantarticles.fb.com/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับความต้องการทางด้านเทคนิคของบริการอินสแตนท์ อาร์ติเคิลส์ โปรดอ่านเอกสารที่ https://developers.facebook.com/docs/instant-articles

ที่มา instantarticles

Comments

comments

share meShare on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

About The Author

wasan007

“It is never too late to be what you might have been.”

Related posts