April 23, 2017

ทริคง่ายๆ สำหรับการวิ่งช่วยน้อง ในโครงการ #TeamUnicef ด้วย Garmin/Fitbit/SUUNTO/TOMTOM/POLAR

Teamunicef

ใครที่เป็นนักวิ่ง หรือวิ่งออกกำลังกาย เป็นประจำอยู่แล้วในช่วงนี้ หรือยังก็ตามที ยังมีเวลาที่จะเข้าร่วมโครงการ #TeamUnicef ช่วยน้องๆ ได้ ด้วยการวิ่งหรือการเดิน โดยการจับระยะทางผ่าน แอปต่างๆ เช่น Strava, Nike+, Runkeeper, Runtastics และ Mapmyrun แต่วันนี้ผมมีเทริคง่ายๆ ที่ช่วยให้คนที่มีอุปกรณ์วิ่งอยู่แล้วสำหรับสองยี่ห้ออย่าง Garmin และ Fitbit หรือยี่ห้ออื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปเหล่านี้ได้อยู่แล้ว เพื่อช่วยให้การวิ่งช่วยน้องๆ กับ #TeamUnicef ง่ายขึ้น โดยากรวิ่งครั้งนี้หมดเขตในวันที่ 18 กันยายน ดังนั้นยังมีเวลาอีกเกือบเดือนนะ

เป็นทริคง่ายๆ สำหรับคนใช้งาน Garmin และ Fitbit ซึ่งผมเองใช้งานอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นเลยมีทริคสำหรับคนใช้งานสองยี่ห้อนี้ ล่ะครับ จริงๆ เคล็บไม่ลับเลยก็คือ การซิงค์ข้ามแอปนั่นเอง โดยปกติแล้ว สองค่ายนี้จะรองรับแอปที่สามารถส่งข้อมูลออกไปยังแอปต่างๆ ที่เราเคยใช้งานหรือลงทะเบียนเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้ ผมเชื่อเลยว่าก่อนหน้าที่จะคิดซื้ออุปกรณ์แทรคการวิ่งหรือการออกกำลังกายของเรา ทุกคนจะต้องมีแอปใช้งานอย่างน้อย 1 แอป ก็ต้องถือ Smartphone ติดตัวไปด้วยระหว่างการออกกำลังกาย ในที่นี้ผมก็คงหมายถึงการวิ่งนั่นล่ะ ซึ่งพอไปๆ ก็อยากได้ความสะดวก หรืออยากจะได้ข้อมูลมากขึ้น ก็จะไปหาอุปกรณ์ต่างๆ มาเพิ่มเติม สำหรับผมก็คือ #Forerunner235 และ #FitbitSurge ณ ปัจจุบันนี้

TeamUniecf-Connect-tip

สำหรับ #Teamunicef หมดเขต 18 กันยายน ผมเห็นว่ายังมีเวลา เลยมาบอกเป็นบทความสั้นๆ เผื่อใครที่ยังไม่รู้ และมีบรรดา Garmin หรือ Fitbit ในข้อมืออยู่แล้ว จะได้สะดวกมากขึ้น

TeamUniecf-Connect-tip-2

บน Unicef กดเข้าไปที่ MyApplication และอย่าลืมกด VALIDATE ด้านล่างเพื่อตกลงซิงค์ข้อมูลนะครับ

 

เริ่มด้วย Strava แอปสำหรับนักวิ่งและนักปั่น

TeamUniecf-Connect-tip-1

เริ่มจาก Garmin ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ เราต้องเชื่อมต่อกับ Garmin Connect ซึ่งทุกคนที่ใช้งานคงมีแอคเค้าท์อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ? ถ้ายังล่ะก็ลงทะเบียนสมัครเลย ส่วนคนที่สมัครเรียบร้อยแล้ว จริงๆ แล้วแอปที่แนะนำให้ซิงค์กับ Garmin ก็คือ Strava ซึ่งก็ไม่แน่ใจส่วนใหญ่ได้ใช้งานกันหรือเปล่า ง่ายๆ เลยก็เข้าไปบนเว็บ Strava จากนั้นก็ login ปกติ แล้วเข้าไปที่ Upload Device ตามลิงค์นี้ https://www.strava.com/upload/device จากนั้นก็เลือก Connect อุปกรณ์ หรือยี่ห้อที่เราใช้งานได้เลย ซึ่งหลักๆ คือ Garmin และยังมี Fitbit ด้วย

ส่วนใครที่ใช้ Fitbit ก็กด strava.fitbit.com/ เพื่อเชื่อมต่อได้เช่นเดียวกัน ง่ายมากๆ โดยอุปกรณ์ที่ผมมีคือสองยี่ห้อนี้นะครับ ส่วนอื่นๆ นั้นลองกดตามลิงค์ในหน้าลิงค์ตามภาพเลย เพราะเชื่อมอต่อได้ทั้ง SUUNTO, POLAR, TOMTOM ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนก็ใช้งานแตกต่างกันตามความชอบ ซึ่งผมขอยกยอดไม่บอกวิธีการนะครับ บางยี่ห้อก็ต้องเข้า login ของตัวเองแล้วไปกดเชื่อมต่อกันอีกทีนึง

Runkeeper แอปสำหรับนักวิ่ง

TeamUniecf-Connect-tip-7

 

ซึ่งแรกๆ ผมก็ใช้เจ้านี่เป็นหลัก เพราะค้นหาจาก google play store ล่ะครับ เห็นชื่อว่า run ก็เก็บมาใช้งานตั้งแต่เริ่มวิ่งแรกๆ เมื่อสองปีที่แล้ว ก็เก็บข้อมูลเรื่อยๆ มา แอปนี้สามารถเชื่อมต่อกับ Fitbit ได้อย่างเดียวเลย โดยไป log in ตามปกติบนหน้าเว็บ => ไปที่ Account Setting => เลือกที่ Apps จากนั้นก็กด Connect Fitbit ซะให้เรียบร้อย จบครับ ง่ายมาก

 

Runtastics

TeamUniecf-Connect-tip-3

ผมว่าแอปนี้ก็มีจำนวนคนใช้งานไม่น้อยเลย log in ใช้งานบนหน้าเว็บตามปกติ เข้าไปที่ setting=> Devices และกด connect กับ Fitbit ล่ะครับ ส่วนตัวผมก็ใช้งานเพราะมีคนจำนวนนึงที่เป็นเพื่อนๆ กันใช้งาน

 

Nike+ แอปตัวโปรด

TeamUniecf-Connect-tip-5

สำหรับแอปนี้เป็นแอปตัวโปรดผมเพราะน่าจะมีเพื่อนมากที่สุดแล้ว และมีการ Challange กันในวงอย่างเยอะเลย ก็เลยติดไปโดยปริยาย ซึ่งการเชื่อมต่อสามารถใช้งานได้กับ Garmin อย่างเดียว วิธีการคือเข้าไปที่แอปบนมือถือ แล้วกดไปที่ Account Settings => Partners => เลือก Garmin ครับ พอดีผมเข้าหน้า setting บนเว็บไม่ได้นะครับ เลยต้องทำบนมือถือแทน

 

ส่วนแอปสุดท้ายผมไม่ได้ใช้งานก็เลยไม่แน่ใจว่าซิงค์กับอะไรได้นะครับ ไม่ได้ลองด้วย ขอข้ามไปเลยก็แล้วกัน

TeamUniecf-Connect-tip-6

ทั้งหมดนี้ก็น่าจะพอช่วยให้คนที่รักการออกกำลังกาย หรืออยากจะหันมาออกกำลังกาย ได้ประโยชน์ทั้งตัวเอง และยังช่วยน้องๆ ในโครงการของ #TeamUNICEF ได้อีกด้วย จำนวนเงินอาจจะไม่มากมายนัก ถ้ามีกำลังก็บริจาคต่อเดือนได้ โดยในแคมเปญจ์นี้มีให้เลือกบริจาคต่อเดือน และได้คะแนน 450 คะแนนด้วยนะครับ ใครที่อยากบริจาคโดยไม่ได้วิ่งล่ะก็ ทำได้ แต่อาจจะไม่ได้ Team UNICEF Champion certificate. ซึ่งต้องได้คะแนนมากกว่า 1,000 คะแนนขึ้นไป ดังนั้นถ้าอยากได้ล่ะก็ต้องออกวิ่งกันล่ะ

 

Comments

comments

share meShare on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

About The Author

Happyman

PDAMobiz Editor นักเขียน บทความและรีวิว สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทุกชนิด Smartphone|Tablet |Gadget| Enterprise IT|Socail Media|Digital Content|Everyting Jingle Bell

Related posts