รีวิว Huawei G7 Plus สุดยอด Mid-range phones คุ้มข้ามปี

1

 Huawei G7 Plus เปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา และวางจำหน่ายมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วครับ แต่เมื่อไล่เรียงดูตลาด Mid-range ณ ปัจจุบัน Huawei G7 Plus จัดว่าเป็นรุ่นที่ไม่เอาท์และยังน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย เพราะภาพรวมนั้นค่อนข้างจัดเต็ม ทั้งตัวสเปคและวัสดุที่มีความพรีเมี่ยม และที่สำคัญคุณภาพกล้องของ G7 Plus นั้นแจ่มมากทั้งกล้องหน้า-หลัง เมื่อบวกลบคูณหารกับราคาค่าตัวแล้ว ต้องบอกว่าเป็นรุ่นที่คุ้มข้ามปีจริง ๆ ครับ

สเปคเบื้องต้นของ Huawei G7 Plus

  • หน่วยประมวลผล Qualcomm® MSM8939v2 Snapdragon™ 616 (Octa Core) ความเร็ว 1.5GHz+1.2GHz
  • หน่วยความจำภายใน 32GB และรองรับหน่วยความจำภายนอก MicroSD card ได้สูงสุดที่ 128GB
  • แรม : 3GB
  • จอแสดงผล : ชนิด IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080P, กระจก 2.5D Curved  Corning Gorilla, OGS (One Glass Solution)
  • การเชื่อมต่อ 2G : 850/900/1800/1900 MHz
  • การเชื่อมต่อ 3G : 850/1900/2100 MHz
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE 800/1800/2100/2600 LTE-TDD 2300 MHz (B40)
  • รองรับการใช้งานในระบบ 2 ซิมการ์ด
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/, Bluetooth V. 4.0 
  • กล้องหลักด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony Exmor Sony IMX278,  Dual LED แฟลช, ค่ารูรับแสง f/2.0
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
  • Android 5.1.1 Lollipop ครอบทับด้วย Emotion 3.1
  • ขนาดตัวเครื่อง 152.5×76.5 x7.5  มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 167 กรัม
  • แบตเตอรี่ Li-Po ความจุ 3000 mAhราคาวางจำหน่าย 12,990 บาท  สเปคโดยละเอียดสามารถดูได้จาก official page Huawei G7 Plus Specification

Design & Hardweare

2
3

Huawei G7 Plus เลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมี่ยม ก็คือ Aluminium Aircraft ที่ใช้ในแวดวงอุตสหกรรมการบิน จึงช่วยให้ตัวบอดี้มีน้ำหนักที่เบาแต่ยังคงความแข็งแกร่งตามสไตล์ metal unibody ในส่วนของงานประกอบนั้นแข็งแรงเรียบร้อยดีมาก ๆ เรียกว่าหาจุดติแทบจะไม่เจอสำหรับ build quality

พูดถึง Handle การจับถือพกพา ดีไซน์ในภาพรวมของ Huawei G7 Plus จะมีความโค้งมนทั้งส่วนหน้าที่เป็นกระจกโค้ง 2.5D ส่วนด้านหลังนั้นเป็นอลูมิเนียมที่ตัดขอบข้างไม่ได้เป็นเส้นตรงมากนัก คือยังมี curve บ้างนิดหน่อยและรวมไปถึงมุมทั้ง 4 ด้าน

การจับ ถือและพกพา สำหรับคนมือใหญ่ ๆ ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนผู้หญิงหรือคนที่มีมือเล็กคงลำบากหน่อย เพราะด้วยขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ยังไงก็ถือด้วยมือเดียวไม่คล่องตัวอยู่แล้ว

4

Huawei G7 Plus มีจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080P ตัวพาเนลเป็น IPS และมาพร้อมเทคโนโลยี  OGS (One Glass Solution) ที่ช่วยให้จอบางลง รวมไปถึงการแสดงผลและ respond ที่ดีขึ้น

16

ตัวกระจกหน้าจอเป็นแบบโค้ง 2.5D Curved และยังช่วยปกป้องรอยขีดข่วนได้อีกด้วย เพราะเป็นกระจก Corning Gorilla Glass นั่นเอง ส่วนขอบข้างนั้นตัดเส้นขอบเป็นแบบขัดเงาดูแวววาว นอกจากสวยแล้วยังส่งผลให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น


คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

กล้อง หน้าให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสงที่ f/2.4 และได้เลนส์ไวด์ที่ช่วยเก็บภาพมุมกว้างได้เป็นอย่างดี สำหรับคุณภาพรวมไปถึงฟีเจอร์ของกล้องหน้าถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายของ Huawei G7 Plus 

ในส่วนของ 3 ปุ่มควบคุมมาตรฐานของระบบแอนดรอยด์ จะเป็นแบบ On Screeen Button คือรวมอยู่ในหน้าจอนั่นเอง ขอบด้านล่างจึงมีเพียงแค่โลโก้แบรนด์แปะไว้เท่านั้น
7

ดูกันต่อที่ด้านหลังของตัวเครื่อง กล้องหลักด้านหลังจัดวางตำแหน่งอยู่ด้านบนตรงกลาง ตัวเลนส์จะยื่นออกมาเล็กน้อย สำหรับกล้องหลังจะมาพร้อมกับความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์จาก Sony ในรุ่น IMX278  ชิ้นเลนส์จับกลุ่มแบบ 6 element  มีระบบกันสั่น OIS และไฟแฟลชคู่ทูโทน Dual LED  ตัวกระจกเลนส์ใช้วัสดุที่ผลิตจาก Sapphire จึงช่วยปกป้องหน้าเลนส์ไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน

ด้านล่างของกล้องจะเป็นที่อยู่ของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และเมื่อสังเกตุให้ดีในส่วนของฝาหลังขอบด้านบน-ล่าง จะมีการออกแบบตัดขอบด้วยลวดลาย Texture นอกจากความสวยงามแล้ว ยังส่งผลให้การจับถือมีความกระชับไม่ลื่นหลุดมือได้โดยง่าย


คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

การ จัดวางเลย์เอาท์ของพอร์ตและปุ่มต่าง ๆ รอบตัวเครื่อง เริ่มจากด้านบน จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมค์ตัดเสียงรบกวน ส่วนที่เห็นเส้นขอบสีขาวที่ตัดพาดทั้งสองด้านก็คือเสา สัญญาณ Antenna

ด้านล่างของตัวเครื่องมีเสาสัญญาณ Antenna อีกหนึ่งชุด และพอร์ตไมโครยูเอสบีซิงค์และชาร์จไฟ สำหรับลำโพงมีเดียหรือลำโพงหลักของตัวเครื่องนั้นออกแบบด้วยการเจาะรูไว้ ทั้งสองด้าน แต่จริง ๆ แล้วเป็นลำโพงโมโนนะครับ ไม่ใช้สเตอริโอแต่อย่างใด โดยอีกช่องหนึ่งจะเป็นไมค์สนทนาครับ ในเรื่องของพลังเสียงและความดังของตัวลำโพงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

ฝั่ง ขวามือขของตัวเครื่อง ด้านบนเป็นเป็นปุ่ม เพิ่ม-ลดเสียง และถัดลงมาคือปุ่ม เปิด-ปิดเครื่อง โดยทั้งสองปุ่มจะใช้วัสดุเดียวกันกับตัวฝาหลัง งานประกอบแข็งแรงดีมาก ไม่มีอาการหลวมคลอนแต่อย่างใด

14-vert

ปิดท้ายกันไปที่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่อง ด้านบนจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิม

ตัวถาดซิมของ G7 Plus จะเป็นแบบไฮบริด คือรองรับทั้งการใช้งานในแบบ 2 ซิมการ์ด หรือต้องเลือกใช้งาน 1 ซิมการ์ดร่วมกับตัวหน่วยความจำภายนอก Micro SD Card ซึ่งปัจจุบันหลาย ๆ แบรนด์มักจะออกแบบมาในลักษณะนี้ แต่โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่ามีข้อจำกัดไปหน่อยครับ

สำหรับการสำรวจด้าน Hardware ภายนอกของ Huawei G7 Plus ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับผม

Software & Featere

Glus_1 Glus_2 Glus_3

ในฝั่งของตัวระบบปฏิบัติการนั้น Huawei G7 Plus เปิดตัวมาพร้อมกับ Android 5.1.1 Lollipop

Glus_4 Glus_5 Glus_6

และครอบทับด้วย EMUI 3.1 ซึ่งเป็น User Interface ที่พัฒนาโดยค่ายหัวเหว่ย การใช้งานมีความเป็น Simple ตามสไตล์ ROM จีนทั่ว ๆ ไป ที่เน้นความเรียบง่าย ไม่มีหน้า Appdrawer เหมือนกับ iOS นั่นเอง

Glus_9 Glus_7 Glus_13

และอย่างที่บอกสไตล์ของ ROM จีน ส่วนใหญ่จะมีความคล้ายคลึงกันในหลาย ๆ ด้าน เช่นการรองรับ Themes, Wallpaper, Lock Screen ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานเพิ่มเติมได้ รวมถึงโหมดการใช้งานที่สามารถเลือก ได้ทั้งแบบ ปรกติและแบบ Simple ที่เหมาะกับเด็กและผู้สูงวัย

  Glus_8

ฝั่งแอพพลิเคชั่น นอกจากชุด Google Service ที่ต้องมีการติดตั้งมาให้เป็นค่ามาตรฐานอยู่แล้ว ในฝั่งแอพบันเดิลและแอพที่ทางค่ายหัวเหว่ยพัฒนาออกมา ก็ถือว่ามีไม่มากเท่าไหร่ครับ ส่วนใหญ่จะเป็น Tools ที่มีประโยชน์ และแอพที่โดดเด่นที่สุดก็คือ  Phone Manager ที่ช่วยบริหารและจัดการมือถือของเราให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่นการเคลียร์แรม, ลบไฟล์ขยะ, เปิด-ปิดโหมดประหยัดพลังงานเป็นต้น

Glus_16  Glus_14 Glus_15

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ มาดูกันคร่าว ๆ Huawei G7 Plus มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้งานด้วยนะครับ แต่ไม่ได้จำกัดการใช้งานเพียงแค่การปลดล็อคหน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานได้หลากหลายและยืดหยุ่นดีมาก เช่น สั่งถ่ายรูป, รับสายโทรเข้า, หยุดเสียงปลุก, ล็อคแอพพลิเคชั่นเป็นต้น

Glus_17 Glus_18 Glus_19

Motions control ฟีเจอร์มหาชนที่เห็นได้บ่อยในหลาย ๆ แบรนด์ โดยหลักการจะเป็นการทำงานร่วมกับชุดเซ็นเซอร์และการสัมผัสบนหน้าจอ เช่นการวาดหน้าจอเพื่อเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ส่วนฟีเจอร์ One hand layout จะเป็นการย่อหน้าโฮมลงมา เพื่อให้สามารถใช้งานด้วยมือเดียวได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และการเรียกใช้งานก็ง่ายมากครับ เพียงรูดนิ้วไปที่แผงปุ่มควบคุมบนหน้าจอเท่านั้นเอง

Glus_26 Glus_27 Glus_28

Sound รองระบบระบบเสียง DTS แต่น่าเสียดายตรงนี้ช่วยให้การใช้งานปุ่มคอนโทรลของหูฟังมีความหลากหลายและยืดหยุ่นขึ้น

Glus_30 Glus_31 Glus_32

การจัดการในด้าน Network ตรงนี้ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นนัก  โดยรองรับการจัดการ  2     ซิมไม่แตกต่างไปจากแบรนด์อื่น ๆ สักเท่าไหร่ เช่นการกำหนด Default ของซิม การตั้งค่าให้โชว์ชื่อเครือข่าย และ Network Speed

  

การจัดสรรพลังงานของ Huawei G7 Plus ทำได้ค่อนข้างดีเลยครับ ด้วยความจุของแบตเตอรี่ที่ให้มา 3000mAh ในยุคนี้ก็ไม่ได้ว่าถือว่ามากมายอะไร อีกทั้งตัวเครื่องยังรองรับการใช้งานสองซิมและความละเอียดหน้าจอก็เป็น Full HD ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ ส่งผลกับการใช้พลังงานพอสมควร แต่ในภาพรวมต้องบอกว่า Huawei G7 Plus แบตค่อนข้างอึดในการใช้งานปรกติทั่ว ๆ ไป  G7 Plus สามารถอยู่รอดได้หนึ่งวันแบบสบาย ๆ เรื่องการจัดสรรพลังงาน ทำผลงานได้น่าประทับใจครับ

Multimedia

Glus_24 Glus_25

มี FM มาให้ใช้งาน โดยรองรับทศนิยมแบบ 1 จุด ภาครับสัญญาณอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ เพียงแต่ฟีเจอร์ของตัว Software นั้นธรรมดาไปหน่อย

Glus_22 Glus_23
Music Player หน้าตาค่อนข้างเรียบง่าย ไม่มีฟีเจอร์ที่โดดเด่น และปรับ EQ ไม่ได้นะ แต่ปรกติถ้าฟังผ่านชุดหูฟังก็จะสามารถใช้งานโหมดเสียง DTS ซึ่งพอช่วยในเรื่องคุณภาพได้ขึ้นมาอีกนิดหน่อย

Screenshot_2016-01-03-18-00-35

VDO Player ก็เช่นกัน คือไม่ได้มีฟีเจอร์โดดเด่นอะไรครับ  จะมีเพียงการรองรับโหมดเสียง DTS และสามารถการล็อคหน้าจอขณะเล่นวีดีโอ การใช้งานทั่ว ๆ ไปจะเน้นไปที่ Playback เป็นหลัก

Glus_29

และสุดท้ายสามารถเล่นในแบบเป็นหน้าต่าง Popup บนหน้าโฮม หรือบนหน้าแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ ได้ครับ

Performance

สำหรับผลคะแนนอาจจะไม่ได้แรงมากมายนัก ส่วนหนึ่งเนื่องจากตัวชิปเซ็ต Snapdragon 615 – 616  นั่นเอง เรียกว่าคะแนนจากตัวเลขนั้นสูสีกับรุ่นอื่น ๆ ที่มีสเปคใกล้เคียงกัน สำหรับการใช้งานจริง ในภาพรวมมีความลื่นไหลที่ดี ยังไม่พบเจอ Bug ร้ายแรงอะไร แต่ก็อย่างที่บอกครับ ปัญหาคอขวดจริง ๆ อยู่ที่ตัวชิปเซ็ต Snapdragon 615 – 616  นั่นแหล่ะ

Camera & Sample

Huawei G7 Plus เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ทางหัวเหว่ยโปรโมตคุณภาพทั้งกล้องหน้าและหลัง เริ่มจาก Hardware ที่ใช้เซ็นเซอร์จากค่ายโซนี่ มีระบบกันสั่น OIS 1.2 องศา และเทคโนโลยี RGBW ที่เพิ่มส่วนของ White pixels เข้าไปในเซ็นเซอร์ ช่วยให้ภาพมีความสว่างสดใส และส่งผลการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น รวมไปถึงฟีเจอร์ในส่วนของ Software ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายอาหาร ด้วยโหมด Good Food และ VOGUE BEAUTY ที่เอาใจคอเซลฟี่โดยเฉพาะ



Screenshot_2016-01-03-17-39-42

เมนู Interface เริ่มต้นของ Camera การจัดวางเลย์เอาท์ต่าง ๆ ดูเรียบง่ายสบายตา นอกจากนี้ยังใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

Screenshot_2016-01-03-17-39-58

โหมดการใช้งานอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เอาเข้าจริงแล้วก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

Screenshot_2016-01-03-17-40-55

จุดขายหลัก ๆ นอกจากโหมด Good Food ที่เกริ่นไปในตอนต้นแล้ว โหมด VOGUE BEAUTY ถือว่าเป็นจุดขายและจุดแข็งอย่างแท้จริง นอกจากFace beauty ที่ปรับความนวลเนียลได้ถึง 10 ระดับ ยังมีโหมดย่อยอย่าง Make up ที่สามารถเติมขนตา ปัดมาสคาร่า เติมอายไลน์เนอร์ ทาลิปสติก ฯลฯ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย เรียกว่าเอาใจคอเซลฟี่อย่างแท้จริงเลยครับ
Glus_11 Glus_12

สำหรับโหมด Setting การเรียกใช้งานต้องเข้าถึงลึกไปนิด แต่การปรับตั้งค่าต่าง ๆ มีความยืดหยุ่นและช่วยอำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดีครับ

จากนี้มาดูคุณภาพกล้องของ Huawei G7 Plus กันได้เลยครับ และ เหมือนเช่นเคยที่ผมจะให้ความสำคัญไปที่โหมด Auto เป็นหลัก เพราะการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เราจะใช้โหมดนี้กันอยู่แล้ว และเป็นการวัดคุณภาพจากฝั่ง Software ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยครับ

ขอเริ่มจากโหมด Good Food  ซึ่งเป็นจุดขายกหลักก่อนนะครับ


ภาพจากกล้อง G7 Plus ในโหมด Good Food


โหมด Normal


hdr

nfd

dav

dav

hdr

hdr

hdr

hdr

hdr

dav

mde

dav

dav

dav

dav

hdr

mde

hdr

hdr

hdr

hdr

bty

mup

สรุป กล้องหน้าและหลัง คุณภาพกล้องทั้งหน้าและหลังทำได้สมราคาคุยครับ ทั้งการโฟกัสและความไวในการบันทึก สำหรับคุณภาพไฟล์ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย หวังพึงพาได้ แต่สำหรับในสภาพแสงน้อย จะโฟกัสช้าไปนิดและมือต้องนิ่ง ๆ ด้วยนะครับ เพราะโอกาสที่ภาพจะเบลอก็มีเหมือนกัน แม้ว่าจะมีระบบกันสั่นมาด้วย แต่ยังช่วยไม่ได้มากนักในสภาพแสงน้อย ๆ ครับ


สรุป Huawei G7 Plus 

ข้อดี

1. วัสดุพรีเมี่ยมและงานประกอบเรียบร้อยแข็งแรงดีมาก
2. สเปคต่อราคาวางจำหน่าย จัดเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความคุ้มค่ามาก ๆ
3. คุณภาพกล้องอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งกล้องหน้าและหลัง และมีโหมด Good Food และ VOGUE BEAUTY เป็นจุดขาย

สิ่งที่ต้องพิจารณา

1. ตัวเครื่องค่อนข้างร้อนไวเมื่อใช้งานหนัก ๆ
2. วัสดุตัวเครื่องเก็บรอยนิ้วมือและน่าจะเป็นรอยได้ง่าย ต้องหาเคสมาใส่ป้องกัน

ก็คงจะฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ สำหรับรีวิว Huawei G7 Plus แล้วพบกันใหม่ในรีวิวทดสอบด้านเอนเตอร์เทนครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ ^^

สามารถพูดคุยเกี่ยวกับบทความนี้ได้ที่หน้าเว็บบอร์ดเดิมครับ โดยคลิ๊กที่ลิงก์นี้ครับ >>> pdamobiz.com

 

ถูกใจบทความนี้  0