เจาะลึกเทคโนโลยี ClearBlack Display และไขปริศนาการถ่าย Selfie ใน Nokia X2

           มาถึงตอนที่ 3 กันแล้วนะครับ สำหรับการรีวิวแบบเจาะลึกสมาร์ทโฟนสายพันธุ์ลูกผสมอย่าง Nokia X2 โดยในตอนที่ 3 นี้ผมจะขอพูดถึงเทคโนโลยี ClearBlack Displayเทคโนโลยีตัวเก่งจากทาง Microsoft (Nokia ในอดีต) ที่ให้สีสันคมชัดในทุกสภาพแวดล้อม และแถมท้ายกับปริศนาน่าปวดหัวของการถ่าย Selfie ด้วย Nokia X2 ที่ฟีเจอร์ต่างๆที่ให้มามันดูสับสนงงๆชอบกล รีวิวนี้มีคำตอบให้อย่างแน่นอน

 WP_20140814_21_02_13_Pro__highres_88C62_2F789

ขอขอบคุณทาง ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ที่สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการรีวิวในครั้งนี้ด้วยนะครับ

เริ่มต้นกันด้วยเรื่องของเทคโนโลยี ClearBlack Display กันก่อนนะครับ บอกตามตรงว่าครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสและเห็นหน้าจอของ Nokia X2 ก็รู้สึกได้ทันทีว่าหน้าจอมันคมจริงๆ คมในที่นี้หมายถึง สีดำก็ดำสนิทจริงๆ สีขาวก็ขาวจั๊วจริงๆ เรียกได้ว่าการแสดงผลทำได้น่าประทับใจเป็นอย่างมาก ซึ่งพอลองหารายละเอียดสเปคดูก็ไม่แปลกใจเลย เพราะหน้าจอของ Nokia X2 นั้น ใช้เทคโนโลยี ClearBlack Display นั่นเอง

     ถ้าพูดถึงเทคโนโลยี ClearBlack Display ก็ต้องนั่งไทม์แมชชีนย้อนความหลังกันสักเล็กน้อยนะครับ ณ ช่วงเวลานั้นการแข่งขันพัฒนาหน้าจอให้มีความคมชัด มีความละเอียดสูงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นทาง Samsung ที่พัฒนาเทคโนโลยี Super AMOLED ในขณะที่ทางฝั่ง Apple เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้ว่าจ้างทาง LG ให้พัฒนา Retina Display ให้ แล้วมาทาง Nokia ในสมัยนั้นก็จัดหนักไม่แพ้กันด้วยการพัฒนา ClearBlack Display ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่า Super AMOLED นั้น ขึ้นชื่อเรื่องของสีสันที่จัดจ้านไม่เป็นรองใคร ส่วน Retina Display ก็ได้เรื่องความละเอียดสูง แล้ว ClearBlack Display จะมีอะไรไปสู้ได้ไหม มาดูกันต่อครับ…

     เทคโนโลยี ClearBlack Display คืออะไร? แปลตรงตัวเลยครับ Clear – Black ก็คือ สีดำที่เป็นสีดำจริงๆ เพื่อนๆสมาชิกอาจจะสงสัยว่ามันคือยังไง ถ้าอย่างงั้นมาดูประวัติความเป็นมาของเทคโนโลยีตัวนี้กันก่อนนะครับ โดยเทคโนโลยี Clear Black Display เปิดตัวครั้งแรกในงาน Nokia World 2010 มาพร้อมกับคอนเซปต์ที่ว่าหน้าจอที่สามารถสู้แสงกลางแจ้งได้ดีกว่าหน้าจอบนมือถือรุ่นใดๆ ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะจริงๆแล้ว ClearBlack Display ไม่ใช่เทคโนโลยีหน้าจอชนิดใหม่เหมือนอย่างที่ Samsung หรือ Apple พัฒนาขึ้นมาแต่อย่างใด แต่เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีจากหน้าจอ AMOLED อีกที โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการสะท้อนของแสง และทำให้ภาพที่ได้ออกมามีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่กลางแจ้งที่มีสภาพแสงจ้าหรือแดดจัด  เพราะโดยปกติแล้วเมื่อใช้งานหน้าจอสมาร์ทโฟนในสภาพแสงดังกล่าว การแสดงผลของสีดำนั้น ผู้ใช้งานจะมองเห็นเป็นสีเทาหรือสีขาว เนื่องมาจากแสงสะท้อนนั่นเอง แต่ด้วยเทคโนโลยี ClearBlack Display ผู้ใช้งานจะมองเห็นการแสดงผลสีดำที่เป็นสีดำจริงๆ จึงเป็นที่มาของคำว่า “Clear-Black” นั่นเอง

     นอกจากเรื่องของการแสดงผลในสภาพกลางแจ้งที่มีแสงจ้าหรือแดดจัดแล้ว เทคโนโลยี ClearBlack Display ยังช่วยในเรื่องของ “มุมมอง” ที่ผู้ใช้งานจะสามารถมองเห็นหน้าจออีกด้วย คือไม่ว่าจะมองมุมไหนของหน้าจอ ก็จะสามารถเห็นภาพหน้าจอที่คมชัดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งสองจุดเด่นที่กล่าวมานี้ ยังถือว่ามีประโยชน์ในทางอ้อมอีกเรื่องก็คือการช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีนั่นเอง เพื่อนๆสมาชิกอาจสงสัยว่าช่วยได้ยังไง ที่ผมบอกว่าช่วยได้ก็เพราะเมื่อเพื่อนๆสมาชิกใช้งานหน้าจอสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี ClearBlack Display ไม่ว่าจะใช้งานในสภาพแสงแบบไหน ก็ไม่จำเป็นจะต้องเร่งค่าความสว่างของหน้าจอเพื่อให้สามารถมองเห็นหน้าจอได้ชัดขึ้นบ่อยๆ เพราะฉะนั้นก็สามารถช่วยยืดอายุแบตเตอรีไปด้วยอีกทางหนึ่งนั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการเลคเชอร์ เอ้ย!! เจาะลึกที่มาที่ไปของเทคโนโลยีสุดเจ๋ง ClearBlack Display บนสมาร์ทโฟนสุดแนวอย่าง Nokia X2 น่าาจะถูกใจเพื่อนๆสมาชิกกันอย่างแน่นอน แต่อย่าพึ่งไปไหนนะครับ รีวิวในตอนที่ 3 นี้ยังไม่จบ ยังมีในส่วนของการไขปริศนาการถ่าย Selfie ที่ผู้ใช้งานต่างแอบงงไปตามๆกันว่าตกลงมันยังไงกันแน่ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปดูกันต่อเลยนะครับ

     อย่างที่ทราบกันดีว่าทุกวันนี้เทรนด์ที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนนิยมกันนั่นก็คือการถ่าย Selfie ซึ่งมีการแตกหน่อต่อยอดไปเป็น Wefie หรือ Groupfie ก็ตามแต่ ถึงกระนั้นก็สรุปได้ง่ายๆว่าคือการถ่ายรูปตัวเองหรือถ่ายรูปกับเพื่อนๆ โดยมีผู้ที่อยู่ในภาพเป็นคนกดถ่ายกันเอง ไม่ได้มีใครมาถ่ายให้ และสำหรับ Nokia X2 ที่มาพร้อมกล้องด้านหน้าความละเอียด 0.3 MP และกล้องด้านหลังความละเอียด 5 MP เพื่อนๆสมาชิกอย่าพึ่งสงสัยกันนะครับว่าทำไมผมถึงพูดถึงกล้องด้านหลังด้วย เพราะโดยปกติการถ่าย Selfie จะใช้กล้องด้านหน้าเป็นส่วนใหญ่

     ใน Nokia X2 เมื่อผู้ใช้งานเปิดแอพฯกล้องถ่ายรูปขึ้นมา ก็จะปรากฏหน้าจอ ดังนี้

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น