แกะกล่อง & รีวิว Motorola Moto X Style และ Moto 360 Gen 2 สองคู่หูที่ดีพร้อมเกือบทุกอย่าง เพียงแต่มาในวันที่สายไป !!!

Moto X Style_1-tile

   

รับชมพรีวิวแกะกล่องในฉบับวีดีโอกันไปแล้ว http://goo.gl/cycIJc วันนี้มารับชมในรูปแบบบทความภาพนิ่งกันต่อ และเหมือนเช่นเคยครับ ขอแกะกล่องและรีวิวแบบแพ็คคู่ทั้งตัว Moto X Style และ Moto 360 Gen 2 ไปพร้อม ๆ กันเลย เพราะถึงอย่างไรกระแสของทั้งคู่น่าจะแผ่วลงไปเยอะแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Moto X Style และ Moto 360 Gen 2 วางจำหน่ายในต่างประเทศมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วนั่นเอง ส่งผลการกลับเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยของโมโตในครั้งนี้จึงดูเหมือนจะช้าไปสักนิด แต่สุดท้ายไม่เป็นไรครับ มาแล้วดีกว่ามาช้า มาช้าดีกว่าไม่มา เมื่อมาแล้วก็ขอรีวิวให้ได้รับชมกันตามสไตล์ผมเหมือนเช่นเคยนะครับ

Moto X Style_1

สเปคเบื้องต้นของ Motorola Moto X Style

 

  • หน่วยประมวลผล  Qualcomm® Snapdragon™ 808 with hexa-core CPU (MSM8992) Dual-core 1.8 GHz Cortex-A57 & quad-core 1.44 GHz Cortex-A53
  • หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 418
  • หน่วยความจำภายใน 32GB และรองรับหน่วยความจำภายนอก MicroSD card ได้สูงสุด 128GB
  • แรม : 3GB
  • จอแสดงผล : ชนิด IPS ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด QHD 1440 × 2560 พิกเซล กระจก Corning Gorilla Glass 3
  • การเชื่อมต่อ 2G : 850, 900, 1800, 1900 MHz
  • การเชื่อมต่อ 3G : 800, 850, 900, 1700, 1900, 2100 MHz
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE Cat.6 B1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 17, 20, 25, 28, 40, 41
  • รองรับการใช้งานในระบบ 1 ซิมการ์ด (NANO SIM)
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac , Bluetooth V. 4.1 LE , NFC
  • กล้องหลักด้านหลังความละเอียด 21 ล้านพิกเซล แฟลชทูโทน ค่ารูรับแสง f/2.0 ระบบโฟกัสแบบ PDAF  บันทึกวีดีโอ 4K
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED 1 ดวง ค่ารูรับแสง f/2.0
  • Android 6.0 (Marshmallow)
  • กันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP52
  • ขนาดตัวเครื่อง 153.9 x 76.2 x 11.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 179 กรัม
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh,
  • สีที่มีวางจำหน่าย ขาว ดำราคาวางจำหน่าย 19,990 บาทMoto 360_1สเปคเบื้องต้นของ Moto 360 (Gen 2)
  • หน่วยประมวลผล  Qualcomm MSM8926 Snapdragon 400 Quad-core 1.2 GHz Cortex-A7
  • หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 418
  • หน่วยความจำภายใน 4GB และรองรับหน่วยความจำภายนอก MicroSD card ได้สูงสุด 128GB
  •  แรม : 512MB
  • จอแสดงผล : 1.56 นิ้ว ความละเอียด 360×360 พิกเซล กระจก Corning Gorilla Glass 3
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 /b/g, Bluetooth V. 4.0 LE
  • เซ็นเซอร์ Accelerometer, Ambient Light Sensor, Gyroscope, Vibration/Haptics engine
  • ระบบปฏิบัติการ Android Wear
  • ขนาดตัวเครื่อง 46 x 46 x 11.4 มิลลิเมตร
  • กันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP67
  • แบตเตอรี่ 400 mAhราคาวางจำหน่าย 13,999 บาท

https://www.youtube.com/watch?v=yfeRTACxMJY

ปล. รูปในบทความสามารถคลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ได้ครับ

Packaging & Accessories

Moto X Style_2

Moto X Style_3

ตัวกล่องแพกเกจของ Moto X Style ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นต่างประเทศอยู่บ้าง โดยแพกเกจที่วางจำหน่ายในไทยจะมีขนาดที่กะทัดรัดกว่า แต่อุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

Moto X Style_6

เมื่อแง้มแกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง Moto X Style นอนรออยู่ในถาดรอง และมีฟิลม์แปะสเปคเบื้องต้นติดไว้ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง

Moto X Style_7

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีอะไรให้มาบ้าง มาสำรวจไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

Moto X Style_9

Moto X Style_8

1. เคส Bumper แบบใส

Moto X Style_10

2. เข็มจิ้มถาดซิมออกแบบมาได้สวยงามดี แต่ใหญ่ไปนิดครับไม่เหมาะกับการพกพาสักเท่าไหร่

Moto X Style_12

3. คู่มือการใช้งานอย่างย่อ แน่นอนว่าเมื่อวางขายในไทยก็ย่อมต้องมีภาษาไทยมาให้ด้วย แต่เชื่อเถอะครับสมัยนี้ไม่ค่อยมีคนอ่านกันสักเท่าไหร่

Moto X Style_15

Moto X Style_16

4. อแดปเตอร์ชาร์จไฟที่รองรับเทคโนโลยี Quick Charge 2.0 โดยทาง Moto ใช้ชื่อว่า Turbo Charger ให้ Output มาถึง 3 ระดับ ที่ 5V-2.85A, – 9V-2.85A และ 12V-2.15A สำหรับตัวสาย Micro USB จะเป็นแบบสายภายในตัวไม่ได้เป็นพอร์ต USB นะครับ สรุปคือต้องหาซื้อสาย Micro USB มาเพื่อใช้งานอีกเส้นหากต้องการทำการซิงค์ข้อมูลกับ PC

Moto X Style_14

5. ชุดหูฟังสมอลทอร์คแบบ “อินเอียร์” วัสดุงานประกอบและคุณภาพเสียงถือว่าใช้ได้เลยครับสำหรับหูฟังที่แถมมาในกล่อง

Design & Hardweare

Moto X Style_4
Moto X Style_5

ดีไซน์ซน์ของ Moto X Style ออกแบบโดยเน้นความโค้งมน เมื่อมองจากด้านหน้าจะมีความสมมาตรด้วยการแบ่งพื้นที่ของขอบบน-ล่างและตัดด้วยเส้นโลหะของลำโพงคู่สเตอริโอ ภาพรวมตัวเครื่องดูมีขนาดที่ดูไม่ใหญ่มากนัก เพราะได้ขอบจอที่แคบมาช่วยไว้นั่นเอง สำหรับขอบเฟรมจะใช้วัสดุที่เป็นโลหะ มีความเป็นเหลี่ยมสันเล็กน้อยแต่ก็รับกับความโค้งมนของภาพรวมได้อย่างลงตัว

ด้านหลังของตัวเครื่องการออกแบบจะเป็นแบบ curve ไล่ระดับช่วยให้สอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้เป็นอย่างดี ตัวฝาหลังที่วางจำหน่ายในไทยจะมีด้วยกัน 2 รุ่น คือรุ่นที่เป็นวัสดุโพลีคาร์โบเนตมีพื้นผิวสัมผัสคล้าย ๆ ยาง และตัวที่ผมได้มารีวิวจะเป็นรุ่นฝาหลังที่ผลิตมาจากไม้แท้ โดยเป็นไม้ไผ่ที่จะให้ลวดลายแตกต่างกันไปในแต่ละเครื่อง เรียกว่าทุกเครื่องจะสวยโดยไม่ซ้ำแบบกันเลยครับ
ในส่วนของ Build Quality แบรนด์โมโตสั่งสมชื่อเสียงในเรื่องคุณภาพของวัสดุและงานประกอบมาอย่างยาวนาน ตัว Moto X Style จึงไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวังแต่อย่างแน่นอน
มาพูดถึง Handle การจับถือพกพากันต่อ Moto X Style มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.7  นิ้ว ด้วยความที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ แน่นอนครับการใช้งานมือเดียวโดยเฉพาะคนมือเล็ก ๆ ก็คงไม่คล่องตัวสักเท่าไหร่ แต่ในภาพรวมของ Moto X Style นั้นไม่ได้ใหญ่มากจนรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เพราะตัวเครื่องมีขอบจอที่แคบ และการออกแบบจะเน้นความโค้งมนไม่มีเหลี่ยมสัน โดยเฉพาะฝาหลังออกแบบมาให้โค้งเข้ากับสรีระของฝ่ามือ ช่วยให้การจับถือรู้สึกกระชับมีความมั่นคง ถ้าเป็นผู้ชายมือใหญ่ ๆ อย่างผม ถือว่าปรกติครับไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก
จากนี้มาสำรวจภาพรวมของตัว Hardware กันต่อครับ

Moto X Style_17.1

Moto X Style มาพร้อมกับจอแสดงผลชนิด IPS ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Quad HD  (2,560 x 1,440  พิกเซล) ตัวกระจกเป็นแบบโค้ง 2.5D ตามสมัยนิยม และเสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจกกันรอยจาก Corning Gorilla Glass 3 และมี Software ปรับตั้งค่าโทนสีมาให้เลือกใช้งาน

Moto X Style_17

Moto X Style_18
ด้านหน้าส่วนบนของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วย เซ็นเซอร์ Accelerometer และ Proximity Sensor, ลำโพงสนทนาที่คาดด้วยเส้นแถบโลหะ (รวมถึงเป็นลำโพงหลัก ในแบบสเตอริโอด้วย)  Gesture Sensor, กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้าง f/2.0, พิกเซลไซส์ขนาด 1.4 µm และมี LED flash มาให้ใช้งาน 1 ดวง

ด้านหน้าส่วนล่าง 3 ปุ่มควบคุมมาตรฐานของระบบแอนดรอยด์ จะเป็นแบบ On Screen Button, ลำโพงมีเดีย (สเตอริโอ) คาดด้วยเส้นแถบโลหะเหมือนด้านบน ที่เห็นจุดสีฟ้าขนาบสองข้างซ้ายขวาก็คือ Gesture Sensor นั่นเองครับ

Moto X Style_23

ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ดและ Micro SD Card , ใกล้ ๆ ถาดซิมจะเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวน รวมถึงเป็นไมค์ที่ใช้ในการบันทึกเสียงอีกด้วย ส่วนช่องเสียบหูฟังจะอยู่ตรงกลางและตัดเส้นขอบสีขาวที่เป็นสาย Antenna ทั้งซ้ายขวา

Moto X Style_28

Moto X Style_27

รองรับการใช้งาน 1 ซิมการ์ด โดยใช้ซิมชนิด Nano SIM เมื่อผลิกกลับมาด้านล่างจะเป็นช่องถาดสำหรับใส่หน่วยความจำภายนอก Micro SD Card

Moto X Style_22

ด้านล่างของตัวเครื่อง พอร์ต Micro USB ซิงค์และชาร์จไฟ ตัดขอบด้วยเส้นรับสัญญาณ Antenna และที่ด้านล่างนี้จะมีการพิมพ์บอกโมเดลของตัวเครื่องกำกับไว้ด้วย โดยรุ่นที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในไทยจะเป็นโมเดล XT1572

Moto X Style_24

ด้านซ้ายมือของตัวเครื่องจะเรียบ ๆ โล่ง ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตการเชื่อมต่อใด ๆ

Moto X Style_25

Moto X Style_26

สำหรับด้านขวามือของตัวเครื่องจะมี ปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง และปุ่ม Power ตัวปุ่มทั้ง 2 จะใช้วัสดุและสีเดียวกันขอบเฟรมของตัวเครื่อง สำหรับตัวปุ่ม Power จะมี Texture อยู่บนปุ่มเมื่อสัมผัสแล้วจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากปุ่มปรับระดับเสียง

Moto X Style_19

ด้านหลังมาพร้อมกับฝาหลังไม่ไผ่แท้ สวยงามและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในส่วนของตัวฝาหลังจะมีการคาดด้วยเส้นโลหะในแนวตั้งและจัดวางเลย์เอาท์ด้วยกล้องหลังพร้อมแฟลชและโลโก้โมโตที่ด้านล่าง ตัวฝาหลังนั้นถอดเปลี่ยนไม่ได้นะครับ

 


Moto X Style_20

Moto X Style_21

ด้านหลังของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 21 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ไซส์ 1/2.4′, พิกเซลไซส์ 1.1 µm, แฟลชคู่ทูโทน ค่ารูรับแสงกว้าง f/2.0 ระบบโฟกัสแบบ PDAF (phase detection autofocus),  บันทึกวีดีโอ 4K

สำหรับไมค์สนทนาจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวฝาหลัง

ในส่วนของการสำรวจ Hardware ภายนอกของ Moto X Style ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ


Software & Featere

Moto_14 Moto Moto_15

Moto X Style เปิดตัวมาพร้อมกับ Android 5.1.1 (Lollipop) แต่ล่าสุดได้รับการอัพเดตเป็น Android 6.0 (Marshmallow) เรียบร้อยแล้วครับ

 

Moto_10 Moto_11 Moto_12

ทางฝั่ง Software เมื่อดูจาก User interface จะเห็นว่ามาในสไตล์ Pure Android เหมือนตระกูล nexus เลยครับ

แต่ทั้งนี้ Moto X Style ก็ไม่ได้เป็น Pure Android แบบเต็ม 100% นะครับ เพราะมีฟีเจอร์รวมไปถึง Software ที่เป็นเอกสิทธิ์ของโมโตติดมาด้วยนั่นเอง

 

Moto_13 Moto_17 Moto_16

มาดูฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Moto X Style  กันครับ

เริ่มจาก Display / Color mode เนื่องจากเปลี่ยนมาใช้พาเนล IPS แทน AMOLED สำหรับผู้ใช้งานที่ติดสีสันของความสดความจัดจ้านในสไตล์ AMOLED สามารถเลือกโหมด Vibrant เพื่อให้ใด้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับจอ AMOLED  แต่น่าเสียดายตรงที่ปรับแต่งแบบละเอียดไม่ได้  จึงขาดความยืดหยึ่นไปบ้างครับ

 

Moto_4

Moto Display ฟีเจอร์นี้จะมีความคล้ายคลึงกับ Always On Display ใน Samsung Galaxy S7 และ Glance screen ของ Nokia

จุดเด่นของ Moto Display คือสามารถแสดง  Notification การแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้ โดยที่เรายังสามารถกำหนดได้อีกด้วยว่าจะให้แอพไหนสามารถแจ้งเตือนใน Moto Display

และในหน้า Moto Display เราสามารถเลือกได้ว่าจะลากลงเพื่อปลดล็อคหรือลากขึ้นเพื่อดูการแจ้งเตือน ตรงนี้มีประโยชน์มากครับ แถม Moto Display นั้นไม่ได้แสดงผลตลอดเวลาเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน โดย Moto Display จะแสดงผลเมื่อมีการแจ้งเตือนเข้ามา หรือเราหยิบตัวโทรศัพท์ขึ้นมามาดู นอกจากนี้ยังสามารถโบกมือผ่านหน้าจอเพื่อให้ Moto Display แสดงผลก็ได้เช่นกันครับ
Moto_18 Moto_19 Moto_20

แอพที่เป็นเอกสิทธิ์และบันเดิ้ลมามาพร้อม Moto X Style จะมีชื่อแอพสั้น ๆ ว่า Moto โดยแอพตัวนี้จะมีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่าง เช่น  Moto Voice ที่เป็นการใช้คำสั่งเสียงในสไตล์ Google Now แต่จะมีลูกเล่นที่เยอะกว่า แถมสามารถตั้งค่าให้ทำงานแม้หน้าจอปิดอยู่ได้อีกด้วย แต่น่าเสียดายตรงที่ไม่รองรับคำสั่งเสียงที่เป็นภาษาไทย

 

Moto_21 Moto_22 Moto_23

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ประเภท Gesture & motion เช่น แตะสามนิ้วบนหน้าจอเพื่อเเรียกใช้งาน Moto Display , เขย่าเครื่องติดต่อกันสองครั้งเพื่อเปิดแฟลช, สบัดข้อมือติดกันสองครั้งเพื่อเข้าโหมดกล้องเป็นต้น  แม้จะไม่หวือหวาเหมือนพวก Software ของทางฝั่งค่ายจีนอย่าง OPPOหรือ vivo ที่เน้นในฟีเจอร์เป็นจุดขาย แต่ในภาพรวม ๆ ฟีเจอร์ที่ให้มาใน Moto X Style จะเน้นประโชน์และการใช้งานได้จริงเป็นหลักครับ

 

Performance
Moto_6 Moto_7

 

Moto_9 Moto_4

 

Moto_1 Moto_2

Moto_3 Moto_5

สำหรับผลคะแนนต้องบอกว่าไม่ได้แรงอะไรมากมาย เมื่อเทียบกับเรือธงของปีนี้ ส่วนหนึ่งต้องบอกเลยก็คือ Moto X Style นั้นมาพร้อมสเปคของเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ทั้งตัวชิปเซ็ตและ RAM 3GB จึงต้องยอมรับยังไงก็สู้พวกเรือธงของปีนี้ไม่ได้อยู่แล้วครับ แต่ในการใช้งานทั่ว ๆ ไป ยังไม่พบปัญหาร้ายแรงแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้ตัว Software ที่ปรับแต่งมาค่อนข้างดี แถมยังเป็น Pure Android ถึงแม้จะไม่เต็ม 100% ก็ตามที

 

Camera & Sample

Moto_1


Moto_4

Moto_5

Moto_6

เมนู Interface กล้องของ Moto X Style จะมาในสไตล์เรียบง่าย มีโหมดการถ่ายภาพมาให้ใช้งานในแบบเบสิค สามารถแตะบนหน้าจอตรงส่วนไหนก็ได้เพื่อเป็นการถ่ายภาพ

การเข้าสู่เมนูการตั้งค่าสามารถทำได้ด้วยวิถีลากจากขอบจอซ้ายมือมายังด้านขวามือ ในทางกลับกันหากลากจากขวามาซ้ายจะเป็นการเข้าสู่แกลลอรี่เพื่อดูภาพถ่ายครับ

 

Moto_8

เลื่อนจุดโฟกัสและปรับชดเชยแสงได้อิสระจากบนหน้าจอ

 

โหมดการถ่ายและการตั้งค่า มีมาให้ใช้งานน้อยมากครับ เรียกว่ามีแค่พอใช้งานเท่านั้น ตรงนี้อาจจะขัดใจผู้ใช้งานบางกลุ่มอยู่บ้าง แต่เอาเข้าใจจริงแล้ว เราสามารถดาวน์โหลดแอพกล้องในสโตร์มาใช้งานทดแทนได้ครับ ซึ่งแอพดี ๆ นั้่นมีให้เลือกใช้งานมากมายทั้งแบบฟรีและเสียเงิน


จากนี้มาดูรูปถ่ายจาก Moto X Style กันได้เลยครับ

 

คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ได้ครับ

 

Moto_20

 

Moto_22

 

Moto_25

 

Moto_10

 

Moto_11

 

Moto_12
HDR Off

 

Moto_13

HDR On
Moto2 Moto

HDR Off/On

 

Moto_30

Moto_31

Moto_32

Moto_28

Moto_8

Moto_14
Moto_9

Moto_24

Moto_18

Moto_19

Moto_21

Moto_26

Moto_27

Moto_29

Moto_33

Moto_17

Moto_15

Flash Off

Moto_16
Flash On

Moto_6

Flash Off

Moto_5

Flash On

Moto_7


กล้องหน้า

moto moto1

Moto X Style ไม่มีโหมดบิวตี้มาให้ใช้งานนะครับ อยากได้หน้าเด้งหน้าเนียนต้องลง 3rd party แอพกันเองในภายหลัง พูดถึงคุณภาพกันหน่อย สำหรับกล้องหน้าถือว่าคมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดีครับ ส่วนหนึ่งมาจากการที่มีพิกเซลไซส์ใหญ่ถึง 1.4 µm นั่นเอง

สรุป กล้อง Moto X Style

กล้อง Moto X Style คุณภาพดีครับ แต่อาจจะไม่ Wow มากนัก เพราะ Moto X Style เปิดตัวมาเป็นเวลานานแล้ว ฉะนั้นเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงของปีนี้จึงดูเหมือนว่า Moto X Style ไม่ได้โดดเด่นเหนือใคร แต่ถ้าพูดถึงคุณภาพหรือเนื้อไฟล์จริง ๆ Moto X Style ถือว่าสอบผ่านครับ ทั้งความคมชัด สีสัน และการเก็บรายละเอียด ส่วนที่จะติจริง ๆ ก็คือ Software นั้นธรรมดามาก ๆ  ขาดฟีเจอร์ที่น่าสนใจและควรจะมีมาให้ใช้งาน อย่างเช่นพวกซีนโหมด หรือการปรั้งค่าที่ควรจะทำได้ยืดหยุ่นมากกว่านี้ สรุปแบบรวบรัดตัดตอนคือ Hardware นั้นดีอยู่แล้ว แต่ Software กล้องคือจุดอ่อนของ Moto X Style  อย่างแท้จริงเลยครับ

สรุป Moto X Style

ข้อดี

1. ตัวเครื่องออกแบบได้สวยงามลงตัว โดดเด่นด้วยฝาหลังไม้ไผ่แท้ วัสดุและงานประกอบดีมาก รักษามาตรฐานของค่ายโมโตไว้ได้เหมื่อนเช่นเคย
2. ลำโพงคู่สเตอริโอคุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สามารถตอบโจทท์ด้านเอนเตอร์เทนได้อย่างลงตัว
3. Firmware หรือ ROM  มาในสไตล์ Pure Android ที่ไม่ถูกปรับแต่งมากนัก เหมาะกับคนที่ชอบความลื่นไหลและความเรียบง่าย
4. ฟีเจอร์ Moto Display และ Moto Voice เป็นฟีเจอร์ที่ประโยชน์และสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ต้องพิจารณา

1. ราคาสูงไปนิด เมื่อเทียบกับสเปคต่อราคาและการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนของบ้านเรา
2. ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือและไม่รองรับ Wireless Charging
3. แบตยังไม่อึดสักเท่าไหร่

รับชมกันต่อกับ Moto 360 (Gen 2)


Moto 360_1

Moto 360_2

Moto 360_3

กล่องแพกเกจของ Moto 360 ที่วางจำหน่ายในไทย จะไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นต่างประเทศครับ คือมาในทรงกระบอกด้านบนจะมีฝาปิดแบบใส มองเข้าไปเห็นตัวนาฬิกาที่อยู่ภายในกล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย

Moto 360_4

Moto 360_5

แท่นชาร์จไร้สาย

Moto 360_6

ที่ด้านล่างของตัวแท่นชาร์จจะมีวัสดุที่เป็นยางเพื่อช่วยกันลื่นด้วยนะครับ

Moto 360_7

และคู่มือการใช้งานอย่างย่อ และแน่นอนครับรุ่นที่วางจำหน่ายในไทยย่อมต้องมีคู่มือภาษาไทยมาให้ด้วย

Moto 360_9

Moto 360_8

สำหรับตัวอแดปเตอร์ชาร์จจะเป็นแบบสายภายในตัว และให้ Out put มาที่ 550mA

Moto_1

Moto_2

Moto_3

ไฟแสดงการทำงานที่ตัวแท่นชาร์จ สำหรับไฟแจ้งสถานะการชาร์จบนตัวนาฬิกานั้นสามารถปรับเปลี่ยนสีได้หลากหลายรูปแบบและง่ายดายมาก เพียงแค่ปัดหน้าจอขึ้น-ลงก็สามารถเปลี่ยนสีได้ตามชอบใจของเราครับ


Moto 360_15

Moto 360_11

สำหรับรุ่นที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้จะเป็นรุ่น 46 มม. หน้าปัดขนาด 1.56 นิ้ว มีความละเอียดหน้าจอ 360×360 พิกเซล และกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3

Moto 360_12

Moto 360_16

ตัวสายเป็นหนังแท้จาก Horween Leather การเจาะรูเป็นเป็นแบบถี่ ตรงนี้มีข้อดีคือไม่ว่าจะเป็นคนข้อมือเล็กหรือใหญ่ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา และเราสามารถนำสายขนาดมาตรฐานขนาด 22 มม. มาเปลี่ยนใช้งานแทนสายเดิมได้อีกด้วยนะครับ

Moto 360_13

การเปลี่ยนสายของตัว Moto Gen 2 นั้นง่ายมาก ๆ เพราะรูปแบบจะเป็นสลักที่เราแค่ดันหมุดไปด้านข้างก็จะสามารถเปลี่ยนสายได้ในทันที โดยแทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยแต่อย่างใดเลยครับ

Moto 360_14

สำหรับวัสดุหลักของ Moto 360 ตัวเรือนจะผลิตจากวัสดุสแตนเลสสตีลเกรด 316L มีคุณสมบัติเด่นคือเป็นสแตนเลสทนกรด ทนด่างและทนต่อการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการใช้งานในบ้านเราที่ต้องเจอสภาพอากาศร้อน และความชื้นจากเหงื่อของผู้ใช้งาน

Moto 360_22

ทางฝั่งซ้ายมือของตัวเรือนนาฬิกาจะมีรูไมโครโฟนที่ใช้ในการรับคำสั่งเสียง

Moto 360_23

ฝั่งขวามือจะเป็นที่อยู่ของเม็ดมะยม โดยตัวเม็ดมะยมนั้นจะจัดวางตำแหน่งเยื้อง ๆ ขึ้นไปด้านบนเมื่อเทียบกับตัว Gen 1 สำหรับฟังก์ชั่นในการทำงานยังคงเหมือนเดิม คือทำหน้าที่เป็นปุ่ม Power, ปุ่มโฮม, และการ Wake up – down ของหน้าจอแสดงผล

Moto 360_19

Moto 360_21

ตรงเม็ดมะยมจะมีการสกรีนโลโก้โมโตไว้ด้วย กดูสวยงามลงตัวดีมาก ๆ

Moto 360_18

Moto 360_20
สำหรับด้านหลังวัสดุจะเป็นกระจกครับ และที่เห็นวงกลมตรงกลางนั่นคือ เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ (Heart Rate Sensor) เวลาที่ตัวเซ็นเซอร์ทำงานจะแสดงเป็นไฟกระพริบสีเขียวครับ

Moto 360_24

Moto 360_17

การออกแบบดีไซน์ของ Moto gen 2 ยังคงเป็น flat tyre คือพื้นที่การแสดงผลจะไม่กลมแบบ 100% โดยจะมีการแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับตัว Ambient light ที่ด้านล่าง หากเป็นการใช้งานกับหน้า Watch faces ที่เป็นสีดำจะดูค่อนข้างกลมกลืนไปกับพื้นหลัง แต่ถ้าเราเลือกใช้ Watch faces พื้นหลังสีขาวก็จะมองเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเหมือนภาพตัวอย่างครับ

Moto 360_10

ลองประกบกับ Pebble Steel ดูซะหน่อย

Moto 360_25

Moto 360_26

Moto 360_27

Moto 360_28

Moto 360_29
ดูกันไปในหลากหลายมุมเมื่อสวมใส่จริง

20160508_151219

สำหรับตัว Moto 360 (Gen 2) จะมาพร้อม Android Wear เวอร์ชันล่าสุดคือ 1.4.0 สามารถทำงานร่วมกับ Android 6.0.1 Marshmallow ได้อย่างไม่มีปัญหา

20160508_151332

20160508_151353

20160508_151409

หน้าการตั้งค่า Moto 360

เนื่องจาก Moto 360 วางจำหน่ายมานานแล้ว ผมจึงไม่ขอลงลึกในรายละเอียดเช่นลักษณะการใช้งานหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ นะครับ เพราะมีรีวิวออกมามากมายแล้วทั้งของไทยและเทศ  แต่ผมจะขอสรุปในภาพรวมจากการใช้งานจริงแทนละกันนะครับ

Moto 360 รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ขึ้นไป และนอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ iOS ได้เช่นกันครับ โดยรองรับ iPhone 5/5c/5s/6/6s ที่รันบน iOS 8.2 ขึ้นไป แต่จะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิการ iOS ครับ
Screenshot_20160508-150914 Screenshot_20160508-150930

การจับคู่หรือแพร์ตัวนาฬิกากับสมาร์ทโฟนจะต้องทำผ่านแอพ Android Wear หลังจากจับคู่เรียบร้อย เราสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วครับ และตามสไตล์ที่เป็นจุดเด่นของ Smart Watch ก็คือการเปลี่ยน “Watch faces” หรือหน้าปัดนาฬิกาได้อย่างหลากหลายนั่นเอง  สำหรับตัว Moto 360 จะมี Watch faces มาให้ใช้งานจำนวนหนึ่ง เราสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาใช้งานเพิ่มเติมได้จากในสโตร์ครับ

Screenshot_20160508-151615 Screenshot_20160508-151637

Screenshot_20160508-151821 Screenshot_20160508-151832

นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นจากค่ายโมโตที่มีความสามารถคล้ายคลึงกับตัวแอพ Android Wear เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ใช้งานอีกด้วยครับ

Screenshot_20160508-153237 Screenshot_20160508-151807

Moto Connect นอกจากรองรับการเชื่อมต่อกับ Moto 360 แล้ว ยังรองรับ Device จากค่ายโมโตอีกหลากหลายรายการเช่นพวกหูฟังไร้สายต่าง ๆ ของทางค่าย

Screenshot_20160508-151956 Screenshot_20160508-151959

Screenshot_20160508-152011 Screenshot_20160508-152052

Moto Body แอพที่ออกแบบเพื่อคนรักสุขภาพ โดยจะจัดเก็บข้อมูลการออกกำลังกายของเราทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้ใน Motorola ID ของเรา และสามารถแชร์ข้อมูลร่วมกับแอพออกกำลังอื่น ๆ ได้อีกด้วย

สรุปการใช้งานจริง

Moto 360 (Gen 2) มาพร้อมกับ Hardware ที่ดีขึ้นจากตัว Gen 1 การใช้งานทั่ว ๆ ไปลื่นไหลไม่มีสะดุดติดขัดให้กวนใจ วัสดุดีงานประกอบเยี่ยม ส่วนเรื่องความสวยก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบมากครับ นอกจากความสวยแล้วฟีเจอร์ของ Moto 360 (Gen 2) ยังอัดแน่นมาให้ใช้งานอย่างจุใจ ส่วนที่จะติก็คือในแง่ของดีไซน์ยังคงเป็นแบบ flat tyre ที่แบ่งพื้นที่ไว้สำหรับเซ็นเซอร์ Ambient light ที่ด้านล่าง ทำให้เมื่อใช้งาน Watch faces ที่เป็นพื้นหลังสีขาวจึงดูไม่ค่อยกลมกลืนสักเท่าไหร่

แบตเตอรี่ของ Moto 360 (Gen 2) สามารถใช้งานได้ราว ๆ 1.5 วัน ในกรณีที่ใช้งานทั่ว ๆ ไป ขึ้นอยู่กับว่าใช้งานหนักหน่วงขนาดไหน แต่ยังไงก็ต้องชาร์จวันต่อวันอยู่ดี ส่วนการชาร์จจะใช้เวลาราว ๆ 40 นาทีครับ

สำหรับ Moto 360 (Gen 2) วางจำหน่ายแล้วในราคา ในราคา 13,999 บาท (รุ่น 46 มม. ) และรุ่น 42 มม.ในราคา 12,999 บาท ทั้งนี้ทางค่าย Lenovo ได้จัดโปรโมชั่นร่วมกับค่าย True โดยจะมีทั้งการแถมตัว  Moto 360 (Gen 2) ให้ฟรี หรือเลือกรับส่วนลด 50% ในการแลกซื้อ แต่ทั้งนี้จะมีการผูกสัญญาค่าบริการรายเดือนด้วยนะครับ ยังไงลองศึกษาเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจได้ที่ทรูช๊อปทั่วประเทศครับ

สำหรับวันนี้ขอลากันไปแต่เพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในโอกาสหน้า ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ



ถูกใจบทความนี้  2