Review! OnePlus 5T นักฆ่าเรือธงรุ่นอัพเกรด สเปคจัดเต็ม โดนเด่นด้วยกล้องหลังคู่ !!

  เป็นรีวิวภาคต่อของ OnePlus 5 https://goo.gl/xXBFTy สมาร์ทโฟนสุดคุ้มที่มาพร้อมกับฉายา Flagship Killer หรือนักฆ่าเรือธงนั่นเอง โดย OnePlus 5T นั้นมีพัฒนาการในแง่ของดีไซน์ ที่มาพร้อมความอินเทรนด์ตามสมัยนิยมด้วยจออัตรส่วน 18:9 และกล้องหลังคู่ที่อัพเกรดความสามารถให้รองรับการถ่ายภายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น ส่วนสเปคอื่นอาจจะไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงจาก OnePlus 5 มากนัก แต่ยังไงก็ตาม ฉายานักฆ่าเรือธงยังคงจุดขายในเรื่องสเปคต่อราคาไว้ได้เหมือนเช่นเคยครับ  

สเปคเบื้องต้นของ OnePlus 5T
● จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6 inch, ความละเอียด Full HD+ ( 1080 x 2160 pixels ) 401ppi  อัตราส่วน 18:9 กระจกโค้ง 2.5D กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 Supports sRGB, DCI-P3
● ระบบปฏิบัติการ OxygenOS บนพื้นฐาน Android 7.1.1 Nougat
● ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 835 ( Octa-core, 10nm, up to 2.45GHz )
● หน่วยประมวลผลกราฟิค Adreno 540
● แรม 6/8 LPDDR4X
● หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 64/128GB ชนิด UFS 2.1 (ไม่รองรับ MicroSD Card )
● กล้องหลังคู่ 20.0MP boost low light Sony IMX 376K, f/1.7 +  16.0MP Wide-angle Sony IMX 398, f/1.7, Dual LED Flash
● กล้องหน้า 16.0MP Sony IMX 371,  f/2.0, Fixed Focus
● เซ็นเซอร์ Fingerprint, Hall, Accelerometer, G-sensor, Electronic Compass, Gyroscope, Proximity, Ambient Light Sensor, RGB, Sensor Hub
● รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด  dual SIM dual standby, Nano SIM / Nano SIM
● Feature:GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo
● Bluetooth: 5.0, supports aptX & aptX HD,
● NFC: enabled NFC
● เครือข่าย Network: LTE
Supports 3xCA
Supports 64QAM & 256QAM
Supports up to DL CAT 12 (600 Mbps)
UL CAT 13 (150 Mbps) depending on carrier support
● Bands
FDD LTE: Band 1/2/3/4/5/7/8/12/17/18/19/20/25/26/28/29/30/66
TDD-LTE: Band 34/38/39/40/41
TD-SCDMA: Band 34/39
UMTS(WCDMA): Band 1/2/4/5/8
CDMA: BC0
GSM: 850/900/1800/1900 MHz
● WiFi
MIMO 2*2, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, 2.4/5 GHz
● แบตเตอรี่ 3,300 mAh (non-removable), Dash Charge (5V 4A)
● ขนาด 156.1*75*7.3 มม.
● น้ำหนัก 162 กรัม
● สี Black , RED , White

ราคา Flash Sale 18,700 บาท (8GB/128GB)

สั่งซื้อได้ที่นี่ https://goo.gl/gPwSns

Packaging & Accessories

กล่องแพ็กเกจยังมาในโทนเดิม คือเน้นเอกลักษณ์ของทางค่าย OnePlus 5T เอาไว้ด้วยสีแดงตัดขาวนั่นเอง

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องจะประกอบไปด้วย

 

1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ

2. เข็มจิ้มสำหรับเปิดถาดซิม

3. เคสซิลิโคนสีเทา คุณภาพพรีเมี่ยม ใส่แล้วกระชับ ดูจากเนื้องานของตัววัสดุน่าจะมีความทนทานกว่าพวกเคสซิลิโคนทั่วไป

 

4. สาย USB-C ที่มาในโทนขาวตัดแดง ซึ่งยังคงใช้ตัวเดิมเหมือนในแพ็กเกจของ OnePlus 5 นั่นเองครับ

 

5. อแดปเตอร์ชาร์จ Dash Power Adapter ที่รองรับฟีเจอร์ชาร์จไว โดยให้เอาท์พุทมาที่ 5V- 4A สามารถชาร์จได้ไวมาก ๆ ประมาณ 50% ภายในเวลา 30 นาทีครับ

*สำหรับฟิลม์กันรอยจะมีการติดมาให้ตั้งแต่โรงงานเลย สิ่งที่ไม่มีมาให้ในกล่องก็คือหูฟังเพียงอย่างเดียว

 

Design & Hardware

ตามที่เกริ่นไปในตอนต้นครับว่าดีไซน์ของ OnePlus 5T นั้นเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์ของจอแสดงผลให้มาพร้อมอัตราส่วน 18:9 และย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ที่ด้านหลัง จึงทำให้ตัวเครื่องมีความเพรียวบางลง แม้จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 6 นิ้วก็ตาม และเมื่อนำมาวางเทียบกับสมาร์ทโฟนจอ 5.5 นิ้วทั่วไป จะมีขนาดที่ใกล้เคียงกันมาก  ใครเคยใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.5 นิ้วมาก่อน ก็ไม่ต้องปรับตัวแต่อย่างใด แถมได้หน้าจอใหญ่ขึ้นในขนาดตัวเครื่องเท่าเดิมอีกต่างหาก

สำหรับวัสดุและงานประกอบของ OnePlus 5T จะมาพร้อมโครงสร้าง Full metal unibody ที่ผสานด้วยกระจกโค้ง 2.5D ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ในภาพรวมของวัสดุและงานประกอบของ OnePlus 5T นั้นมีความแข็งแรงทนทาน รวมไปถึงการเก็บงานทำได้เนี๊ยบสมกับความเป็นสมาร์ทโฟนเรือธง รับประกันว่าแฟน ๆ ค่าย OnePlus ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

สุดท้าย Handle การจับถือพกพา แม้จะมีหน้าจอขนาด 6 นิ้ว แต่ด้วยความที่ปรับโครงสร้างด้านการออกแบบใหม่ ซึ่งใช้ประโยชน์จากจอแสดงผลอัตราส่วน 18:9 ส่งผลให้ขนาดโดยรวมของตัวเครื่องจะมีความใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนจอ 5.5 นิ้วทั่ว ๆ ไปในท้องตลาด และการที่ดีไซน์ให้ตัวเครื่องมี Slope & curve รับเข้ากับสรีระของฝ่ามือ จึงทำให้การจับถือมีความกระชับจับถือได้อย่างมั่นใจว่าจะไม่ลื่นหลุดมือง่าย ๆ และข้อดีอีกอย่างก็คือตัวเครื่องนั้นยังมาพร้อมกับความบางเบาอีกด้วยครับ

 

กล้องหน้ายังคงยกมาจากตัว OnePlus 5 ครับ โดยมาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์จากค่าย Sony ในรุ่น IMX 371 มีค่ารูรับแสงกว้างที่  f/2.0, ระบบโฟกัสแบบ Fixed Focus สำหรับไฟแจ้งเตือนสถานนะจะอยู่ฝั่งซ้ายติดกับเลนส์กล้องหน้า

 

OnePlus 5 ย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ที่ด้านหลัง พร้อมกับเปลี่ยนสามปุ่มนำทางมาเป็นแบบ On Screen Button เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการออกแบบ และส่งผลให้ตัวเครื่องมีพื้นที่ของขอบจอที่แคบลงนั่นเอง

สรุปด้านจอแสดงผล ยังคงใช้พาเนนลเดิมคือ Amoled และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 เวอร์ชั่นล่าสุด นอกจากนี้ยังมีการขยับความละเอียดขึ้นมาเป็น Full HD+ ( 1080 x 2160 pixels ) 401ppi อัตราส่วน 18:9

ในด้านความสว่าง ความคมชัด สีสันและมุมมองของ OnePlus 5T นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รวมไปถึง Respon การตอบสนองของหน้าจอก็ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเช่นเคย ส่วน Software ปรับแต่งการแสดงผลเช่น โหมด sRGB, DCI-P3 รวมไปถึงโหมดถนอมสายตา ทั้งโหมดกลางคืนและโหมดการอ่านก็ยังมีให้ใช้งานเหมือนบน OnePlus 5 ไม่ได้มีการตัดทอนออกไปแต่อย่างใด สรุปจอ OnePlus 5T นั้นยังคงรักษามาตรฐานที่ดีไว้ได้ครับ

 

ดีไซน์ด้านหลังยังเหมือนเดิมครับ ทั้งการจัดวางเลย์เอาท์ของตำแหน่งกล้องหรือเส้นเสาอากาศที่พาดอยู่ที่ขอบด้านบน/ล่างของตัวเครื่อง

สำหรับสิ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงก็คือการย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาไว้ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

 

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ OnePlus 5T ก็คือจากที่เคยใช้กล้องเลนส์คู่ด้วยเลนส์ Normal 1 เลนส์ ทำงานร่วมกับเลนส์เทเล หรือเลนส์ทางยาว เพื่อใช้ความสามารถในการซูมโดยไม่สูญเสียความคมชัดจาก Optical Zoom มาเป็นเลนส์คู่ที่เป็นเลนส์ Normal 1 เลนส์ ทำงานร่วมกับเลนส์ low light ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เน้นความสามารถในด้านการถ่ายรูปในที่แสงน้อยโดยเฉพาะครับ โดยมีสเปคทางด้าน Hardware ดังนี้

กล้องหลังคู่ เลนส์ตัวที่ 1 ให้ความละเอียดมาที่ 20 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี boost low light ใช้เซ็นเซอร์จากค่าย Sony ในรุ่น IMX 376K, มีค่ารูรับแสงกว้างสุดที่ f/1.7 เลนส์ตัวที่ 2 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล Wide-angle เซ็นเซอร์ Sony IMX 398, ค่ารูรับแสงกว้าง f/1.7, พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ Dual LED Flash

 

พอร์ตการเชื่อมต่อยังให้มาครบ ๆ ทั้งพอร์ต USB -C ที่รองรับ Fast Charge และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ซึ่งหลาย ๆ คนอยากให้คงไว้เพราะว่าครอบครองหูฟังตัวโปรดไว้หลากหลายรุ่นนั่นเอง และอีกสิ่งที่น่าประทับใจก็คือคุณภาพของลำโพงนั้นดีมาก ๆ ไม่ใช่แค่ความดังเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพนั้นมาครบทุกย่าน ทั้งสูงกลางแหลม จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีลำโพงคุณภาพดีในแถวหน้าของวงการ แม้จะไม่ใช่ลำโพงคู่สเตอริโอก็ตามที

 

อีกหหนึ่งจุดขายของค่ายนี้ก็คือ ปุ่ม Alert slider หรือปุ่มที่ใช้ในการปรับโหมดเสียงครับ โดยรองรับทั้งโหมดปรกติ (สั่นและเสียง, โหมดเงียบ(สั่นอย่างเดียว), โหมดห้ามรบกวน ซึ่งยังคงมีมาให้ใช้เหมือนรุ่นพี่ OnePlus 5 และถัดจากปุ่ม Alert slider ก็คือปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงนั่นเองครับ

 

รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด Supports 3xCA, 64QAM & 256QAM, CAT 12 (600 Mbps)

แต่ไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอก ฉะนั้นก่อนซื้อควรตัดสินใจให้ดีว่าปรกติการใช้งานของเราเป็นอย่างไร หากคิดว่า 64GB ไม่เพียงพอ ก็ต้องตัดใจไปที่ความจุ 128GB ซึ่งโดยส่วนตัวผมแนะนำให้เลือกความจุ 128GB เพราะนอกจากจะได้ความจจุจะเยอะขึ้นแล้ว ยังได้แรม 8GB มาเป็นของแถมอีกด้วย

 

Software & Feature

ยังคงเปิดตัวมาพร้อม Android 7.1.1 เหมือนรุ่นพี่ แต่ทางฝั่งของตัวยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ OxygenOS นั้นจะอัพเดตสดใหม่กว่าด้วยเวอร์ชั่น 4.7.6

 

แต่การใช้งานจริงภาพรวม ๆ ไม่ได้มีความแตกต่างจาก OnePlus 5 อย่างมีนัยแต่อย่างใดครับ อาทิเช่นการตั้งค่าปุ่ม Home, Back, Recent Apps โดยกดค้างเพื่อเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นตามที่กำหนด , สลับปุ่ม Back, Recent Apps ตามความถนัดของผู้ใช้งาน รวมไปถึงฟีเจอร์ Gesture เช่นการเคาะหรือการวาดคำสั่งบนหน้าจอเป็นต้น

 

การปรับตั้งค่าการจอแสดงผลยังคงความยืดหยุ่นที่ดีเหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านกราฟิคหรือถ่ายภาพจะชอบมาก เพราะรองรับทั้ง sRGB และ DCI-P3

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดบน OnePlus 5T ก็คือปลดล็อคด้วยใบหน้า ซึ่งภาคการใช้งานจริงนั้นน่าประทับใจมาก เพราะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ แม้จะใช้งานในที่แสงน้อยก็ตาม สำหรับในที่แสงน้อยแนะนำให้เปิดการตั้งค่าเปิดใช้แสงจากหน้าจอเพื่อช่วยในการปลดล็อคได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ยังคงความเทพมาจาก OnePlus 5 ทั้งความรวดเร็วและแม่นยำ

 

ฟีเจอร์แนว ๆ อย่างโคลนแอพ ที่ใช้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว หรือการแบ่งหน้าจอเป็น 2 หน้าต่างก็ยังมีมาให้ใช้งานครับ และอีกสิ่งที่โดดเด่นน่าสนใจก็คือความสามารถในการแปลงสัญญาณเสียงบลูทูธ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงมากยิ่งขึ้น (ตัวหูฟังบลูทูธต้องรองรับด้วย)

 

สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด ด้านการจัดสรรพลังงาน อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี แม้หน้าจอจะใหญ่ถึง 6 นิ้ว แต่ด้วยความละเอียดที่ไม่ได้สูงมากนัก ตรงนี้จึงชดเชยกันไป ด้านความอึดของแบตเตอรี่นั้นยังทำได้ใกล้เคียงกับรุ่นพี่ OnePlus 5 ซึ่งให้ความจุของแบตมาเท่า ๆ กัน

 

Performance

ประสิทธิภาพของ OnePlus 5T ไม่ได้ฉีกหนีหรืออ่อนด้อยจากรุ่นพี่ OnePlus 5 มากนัก เพราะสเปคในภาพรวมจะมีความใกล้เคียงกันมาก ๆ เอาเป็นว่าสรุปสั้น ๆ ด้าน performance นั้นหายห่วง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไป หรือจะเน้นเล่นเกมกราฟิคโหด ๆ OnePlus 5T เอาอยู่ทุกสถานการณ์ครับ

สรุป เร็ว แรง ลื่น ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ด้วยสเปคและ Firmware (ล่าสุด) ที่ปรับแต่งมาได้ค่อนข้างดีมากครับ

 

Multimedia & Entertain

ทดสอบการเล่นวีดีโอที่ความละเอียด 4K 60FPS นั้นลื่นไหลไม่พบปัญหาอาการหน่วงหรือสะดุดติดขัดรบกวนใจแต่อย่างใด

 

ด้านการฟังเพลงต้องบอกว่าดีขึ้น เมื่อเทียบกับ OnePlus 5 ทั่งในแง่กำลังขับที่สูงขึ้นและคุณภาพโดยรวม

 

ด้วยสเปคระดับเรือธงและการปรับแต่งเฟิร์มแวร์ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัว จึงส่งผลให้การเล่นเกมบน OnePlus 5T มีความสมูทลื่นไหลที่ดีมากครับ และตามที่เกริ่นไปในตอนต้น ทั้งจอแสดงผลและคุณภาพของลำโพงตัวเครื่อง ทำให้การเล่นเกมบน OnePlus 5T ได้รับอรรถรสที่ดีมาก ใครเป็นคอเกมรับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

Camera & Sample

UI กล้องมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยครับ แต่ยังคงไฮไลท์หลัก ๆ ไว้ค่อนข้างครบถ้วนเช่นโหมดการถ่ายเบสิคที่ให้มา อาทิ Pro Mode, portrait, Time-lapse, Slow motion และ Panorama ซึ่งถ้าใครเคยใช้ OnePlus 5 มาก่อนก็ไม่ต้องปรับตัวแต่อย่างใด ส่วนคนที่ไม่เคยใช้ค่ายนี้ก็สามาารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก เพราะโดยรวมแล้วมีความ Simple ในการใช้งานอยู่แล้วครับ

 

จากนี้ไปทดสอบคุณภาพจริง ๆ ที่ได้จากกล้องหลังเลนส์คู่ของ OnePlus 5T กันได้เลยครับ โดยภาพเกือบทั้งหมดจะถ่ายด้วยโหมด Auto และจะมีภาพในที่แสงน้อยหรือภายในอาคารค่อนข้างเยอะ เพื่อทดสอบกับเลนส์ low light ซึ่งเป็นของใหม่บน OnePlus 5T นั่นเองครับ

 

 

 

 

โหมด portrait บน OnePlus 5T ทำผลงานได้น่าประใจมากครับ เพราะว่าสามารถละลายฉากหลังได้เป็นธรรมชาติและเก็บขอบ subject ได้ค่อนข้างเนียนตาเลยทีเดียว

 

รอบนี้ไม่ได้มาพร้อมเลนส์เทเล หรือเลนส์ทางยาวแล้ว ฉะนั้นการซูม 2x จึงเป็นการใช้ความสามารถทางด้าน Software ล้วน ๆ เลยครับ แต่จากภาพที่ถือได้ก็ถือว่าทำผลงานได้ค่อนข้างดีในระดับยอมรับได้

 

จุดขายหลักของ OnePlus 5T คือการถ่ายในที่แสงน้อย ด้วยเลนส์ที่พัฒนาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำให้ภาพที่ได้ออกมาต้องยอมรับว่าเก็บดีเทลและจัดการน้อยส์นั้นทำได้ดีมาก ๆ

 

ลองยิงแฟลชเปรียบเทียบจากรูปบนกันบ้าง

 

 

จากนี้ลองถ่ายในสภาพแสงทั่ว ๆ ไปแบบ Outdoor กันต่อครับ

 

 

 

 

ต่อกันด้วยสภายแสง Indoor หรือภายในอาคารกันบ้างครับ

สภาพแสง Indoor (กลางวัน)

 

 

สภาพแสง Indoor (กลางคืน)

 

 

กล้องหน้าใช้เซ็นเซอร์ตัวเดิม แต่พัฒนาด้าน Software ได้ดีขึ้น ทำให้ภาพรวมกล้องหน้าของ OnePlus 5T มีคุณภาพที่เหนือกว่า OnePlus 5 ค่อนข้างเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีเทลและไวท์ บาลานซ์

 

โหมดบิ้วงตี้อาจจะไม่ใช่จุดขายหลัก แต่ก็มีมาให้ใช้งานกันพอขำ ๆ ครับ

บทความเปรียบเทียบกล้อง OnePlus 5T VS Huawei P10 Plus https://goo.gl/PJDq53

สรุป OnePlus 5T

ข้อดี

1. สเปคจัดเต็ม ในราคาจับต้องได้ และอัพเกรดด้านดีไซน์ใหม่ในส่วนของจอแสดงผล
2. วัสดุและงานประกอบเรียบร้อยแข็งแรง มีความพรีเมี่ยม สมราคาค่าตัว
3. กล้องหลังคุณภาพดีมาก โดยเฉพาะจุดขายการถ่ายในที่แสงน้อย
4. เสียงลำโพงดังกระหึ่ม เพิ่มอรรถรสด้านความบันเทิงได้เป็นอย่างดี และปรับปรุงคุณภาพเสียงจากหูฟังเป็นที่เรียบร้อย
5. ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า ทำงานได้ดีทั้งความเร็วและความแม่นยำ
6. แบตอึดพอประมาณ และมีจุดเด่นด้วยระบบชาร์จไว Dash Charge

 

สิ่งที่ต้องพิจารณา

1. ไม่รองรับ VoLTE, VoWiFi ในไทย
2. กล้องหลังไม่มี OIS
3. ไม่รองรับไวเลสชาร์จ
4. ไม่มีฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่น
5. มีแต่เครื่องหิ้ว ต้องยอมรับความเสี่ยงเอง

สุดท้ายนี้หากเพื่อน ๆ สนใจสามารถสั่งซื้อ OnePlus 5T ได้ที่นี่  https://goo.gl/gPwSns

วิธีสั่งซื้อสินค้าจาก Gearbest https://goo.gl/tDt2E9

GearBest มีช่องทางการติดต่อสำหรับคนไทยทั้ง Facebook Twitter หากติดปัญหาการสั่งซี้อ หรือมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถติดต่อทาง GearBest เป็นภาษาไทยได้  โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตอบกลับภายใน 24 ชั่งโมง

ช่องทางการติดต่อ GearBest Thailand  https://goo.gl/qLVRHz

ก็คงจะฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ สำหรับรีวิว OnePlus 5T แล้วพบกันใหม่ในรีวิวทดสอบด้านเอนเตอร์เทนครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ 



ถูกใจบทความนี้  4

ใส่ความเห็น