สวัสดีวันศุกร์ Happy Friday ตอน LG G7 ThinQ

LG G7 ThinQ  เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนเกาหลี โดยรอบนี้มีการปรับปรุงดีไซน์ให้ดูเพรียวลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่าจอแสดงผลนั้นต้องมาพร้อมกับติ่งบนหน้าจอ ซึ่งถือว่ากลายเป็นพิมพ์นิยมของวงการสมมาร์ทโฟนในยุคนี้ไปแล้ว และคาดว่าถ้า Apple ยกเลิกติ่งบนหน้าจอแสดงผลใน iPhone รุ่นถัดไป ผู้เขียนก็ชื่อว่าหลาย ๆ แบรนด์ก็คงจะยกเลิกตามเช่นกัน (ฮ่า) มาเข้าเรื่องกันต่อ ในแง่ของสเปคต้องบอกว่า LG G7 ThinQ จัดเต็มในสไตล์ของเรือธง ส่วนจุดเด่นรอบนี้ก็ถือว่าจัดมาแบบครบ ๆ ทั้งหน้าจอแสดงผล ระบบเสียง และกล้องหลังคู่ที่มาพร้อม AI ตามเทรนด์ของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ 

 สรุปจุดเด่นคร่าว ๆ ของ LG G7 ThinQ

LG G7 ThinQ เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 845 โดยในรุ่นพื้นฐานจะมีแรมและรอมให้ใช้งานที่ 4/64GB ส่วนรุ่น G7+ จะมีแรม/รอม 6/128GB และรองรับหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card สำหรับการเชื่อมต่อด้านเน็ตเวิร์กรองรับ LTE-A, 3-Band carrier aggregation, Cat.16/13 (1Gbps/150Mbps) Wi-Fi a/b/g/n/ac, GPS, Bluetooth 5.0  และรองรับ Dual-SIM ในบางตลาด ด้านแบตเตอรี่ให้ความจุมาที่ 3000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วล่าสุด QuickCharge 4.0 ของ Qualcomm  และรองรับการชาร์จไร้สายด้วยเช่นกัน

วัสดุหลักของ LG G7 ThinQ เป็นกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลัง ส่วนขอบเฟรมจะเป็นวัสดุอะลูมิเนียม รองรับฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่นในมาตรฐาน IP68 หน้าจอแสดงผล FullVision อัตราส่วน 19.5: 9 ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด QHD + รองรับ HDR 10 มีสว่างสูงสุดถึง 1000 nits พร้อมเทคโนโลยี Super Bright Display

กล้องหลังคู่ของ LG G7 ThinQ จะมาพร้อมความละเอียด 16 MP (f/1.6, OIS, laser & PDAF) + 16 MP (f/1.9), laser & phase detection fixed focus, LED flash แต่ทั้งนี้เลนส์ wide ของ LG G7 ThinQ จะมีมุมที่แคบกว่าเมื่อเทียบกับ V30 (107 และ 120 องศา) แต่ก็จะช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความผิดเพี้ยนที่น้อยลง ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 8 MP (f/1.9), รองรับการบันทึกวีดีโอที่ 1080p จุดขายหลักของกล้องหลังคู่ของ LG G7 ThinQ  นอกจากเรื่องเลนส์มุมกว้างอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว รอบนี้ยังมาพร้อมกับ โหมด AI CAM ที่มีความสามารถในการรับรู้ซีนหรือฉากและวัตถุ โดยอัลกอลิทึมของ LG จะสามารถแยกความแตกต่างระหว่างวัตถุได้มากกว่า 1,000 ชิ้น และสามารถปรับแต่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายดอกไม้จะมีการเพิ่มความอิ่มตัวของสี, โหมดถ่ายเอกสารจะเพิ่มความความชัดเจนให้มากขึ้น หรือหากตรวจพบกลุ่มคนในเฟรมเป็นจำนวนมาก ตัว AI ก็อาจจะปรับเปลี่ยนไปใช้กล้องมุมกว้างให้โดยอัตโนมัติเป็นต้น

ในด้านระบบเสียงก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายของ LG โดย G7 ThinQ  โดยมาพร้อมลำโพงคู่สเตอริโอ Boom Box รองรับ DTS-X ระบบเสียงจำลอง 7.1 surround ที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีนี้  อีกทั้งยังตอบโจทย์คอเพลงด้วยการขับเคลื่อนด้วยชิป high-end 32-bit Hi-Fi Quad DAC จากค่าย ESS และรวมไปถึงมีไมโครโฟนคู่ที่รองรับรับช่วงเสียงได้กว้างถึง 5 เมตร เรียกว่าระบบเสียงของ LG G7 ThinQ นั้นจัดเต็มจริง ๆ ครับ

ราคาและเวลาวางจำหน่าย

LG G7 ThinQ มี 4 สีให้เลือกใช้งาน ได้แก่ New Platinum Gray, New Aurora Black, New Moroccan Blue and Raspberry Red. พร้อมเปิดตัวและวางจำหน่ายในเกาหลีใต้เป็นที่แรก และตามด้วยตลาดหลัก ๆ ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป ละตินอเมริกาและเอเชีย ส่วนบ้านเราคาดว่าไม่มาแน่นอน เพราะดูเหมือน LG ในไทยนั้นถอดใจไปกับตลาดสมาร์ทโฟนเสียแล้วครับ

 

 

ก่อนจากกัน ขอรบกวนฝากเพื่อนๆ กดไลค์กดแชร์และติดตามเพจเพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ ^^ >>>> https://goo.gl/8OD74l

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ PDAMobiz.com จากช่องทางต่างๆ คลิก ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับผม

      

   Avatar

มีความสุขตลอดวันศุกร์ครับ

๒๗. เมษายน. ๒๕๖๑  แจ็ค @wasan007



ถูกใจบทความนี้  7

ใส่ความเห็น