รีวิว Xiaomi Mi 8 เรือธงที่ปรับเรื่องกล้องดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

มาแล้ววววววว Xiaomi Mi 8 รุ่นล่าสุด ในที่สุดก็ได้จับกับเขาเสียที ผมก็ลองถูๆ ไถๆ มาหลายรุ่น เออ เจ้า Mi 8 ที่เค้าว่าเป็น flagship นี่แจ่มจริงป่าว ต้องลองกันสักหน่อย หลังจากถูๆ ไถๆ มาได้สักสองอาทิตย์ ก็พบว่า กล้องมันดีจริงๆ แฮะ ดีกว่า Mi 6 อย่างเห็นได้ชัดนะ แล้ว Mi 7  ล่ะ หายไปไหนก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าวันนี้ มาลอง Mi 8 กันหน่อย เค้าว่าดีกันขนาดนั้น มันจริงหรือเปล่า?

สำหรับ Xiaomi Mi 8 นี่เรียกได้ว่าเป็นรุ่น Flagship หน้าจอเล็ก? ก็เล็กกว่า Mi Mix2 หรือ Mi Mix 2S ก็แล้วกัน ยุคสมัยนี้ เป็นยุคของเรือธงท้ายปีต้นปีที่มีขนาดเครื่องและหน้าจอต่างกัน ซึ่งสเปคใกล้เคียงกันนะ ซึ่งมันก็จะคร่อมกันหน่อยๆ เจ้า Mi 8 ก็จะเอาข้อดีของ Mi Mix 2S มาไว้ในตัวเช่นเรื่องของกล้องที่งานนี้ปรับดีขึ้นกว่า Mi 6 ที่เป็นซีรีส์เดียวกันพอสมควรเลยทีเดียว เป็นอีกรุ่นของ Xiaomi ในปีนี้ที่ทำออกมาได้โดนใจใครหลายคนทั้งด้านสเปค และเรื่องของการถ่ายภาพ

Xiaomi Mi 8 Spec

  • Display: AMOLED ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2248 x 1080, 402 PPI
  • CPU: Snapdragon 845 2.8GHz
  • GPU: Adreno™ 630 700MHz
  • RAM: 6GB LPDDR4x 6GB
  • Storage: UFS 64GB/128GB
  • SIM:  nano SIM 2 ซิมการ์ด 4G Standby ทั้งสองซิม เทคโนโลยี LTE B41 4 เสาอากาศ รองรับ MIMO 4 x 4
  • Connectivity: Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, 2.4/5 GHz รองรับเทคโนโลยี WiFi MIMO 2×2, รองรับ MU-MIMO, Bluetooth 5.0, aptX and aptX HD
  • Sensor: เซนเซอร์ Proximity, ไจโรสโคป, มาตรวัดความเร่ง, เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์, มอเตอร์สั่นสะเทือน, บาโรมิเตอร์, ฮอลล์เซนเซอร์, เซ็นเซอร์วัดระดับแสง
  • Port: USB-C
  • GPS : Dual-GPS
  • Other: IR face unlock, เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือด้านหลัง
  • Camera: กล้องหลังคู่ความละเอียด เลนส์มุมกว้าง 12MP, เลนส์ซูม 12MP, เลนส์พอร์ตเทรต, f/2.4, การตรวจจับฉาก AI
  • Rear Camera: กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ 3,400mAh
  • Android 8.1 MIUI 9.5
  • ราคา 15,900 บาท/17,900 บาท สั่งซื้อได้ที่ Lazada  เป็น Official Store จาก Xiaomi


มาดูอุปกรณ์ในกล่องกันครับ


ในกล่องจะมีเท่านี้น่ะ มีเคสแถมมาให้ด้วยก็โอเคละผมว่า ที่เหลือคือหูฟังยังไงก็ไม่มีสำหรับแบรนด์นี้ แต่มี apdater สำหรับเสียบหูฟังปกติมาให้ด้วย อันนี้ต้องใช้แน่นอน

มาดูรูปร่างหน้าตากันหน่อย

จริงๆ มีสีให้เลือกด้วยนะครับคือล่าสุดมีสีฟ้า ตัวที่เป็นสีฮีโร่ของ Xiaomi Mi 8 เลย แต่ตัวที่ได้มารีวิวคือสำดำ และอีกสีคือสีขาว ก็แล้วแต่ชอบนะอันนี้

จากสเปคด้านบนตัวหน้าจอเองคือมีขนาด 6 นิ้วกว่า ซึ่งเรื่องการใช้งานคือเพียงพออยู่แล้ว แต่ติดตรง notch หรือที่เรียกกันว่าติ่ง หรือรอยบาก ที่ทำออกมาได้อินเทรนด์มาก หลายๆ คนรวมถึงผมเองก็ไม่ชอบเครื่องที่มีลักษณะนี้ ก็ไม่รู้ว่าเทรนด์แบบนี้จะหายไปเมื่อไหร่

จริงอีกอย่างที่ส่วนตัวแล้วไม่ชอบ แต่ดีไซน์เค้าดีไซน์ออกมารับกับตัวเครื่องก็คือขอบหน้าจอที่จากเป็นเหลี่ยมมุม มาเทรนด์ของ Xiaomi Mi ต่างๆ ในปีนี้จะกลายเป็นขอบหน้าจอโค้งรับกับตัวเครื่อง คือมันดูสมมาตรกันก็จริง แต่การแสดงผลมันก็จะโค้งไปตามขอบหน้าจอนั่นเอง

ด้านบนจะยังเห็นดีไซน์ของเสาอากาศที่พาดผ่านขอบตัวเครื่องตามปกติ ด้านบนมีไมค์อยู่ตัวนึง อ้อ จุดเด่นอีกอย่างก็คือ Mi 8 มี Dual GPS ที่ทำงานได้รวดเร็ว แต่ทว่ายังมีเรื่องของแอปที่อาจจะยังไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่แบบนี้ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีการส่งผ่านข้อมูลเช่นพวก 2CA อะไรแบบนี้ แม้แต่ GPS ก็ยังมีเช่นกัน

ด้านล่างที่มีพอร์ท USB-C มาให้เรียบร้อย มีตัวแปลงสำหรับใช้กับหูฟังให้ด้วย แต่ยังไงผมก็ยังชอบช่องเสียบหูฟังปกติมากกว่านะ

ส่วนด้านหลังเป็นสีดำเงา สะท้อนแสงดีเหลือเกิน แต่ก็เงาไม่เท่ากับ Mi Mix 2S นะ

ตัวกล้องขนาด 12+12 ล้านพิกเซล ที่ใช้เป็นเลนส์ซูม 2 เท่า 1 ตัวและ ใช้ถ่ายพอร์ตเทรดตัวนึง

เพราะว่าตัวกล้องนูนขนาดนี้ เวลาวางไว้กับพื้น เราก็คงจะกลัวเลนส์ของกล้องเป็นรอย แต่ตัวกระจกที่ครอบเลนส์กล้องก็ทนทานดี กันรอยขีดข่วนได้ดีเลยทีเดียว


ตัวดีไซน์หลังๆ ทาง Xiaomi ก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ นะ ก็จะเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่ยังมีกลิ่นอายความเป็นแบรนด์จีนอยู่ ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกว่าแบรนด์จีนนี่ล่ะใช้งานได้ดี และคุ้มกับราคาสุดๆ เหมือน Mi 8 ตัวนี้


ขอบด้านนึงก็จะมีปุ่มกดปิด เปิดเครื่อง และเร่ง ลดเสียงตามปกติ

อีกด้านนึงก็จะมีแค่ช่องใส่ซิม ซึ่งรองรับ nano SIM

และไม่สามารถใส่ microSD เพิ่มได้ ใส่ได้แต่ซิมอย่างเดียวเท่านั้น อันนี้อาจจะเป็นจุดนึงที่น่าเสียดาย เพราะขนาดรุ่นเล็กยังมีช่องใส่ซิมและ microSD มาให้ครบเลย

มาดูเคมา
มาดูตัวเคสที่แถมให้มานิดนึงละกันนะครับ มันยืนหยุ่นดีสีมาโทนเดียวกับสีดำพอดีไม่แน่ใจว่าเคสสำหรบเครื่องสีขาวหรือสีฟ้าจะให้เคสสีอะไรมานะ


นี่คือความลงตัวที่ออกแบบมาให้คือความหนาของเคสจะพอดีกับตัวเลนกล้องที่ยื่นออกมาเลย

ตัววัสดุต่างๆ และดีไซน์ก็แข็งแรงทนทานดีนะ ไม่ชอบรอยบากที่บากซะขนาดใหญ่มาก ถึงแม้ว่าจะปิดด้วย software ได้ก็ตามที แต่มันก็แบบว่าไม่มีดีกว่า หวังว่า Mi 9 คงจะหายไป เป็นอีกความคาดหวังสำหรับรุ่นหน้าเลย

 

การทดสอบคะแนน คือเค้าก็ได้มาไม่น้อยเลยนะ สำหรับ Snapdragon 845 ที่ทำได้ค่อนข้างดี น่าประทับใจ

 

ด้านซอฟท์แวร์

ปกติก็จะมาพร้อมกับ MIUI ที่มีการใช้งานครบถ้วนอยู่แล้ว ที่แตกต่างก็คงจะเป็นเรื่องการปิดรอยบากล่ะมั้ง ที่เหลือผมว่าเหมือนกับ Mi Mix 2S ที่เป็นรุ่นใหญ่เลยมีฟีเจอร์ครบ ไม่ว่าจะเป็น dual app, Mi Mover และอีกเพียบ


ที่ต้องบอกว่าดีกว่ายี่ห้ออื่นๆ ในตลาดก็คือ มันไม่มีข้อจำกัดเรื่องแอปโคลน หรือ dual app ที่เลือกใช้แอปอะไรก็ได้ ไม่ใช่แต่ social อย่งาเดียว รวมถึงพื้นที่ทับซ้อนที่เหมือนมีอีกเครื่องแยกในตัวเลย


การแสดงผลแบบเต็มหน้าจอ ก็ช่วยให้มีพื้นที่การทำงานเพิ่มมากขึ้น การคอนโทรลก็ไม่ยาก และยังซ่อนรอยบากได้อีกด้วย แต่พอแคปเจอร์มาแล้ว รอยบากจะกลายเป็นสีดำนั่นเอง


การใช้งานด้านต่างๆ ที่มีครบถ้วน ในรายละเอียดแถบการแจ้งเตือนก็เปลี่ยนได้ตามปกติของ MIUI อยู่แล้ว รวมถึงพวก โหมดถนัดมือ  การใช้ปุ่มทางลัด สามารถแบ่งหน้าใช้งานได้

มาดูเรื่องกล้องกันมั่ง

โหมดกล้องตัวหลักก็คือ เรื่องการซูม 2X ที่ใช้เลนส์ แบบ Hardware ที่เหลือก็มีโหมด AI ที่สามารถปรับสีให้เข้ากับภาพได้เช่นภาพอาหาร ปรับสีให้น่ากินมากขึ้นอะไรแบบนี้ มันก็ฉลาดอยู่นะ โหมดแมนวลก็จะสามารถปรับรายละเอียดได้หลากหลายด้วย และยังมีโหมด Beautify หรือหน้าสวยนั่นล่ะที่จัดมาให้ หน้าใสเกินจริงเลยทีเดียวฮ่ะๆ

อย่างโหมดบิ้วตี้ก็สามารถปรับค่าความเนียนได้ ไม่เท่านั้น ยังทำให้ฉากหลังเบลอได้แบบว่าโดนใจอีกต่างหาก ทำให้หน้าเราเด่นขึ้นมา และอีกอย่างนึงคือมุมกว้างเก็บหน้าคนได้หลายคนเลยนะ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้โหมดเซลฟี่กลุ่มก็ตาม

ตัว AI ก็ฉลาดรู้ว่าอันไหนเป็นอาหารก็จัดให้ซะเรียบร้อย สีสันน่ากินดี

ตัวอย่างภาพกันบ้าง

สรุปการใช้งาน Xiaomi Mi 8

สำหรับ Flagship ที่สเปคแรงขนาดนี้ แต่ราคาหมื่นกลางผมว่าถือเป็นราคาที่รับได้มากเลยทีเดียว ใช้งานทุกอย่างคือลื่นตามสเปค ทันใจ ไม่หน่วง ด้วย MIUI ที่มีฟีเจอร์ฟังก์ชั่นต่างๆ ครบถ้วน ทั้งการเชื่อมต่อต่างๆ ที่ครบถ้วน คือมันลงตัวหมด กล้องก็จัดมาเต็ม ความละเอียดผมว่าเรือธงน่าจะให้ความละเอียดมามากกว่านี้เพราะอย่างรุ่นแล็กของตัวเองก็ยังให้มา 20 ล้านเลย ก็อย่างว่าไม่งั้นรุ่นเล็กก็ไม่มีจุดเด่นอีก ก็ว่ากันไป แต่สำหรับ Xiaomi Mi 8 คือกล้องในระดับนี้ที่ได้ คะแนนโปรมาก แซงหลายๆ รุ่นขึ้นมาอยู่อันดับ top คือมันก็ดีสมคำร่ำลือ ขนาดฝีมือบ้านๆ แบบผม ภาพก็ออกมาน่าประทับใจจริงๆ  เล่นเกมคงไม่ต้องบอกว่าสบายๆ แบตก็อยู่ได้วันนึง เล่นๆ โซเชียลไป ถ่ายรูปบ้าง เล่นเกมบ้าง คุยบ้าง แต่เล่นเกมมากๆ ก็ไปบ้านเหมือนักนนะ จุดติก็คือรอยบากที่ไม่ชอบเอาเสียเลยจริงๆ สิ ที่เหลือก็สมคำร่ำลือล่ะครับ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องซื้อเครื่องระดับสามหมื่นก็แจ่มได้นะ งานนี้อยากจัดออนไลน์ที่ Lazada ก็มีนะ เป็น Official Store จาก Xiaomi

ขอบคุณ Xiaomi Thailand ที่ให้ยืมเครื่องทดสอบ 



ถูกใจบทความนี้  65

ใส่ความเห็น