รีวิว Xiaomi Mi Pad 4 พัดหมี่สี่ ที่จีนจ๋า จริงๆ

วันนี้ขอจับเอาเจ้า Xiaomi (อ่านว่าเสียว หมี่ ไม่ใช่ เสี่ยวมี่)  ที่เพิ่งเปิดตัว Mi Pad 4 ในประเทศจีนได้ไม่นานนัก มาแนะนำให้รู้จักกันหน่อย งานนี้ต้องบอกเลยว่ายังไม่เห็น Global Version ดังนั้นเครื่องที่จัดมาคือ ภาษาจีนพร้อมภาษาอังกฤษ ยังไม่มีภาษาไทยนะครับ ส่วนการใช้งานเครื่องนอกไม่ยากนัก สิ่งที่น่าสนใจก็คือ Tablet สำหรับยุคนี้ก็คือราคาประหยัดนั่นเอง แต่เอาจริงๆ งานนี้ Mi Pad 4 ก็ยังไม่รู้จะเข้าไทยหรือเปล่า งานนี้ได้ Snapdragon 660 มาลองความแรงด้วย จะสมใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่ามันใหม่ดีจัง

นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้จับ Android Tablet จริงๆ ก็อยู่แต่เป็นรุ่นเก่าๆ แต่ที่ใช้ประจำก็ iPad ซะมากกว่า ไปๆ มาๆ Xiaomi ก็เปิดตัว Mi Pad 4 ซะอย่างนั้น ในขณะที่สภาวะ Tablet บนระบบ Android อยู่ในช่วงซบเซาเอาการ ไม่ปังเหมือนสมัยก่อน เคยลองเล่น Mi Pad ซึ่งคอนเซ็ปท์เค้าในช่วงนั้นก็เหมือนเคยครับ คุณภาพคุ้มกับราคา สมัยก่อนนี่เกือบหมื่น มาวันนี้เองก็เช่นเดียวกัน ในระดับราคาประมาณเดียวกันแต่สเปคนี่ได้ใจ ใช้กันไปยาวๆ

Spec ของ Mi Pad 4

Product name
Xiaomi Mi Pad 4 Tablet PC
Screen size
8 inch
Screen resolution
1920×1200 FHD,283 ppi
CPU
Qualcomm Snapdragon 660 AIE processor, 2.2GHz
OS
MIUI 9
Storage
3GB+32GB / 4GB+64GB
Battery
6000mAh
Camera
13.0MP back camera, 5.0MP front camera
Connectivity
Type-C, 3.5mm headphone jack
Support network
WiFi version, WiFi + 4G LTE version

ส่วนราคาก็ประมาณ 8,000 บาท สำหรับรุ่น 3GB+32GB => กดได้ที่นี่ https://goo.gl/GBzuNZ หรือจะเป็นรุ่น 4GB+64GB ราคาประมาณ 10,xxx บาท กดที่ https://goo.gl/98wH6M

    เรามาแกะกล่องและดูเจ้า Xiaomi Mi Pad 4 กันหน่อยดีกว่า


ตัวกล่องมาในเทรนด์สีขาว ตามสูตรในยุคหลัง ผมยังคงติดกับภาพเก่าๆ ที่กล่องเป็นสีน้ำตาลที่เหมือนทำมาจากกล่องรีไซเคิลประมาณนั้น แต่นี่ก็ดูดีขึ้น และเป็นธีมเดียวกันทุกสินค้า ก็เด่นไปอีกแบบ จริงๆ กล่องสีขาวๆ แบบนี้ไม่มีสกรีนอะอะไรเลยนอกจากเลข 4 และแบรนด์ Mi ตามที่เห็นเลยนะ


ส่วนด้านหลังกล่อง มีสเปคและรายละเอียดรุ่นบอกเอาไว้ครบ แต่เน้นว่าเป็นภาษาจีน


อุปกรณ์ในกล่องก็ตามสูตรเค้าล่ะครับ มีแค่นี้ล่ะ สายชาร์จ อะแดปเตอร์ และเข็มจิ้มถาดใส่ micro SD Card

สเปคหน้าจอขนาด 8 นิ้วนี่กำลังดีเลย จับถนัดมือ อัตราส่วนก็มาในแบบ 18:9 อีกด้วย หน้าจอเป็นแบบ IPS ความละเอียด 1920 x 1200 Full HD ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ละเอียดมากแต่ก็เหมาะกับการใช้งานในระดับนี้แล้ว


กล้องด้านหน้าจัดมาให้ 5 ล้านพิกเซล ถือว่าน้อยถ้าเทียบกับมือถือทั่วไป แต่ถ้ามาในแนว Tablet ก็มาตรฐานเค้าล่ะ


ด้านบนของตัวเครื่องยังมีช่องเสียบหูฟังมาให้ใช้งานได้สบาย ไมค์ก็อยู่ส่วนของด้านบนนี่ล่ะ

ด้านล่างก็มีช่องลำโพงและไมค์ คนละด้านกัน และพอร์ท USB-C สำหรับชาร์จและซิงค์ตามคอนเซ็ปท์ทั่วไปครับ ซึ่งแบตให้มา 6000 mAh ถือว่าเยอะ และชาร์จเร็วได้สลบายเลย


ด้านข้างทั้งสองด้าน ก็มีปุ่มปิดเปิดเครื่อง เร่งลดเสียงตามลำดับ ตัวขอบเหมือนจะเป็นโลหะแข็งแรงอยู่นะครับ ตัวเครื่องดำทั้งด้านหน้าและด้านหลังรวมถึงขอบด้วย

ด้านหลังที่บอดี้แข็งแรง แต่น่าจะเป็นพลาสติกแข็งแต่ก็แข็งแรงระดับนึง  Mi Pad รุ่นแรกๆ เป็นพลาสติกทั้งดุ้น มาเจอเจนเนอเรชั่นหลังๆ นี่ทำดีขึ้นเยอะเลย

กล้องขนาด 13 ล้านพิกเซล คุณภาพก็พอใช้ได้ล่ะและมาแค่กล้องเดี่ยวเท่านั้น อย่างว่าตัว Tablet เน้นใช้งานไม่ได้เน้นถ่ายภาพเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องกล้องจึงเป็นเรื่องรอง

มาดูซอฟท์แวร์ในเครื่องสักนิด

มาพร้อมกับ MIUI 9.6 คงต้องรอการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น 10 ต่อไป ส่วนใหญ่ก็คล้ายกับการใช้งานเทรนด์ในปัจจุบัน หน้าจอที่ไม่ต้องมีปุ่มกด และฟีเจอร์ต่างๆ คงคุ้นกันดีอยู่แล้ว สามารถลงแอปต่างๆ ได้ โดยหา store นอกเอาครับ คงต้องรอ ROM Global ออกก่อนแล้วค่อยว่ากัน

งานนี้มีโหมดเกมด้วย สำหรับคนที่ชอบเล่นเกม และสเปคอย่าง Snapdragon 660 ก็ถือว่าไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน มีโหมดนี้จะทำให้เล่นเกมลื่นขึ้นอีกระดับนึง

การคอนโทรลก็ไม่ต้องอาศัยปุ่ม softkey อีกต่อไป ใช้งานถนัดดี

พื้นที่ใช้สอยสบายๆ 64GB เหลือใช้แน่นอน ไม่พอใส่ micro SD Card ได้

ความแรงก็ประมาณนึงนะ ไม่แรงสุดแต่ว่าก็แรงใช้ได้อยู่ ส่วนมัลติทัชได้ 10 นิ้ว ลื่นๆ เช่นกัน

เรื่องภาษางานนี้มีพี่จีน กับอังกฤษนะครับ ใครจะตัดสินใจก็ต้องยอมรับตรงนี้ด้วยว่ามันไม่มีภาษาไทย แต่ลงคีย์บอร์ดไทยได้

ลงคีย์บอร์ดไทยแม่นแม่น ใช้งานสะดวกดี ไม่มีบั๊กด้วย แจ่ม

มีความสามารถในการแบ่งหน้าจอ ในเมื่อเป็น Tablet พอใช้แล้วมันสะดวกกว่าบน Smartphone ขนาด 6 นิ้วทั้งหลายจริงๆ

มีระบบเฟสอันล็อค เพิ่ม ใช้งานสะดวกขึ้นไปอีก

 

ทดสอบเล่นเกม

เท่าที่ลองทดสอบเล่นเกมดูแล้ว คือก็ลื่นได้ใจ แต่การคอนโทรลคือเนื่องจากหน้าจอใหญ่บางครั้ง ฝ่ามือก็จะเผลอไปโดนหน้าจอ ทำให้ต้องคอยระวังเหมือนกัน แต่อย่าง ROV คือเฟรมไม่ตกตอนบวกก็แจ่มแล้ว

ส่วนตัว PUBG สเปคกับหนดไว้เบื้องต้นคือปานกลาง แต่พอเข้าเกมและปรับก็จัดเต็มระดับสูงได้สบาย ไม่ต้องห่วงเลย

 

มาดูเรื่องกล้องและรูปถ่ายบ้าง

โหมดถ่ายภาพที่ให้มามีแค่ HDR และ โหมดหน้าสวย ภาษาอังกฤษเค้าใช้ Hightligh skin tones หรือแปลง่ายๆ ว่าหน้าสวย หรือหน้าขาวนั้นล่ะ ใช้ได้ทั้งกล้องด้านหลังและด้านหน้า

โหมดฟิลเตอร์ ปรับภาพในโทนต่างๆ ไม่มีไลฟ์พรีวิวให้ดูก่อนนะ มีแต่ภาพตัวอย่าง

โหมดกล้องวีดีโอ สามารถปรับความสว่างของแสงได้

ตัวอย่างภาพถ่าย


เรื่องกล้อง ตอนกลางวันหรือที่แสงเยอะนี่ก็พอได้อยู่ แต่พอกลางคืนหรือแสงน้อยคือลำบากเลยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง มีดีเลย์ ต้องรอให้กล้องโฟกัสและมือต้องนิ่งหน่อย แต่โดยรวมกล้องก็ดีกว่า Tablet ทั่วๆ ไปนั่นล่ะ

สรุปการใช้งาน Xiaomi Mi Pad 4

ผมยกให้เป็น Tablet ที่สุดคุ้ม ราคาไม่แรงมาก แต่ได้สเปคที่ดี ใช้งานง่าย ไวดีด้วย MIUI พร้อมกับสเปคที่ลงตัว ส่วนดีไซน์ก็ตามสไตล์ Mi นั่นล่ะครับ วัสดุดีอยู่นะ ด้วยขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว แต่พกพาสะดวก เพราะหน้าจออัตราส่วนใหม่ที่คงจะเริ่มมีใน Tablet ยุคนี้ เหมือน Smartphone 18:9 ซึ่งทำให้ตัวเครื่องสูงขึ้น พื้นที่ใช้งานบนหน้าจอที่มากขึ้น และทำให้ตัวเครื่องสลิมขึ้น ถือสะดวกขึ้นเยอะเลย กับหน้าจอ 8 นิ้ว เกือบพกใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ได้เลยทีเดียว ผมว่าถ้า 7 นิ้วนี่พกได้แน่นอน กล้องที่พัฒนาขึ้นจาก Tablet แต่ก่อน ผมว่ามันโดนนะ ส่วนอื่นๆ ผมว่าดีหมดเลย ฟีเจอร์ตัวเครื่องอาจจะมีไม่มาก แต่ก็ใช้งานสบายใจ คนอายุเริ่มเยอะผมว่าน่าจะโดนเลยล่ะ สุดท้ายคือถ้าอยากหามาใช้ก็ต้องสั่งออนไลน์เท่านั้นครับ ราคาก็ไม่แรงมาก ราคาประมาณ 8,000 บาท สำหรับสเปคเริ่มต้น RAM3GB ROM 32GB => https://goo.gl/GBzuNZ

update

คูปอง GB&TAMI432
ราคาลดเหลือ $ 199.99 ( 6760บาท)



ถูกใจบทความนี้  111

ใส่ความเห็น