ทักทาย วันจันทร์ มันส์เดย์ – Apple Watch 4 ล้ำด้วย ECG แต่ยังแทรคนอนด้วยตัวเองไม่ได้?

นวัตกรรมล่าสุดที่ Apple ได้จับมาใส่ใน Apple Watch 4 ที่ผมเห็นว่าว้าวหน่อย ก็คงเป็นการแทรคเรื่องของอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นด้วยการใช้คลื่นไฟฟ้า หรือ ECG ซึ่งเอาจริงๆ Smartband ในจีนนี่ทำได้นานแล้ว หลักราคาพันอยู่ แต่ทว่าก็ไม่ได้มีการใช้งานกันในวงกว้าง และคงไม่ค่อยมีใครรู้จัก อย่างเช่น Amazfit Health ซึ่งมีแต่ภาษาจีนอย่างเดียว แต่ทว่า Apple Watch 4 นั้นรับรองว่าเป็นทางการ และมันมีประโยชน์กับผู้ใช้งานที่ต้องการวัดคลื่นหัวใจโดยตรง โดยผลของคลื่นหัวใจนี้สามารถเก็บไว้เพื่อนำไปใช้งานต่อได้ เมื่อเรานำไปให้แพทย์วินิจฉัยต่อ อีกสิ่งนึงที่ Apple หยิบยกขึ้นมาก็คือ มาตรฐาน FDA Certified ที่ได้รับการรับรองว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ปลอดภัยแน่นอน ก็ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกานั่นน่ะนะ ลองอ่านความหมายจาก เกร็ดความรูั https://goo.gl/qRpyMh ลิงค์นี้ดูนะครับ ก็ทำให้มั่นใจได้ว่า Apple Watch 4 เหมาะกับเรื่องสุขภาพจริงๆ แต่ก็อีกนิดนึงนะ คือก็น่าแปลกที่ เรื่องวัดความดันในกระแสเลือด ไม่ได้มีติดมาด้วย สังเกตุจาก Wearable แล้ว เหมืนอกับว่าการวัดจากข้อมือไม่ได้ความแม่นยำจนนำมาใช้งานได้จริง แต่ของจีนนี่มีให้เลือกเพียบ แต่อย่างว่าก็ไม่ได้มีมาตรฐานอะไรรับรองนั่นล่ะครับ เป็นที่น่าเสียดาย เพราะเอาจริงๆ แล้ว เรื่องความดันนี่ คนส่วนใหญ่น่าจะได้ใช้งานมากกว่าเรื่องของ ECG ถ้าจะดีใส่มาพร้อมกันได้ก็จะดีที่สุดเลย หรือว่าจะเป็นไพ่ที่จะหงายในปีหน้าก็ไม่รู้สินะ ยังไม่รวมเรื่องของการเตือนต่างๆ เมื่อล้ม และตั้งให้โทรขอความช่วยเหลือได้ด้วย สำหรับคนแก่ หรือผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และอยู่บ้านคนเดียวนี่มีประโยชน์มากจริงๆ

แต่ที่สุด ก็ยังไม่ที่สุดเมื่อจริงๆ แล้ว Apple น่าจะใส่ฟีเจอร์การแทรคการนอนมาให้ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องมานั่งลงแอปเพิ่ม ฟรีบ้างเสียตังค์บ้าง หรือใน Apple Watch 4 ทำได้แล้วก็ไม่แน่ใจ เพราะจากที่ตามๆ ก็ไม่เห็นข้อมูลตรงนี้ หรือว่า Apple Watch ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใส่นอนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว? เพราะว่าตกดึกก็ต้องชาร์จแบตเหมือน Smartphone เช้ามาค่อยหยิบมาใส่ เลยไม่จำเป็นต้องแทรคการนอนก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่หลังๆ Apple ก็แก้ปัญหาเรื่องแบตเตอรี่บน Apple Watch ไปได้ระดับนึงแล้วนะ ซึ่งใน Apple Watch 4 เองก็ปรับปรุงเรื่องแบตเพิ่มขึ้นไปอีก สามารถเอาไปแทรควิ่งมาราธอนได้ที่ประมาณ 6 ชั่วโมง ใครวิ่งเกินนี้ก็ตัวใครตัวมันนะ พร้อมส่วนผสมที่ลงตัวกับ WatchOS 5 ที่เพิ่มฟังก์ชั่นการออกกำลังกายเพิ่มเติม และฟีเจอร์อื่นๆ อีก ซึ่งเอาจริงๆ คนที่มี Apple Watch 3 ก็น่าจะอัพเกรดมาใช้ 4 เพราะนอกจากฟีเจอร์แล้ว ความสวยงามก็เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก ส่วนตัวแล้ว Apple Watch ถือว่าเป็น Smartwatch ที่ได้ช่วยเรื่องสุขภาพมากที่สุดในตอนนี้เลยล่ะ



ถูกใจบทความนี้  2

ใส่ความเห็น