เปิดตัว Huawei Mate 20, และ Mate 20 Pro อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวเลนส์ LEICA และชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด Kirin 980 !!

Huawei ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Mate Series อย่างเป็นทางการ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยไฮไลท์หลักของ Mate Series คือมาพร้อมการปรับปรุงทั้งในเรื่องของดีไซน์ ประสิทธิภาพจากขุมพลัง Kirin 980 ที่นอกจากเร็วแรงแล้วยังมี AI ที่ฉลาดขึ้นอีกด้วย ส่วนกล้องหลังก็ยังคงเป็นจุดขายหลักและรอบนี้ถือว่าจัดเต็มอีกครั้งสำหรับกล้องหลัง 3 ตัว ที่สามารถสานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ P20 Pro ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

 

คีย์ไฮไลท์ของ Huawei Mate 20, และ Mate 20 Pro

Huawei Mate 20

ตัวเครื่องเลือกใช้วัสดุหลักที่มีความพรีเมี่ยม โดยโคร้งสร้างหลักทำจากโลหะและครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 158.2 x 77.2 x 8.3 มม. และน้ำหนัก 188 กรัม

มาพร้อมจอ Huawei Dewdrop Display  ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2244×1080 พิกเซล) อัตราส่วน 18.7:9 พร้อมรองรับ DCI-P3 HDR ความสว่าง 820 nits และปรับปรุงให้ใช้พลังงานน้อย

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุด Kirin 980 บนสถาปัตยกรรม 7nm รุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกับจุดเด่น Dual NPU (หน่วยประมวลผลแบบแกนสมองคู่), ชิปกราฟิก Mali-G76, โมเด็ม 1.4 Gbps Cat.21 และรองรับ LPDDR4X 2133 MHz โดย Kirin 980 มีประสิทธิภาพในการประมวลผลเพิ่มมากขึ้น 75%, ประมวลผลกราฟิกดีขึ้น 46% และ AI มีประสิทธิภาพมากขึ้น 226% อีกทั้งยังสามารถจัดการพลังงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

ส่วนหน่วยประมวลผลกราฟิกจะเป็น Mali-G76 MP10, มีแรมให้เลือกใช้งาน 2 ขนาด 4GB/6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย Nano Memory และรันบนระบบปฎิบัติการ EMUI 9 บนพื้นฐานของ Android 9 Pie

 

 

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนาร่วมกับ LEICA เหมือนเช่นเคย

โดยกล้องหลักจะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เป็นเลนส์มุมกว้าง Wide Angle และมีค่ารูรับแสงที่ f/1.8

กล้องตัวที่สองความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle และค่ารูรับแสงที่ f/2.2 และกล้องตัวที่สามความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เลนส์ Telephoto 2 เท่า ขนาด 52 มม. รูรับแสง f/2.4 พร้อมระบบกันสั่น OIS

รวมทั้งรองรับการถ่ายวิดีโอในโหมด slow-mo ที่ 720@960fps, รองรับการซูมแบบออฟติคอล 3 เท่า, ระบบ EIS, เทคโนโลยี Variable Aperture, โหมด Portrait และสามารถถ่ายได้นานโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ที่พัฒนาร่วมกับ LEICA ให้ความละเอียดมาที่ 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และรองรับโหมด Portrait แบบ live bokeh effects

 

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะติดตั้งไว้ที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับการกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP53, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE,  Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC,

พอร์ต USB Type-C, พอร์ต IR blaster, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Super Charge 22.5W และชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger

 

Huawei Mate 20 มีให้เลือก 5 สี ประกอบไปด้วย Emerald Green, Midnight Blue, Black, Pink Gold และ Twilight

โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 800 ยูโรหรือประมาณ 30,125 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB, ROM 128GB และราคา 850 ยูโรหรือประมาณ 32,000 บาทสำหรับรุุ่น RAM 6GB, ROM 128GB จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมเป็นต้นไป

 

Huawei Mate 20 Pro

 

ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากโลหะครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยขนาด 157.8 x 72.3 x 8.6 มม. และน้ำหนัก 189 กรัม

มาพร้อมจอแสดงผล Huawei FullView Display แบบ HDR OLED ขอบโค้ง ความละเอียด QHD+ 3120 x 1440 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 รองรับ DCI-P3 HDR และมีรอยบากหรือ Notch อยู่ตรงกลางด้านบน

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ชิปเซ็ท Kirin 980, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP10 GPU, RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย Nano Memory และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9

 

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนาร่วมกับ LEICA พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์มุมกว้าง Wide Angle และรูรับแสง f/1.8

กล้องตัวที่สองความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle และรูรับแสง f/2.2 และกล้องตัวที่สามความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เลนส์ Telephoto 3 เท่า ขนาด 80 มม. รูรับแสง f/2.4 และระบบกันสั่น OIS

รวมทั้งรองรับการถ่ายวิดีโอในโหมด slow-mo ที่ 720@960fps, รองรับการซูมแบบออฟติคอล 5 เท่า, ระบบ OIS + EIS, เทคโนโลยี Variable Aperture, โหมด Portrait และสามารถถ่ายได้นานโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ที่พัฒนาร่วมกับ LEICA ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และรองรับโหมด Portrait แบบ live bokeh effects

 

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังไว้ใต้หน้าจอ, รองรับ 3D Face Unlock, รองรับการกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC,

พอร์ต USB Type-C, พอร์ต IR blaster, ช่องลำโพงคู่สเตอริโอ, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Super Charge 40W และชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger

 

สำหรับ Huawei Mate 20 Pro มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ Emerald Green, Midnight Blue, Black, Pink Gold และ Twilight

โดยมีราคาอยู่ที่ ราคา 1,049 ยูโร (ประมาณ 39,500 บาท) เริ่มวางจำหน่ายในยุโรปตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมเป็นต้นไป



ถูกใจบทความนี้  10

ใส่ความเห็น