Bryde’s whale ปลาวาฬบรูด้าในอ่าวไทย

Bryde’s whale ปลาวาฬบรูด้าในอ่าวไทย

        เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว 9/12/2561 ผมมีโอกาสได้ร่วมทริปไปถ่ายรูปปลาวาฬบรูด้าในอ่าวไทยแถวชายทะเลบางขุนเทียน แม่กลอง ได้ชมแบบใกล้ชิดมาก ปลาเข้ามาใกล้เรือในระยะ 10-20 เมตร ตื่นตาตื่นใจกันมากครับ มีทั้งมาเป็นคู่แม่ลูก ผัวเมีย มาเดี่ยวก็มี ซึ่งทางเจ้าของเรือที่พาไปบอกว่าที่เห็นทั้งหมด 11 ตัว ใกล้บ้างไกลบ้าง บางตัวก็ดูเหมือนเชื่องไม่ตื่นเรือ บางตัวก็เข้าใกล้ไม่ได้ว่ายหนีตลอด

     สิ่งหนึ่งที่สังเกตุเห็นวาฬบรูด้าได้แต่ไกลก็การพ่นน้ำขึ้นฟ้าเพื่อโผล่ขึ้นมาหายใจ ซึ่งการพ่นน้ำนี้ส่วนใหญ่จะพ่นออกมาก่อนที่หัวจพ้นน้ำขึ้นมา การถ่ายภาพให้ได้ขณะพ่นน้ำค่อนข้างยาก เดาใจไม่ถูกว่าจะโผล่ขึ้นมาจุดไหน หากมาด้วยกัน 2 ตัวก็พอลุ้นตัวแรกอาจไม่ทันแต่ตัวที่ 2 ได้แน่ครับ เพราะเขาโผล่ไม่พร้อมกัน

     ลักษณะหัวของวาฬบรูด้ามีเอกลักษณ์ที่ดูได้ง่ายคือมีเส้นสัน 3 สันจากปากมายันรูจมูก

ภาพล่างนี้เห็นลูกตาด้วย

     ผิวตามลำตัวจะมีลวดลายที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะตัวใหญ่ ๆ ที่อายุมาก ๆ เจ้าของเรือบอกว่าเป้นพวกเชื้อราชนิดหนึ่ง

     วาฬบรูด้า หรือ วาฬแกลบ (อังกฤษ: Bryde’s whale, Eden’s whale; ชื่อวิทยาศาสตร์: Balaenoptera edeni) เป็นวาฬขนาดใหญ่ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จัดอยู่ในวงศ์ Balaenopteridae โดยชื่อ วาฬบรูด้า เป็นการตั้งเพื่อให้เป็นเกียรติ แก่กงสุลชาวนอร์เวย์ ในประเทศแอฟริกาใต้ ที่ชื่อโยฮัน บรูด้า มีจุดเด่นที่ครีบหลังที่มีรูปโค้งอยู่ค่อนไปทางด้านปลายหาง แพนหางวางตัวตาม แนวราบ และมีรอยเว้าเข้าตรงกึ่งกลาง ครีบคู่หน้ามีปลายแหลม ซี่บนแผ่นกรองค่อนข้างหยาบ และเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ จึงได้รับการคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ห้ามมีการค้าขายวาฬบรูด้าระหว่างประเทศ
วาฬบรูด้าพบกระจายพันธุ์ในท้องทะเลเขตอบอุ่นทั่วโลก ในประเทศไทยพบอาศัยอยู่ในอ่าวไทย สามารถพบได้ในจังหวัดชายทะเลเกือบทุกจังหวัด แต่จะพบบ่อยที่ทะเลบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะลำตัวมีสีเทาดำ รูปร่างค่อนข้างเพรียว มีลายแต้มสีขาวประปรายตรงใต้คางและใต้คอ บางตัวพบมีแถบสีจางบนแผ่นหลัง บางตัวก็มีจุดสีจางทั้งตัวคล้ายสีเทาลายกระสีขาว เวลาอยู่ในทะเลจะสังเกตเห็นสัน 3 สันเด่นชัดด้านบนของปาก ซึ่งจะวางตัวขนานกันจากปลายปากจนถึงตำแหน่งของรูหายใจ ในขณะที่วาฬชนิดอื่น ๆ มีสันตรงกึ่งกลางปากเพียงสันเดียว เวลาผุดขึ้นหายใจเหนือผิวน้ำจะเห็นหัวและน้ำพุที่หายใจออกมาเป็นเวลานานสักครู่ ก่อนจะเห็นครีบหลังตามมา ส่วนหัวมีแนวสันนูน 3 สัน ครีบเล็กและปลายแหลม มีร่องใต้คาง 40-70 ร่อง จุดเด่นของวาฬบรูด้า คือ ครีบหลังที่มีรูปโค้งอยู่ค่อนไปทางด้านปลายหาง แพนหางวางตัวตามแนวราบ มีรอยเว้าเข้าตรงกึ่งกลาง ครีบคู่หน้ามีปลายแหลม และมีความยาวเป็นร้อยละ 10 ของความยาวลำตัว ใต้ปากล่างมีร่องตามยาวประมาณ 40-70 ร่อง พาดจากใต้ปากจนถึงตำแหน่งสะดือ แผ่นกรองที่ห้อยลงมาจากปากบนมีจำนวน 250-370 แผ่น แผ่นที่ยาวที่สุดยาว 60 เซนติเมตร ซี่บนแผ่นกรองค่อนข้างหยาบ เมื่อโตเต็มที่ลำตัวจะยาว 14-15.5 เมตร หนัก 20-25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง มีซี่กรองคล้ายหวีสีเทา จำนวน 250-370 ซี่ อาหารส่วนใหญ่เป็นแพลงตอน, เคย, ปลาขนาดเล็ก และหมึก
วาฬบรูด้าพบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน ในเขตละติจูด 40 องศาเหนือถึงใต้ ไม่พบการอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นระยะทางไกล โดยมากมักพบครั้งละ 1-2 ตัว วัยเจริญพันธุ์ ในช่วงอายุ 9-13 ปี วาฬบรูด้าจะให้ลูกครั้งละ 1 ตัวทุก 2 ปี ตั้งท้องนาน 10-12 เดือน ระยะให้นมน้อยกว่า 12 เดือน ลูกวาฬแรกเกิดจะมีความยาวประมาณ 3-4 เมตร มีอายุยืนได้ถึง 50 ปี เวลาจมตัวดำน้ำจะโผล่หัวเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวจมหายไปไม่โผล่ส่วนหางขึ้นมาเหนือน้ำ

วาฬบรูด้าในประเทศไทย

      ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า พื้นที่อ่าวไทยพบว่าเป็นแหล่งอาศัยและศึกษาเกี่ยวกับวาฬบรูดาแหล่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย โดยถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยไปแล้ว เมื่อพบจำนวนประชากร 2-20 ตัว ขนาดที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ซึ่งประเมินว่ามีจำนวนประชากรราว 35 ตัว และทำการจำแนกอัตลักษณ์ได้แล้วกว่า 30 ตัว พร้อมกับมีการตั้งชื่อให้ด้วย[3] โดยเมื่อสำรวจพบวาฬ จะมีการจำแนกอัตลักษณ์ของวาฬแต่ละตัวด้วยวิธีการถ่ายภาพ (Photo-ID) ศึกษาตำหนิบริเวณครีบหลังเป็นจุดหลัก และใช้ตำหนิรอง เช่น ตำหนิตามลำตัว หัว ปาก ซี่กรอง และหางมาประกอบ
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 พบฝูงวาฬบรูด้า ในบริเวณที่ห่างจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้น และมีการสำรวจพบมากขึ้น โดยอาหารสำคัญของวาฬฝูงนี้ก็คือ ปลากะตัก และพบด้วยว่าวาฬบรูด้าที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยนี้มีขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้าที่พบที่อื่นทั่วโลก จึงเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ชาวต่างชาติมาก และสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นวาฬชนิดใหม่ ที่กำลังจะมีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้เป็นชนิดใหม่ด้วย
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 พบฝูงวาฬบรูด้าประมาณ 40 ตัว อยู่ใกล้พื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด โดยพบหาอาหารกินที่ทะเลบางขุนเทียน และจากการเฝ้าศึกษาพบว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นของอ่าวไทยด้วย
***** ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ตัวล่างนี้มีตำหนิที่คลีบหลัง ซึ่งมีรูปแนะนำให้ดูในการบรรยายตอนลงเรือใหม่ ๆ ว่าอาจได้พบเห็นเจ้าตัวนี้

รูจมูกที่พ่นน้ำและหายใจ น้ำที่พ่นออกมาสูงมาและเป็นฝอยลอยอยู่ในอากาศนานพอสมควรเลยครับ



ถูกใจบทความนี้  3

ใส่ความเห็น