DJI ชวนเปิดประสบการณ์โดรนระดับโลกกับ Mavic 2 Pro และ Mavic 2 Zoom ใหม่

18 ธันวาคม 2561 (กรุงเทพฯ ประเทศไทย) – DJI (ดีเจไอ) ผู้นำระดับโลกด้านโดรนพลเรือนและเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศ จัดทริปนำสื่อมวลชนไปทดสอบประสิทธิภาพของโดรนติดกล้องระดับโลก 2 รุ่นล่าสุดจาก Series (มาวิค ซีรี่ย์) ได้แก่ Mavic 2 Pro (มาวิค ทู โปร) ที่มาพรัอมกับกล้องระดับมืออาชีพ Hasselblad (ฮัดเซลแบลด) และ Mavic 2 Zoom (มาวิค ทู ซูม) โดรนพลเรือนแบบพับเก็บได้รุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกล้องฟังก์ชั่นออปติคอลซูม

ในวันนี้ สื่อมวลชนได้เก็บภาพอันสวยสดงดงามท่ามกลางธรรมชาติ ทะเลสาบที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาในมุมมองใหม่ที่แตกต่าง ณ อุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี โดย “อุทยานหินเขางู” เป็นอุทยานหิน สวนป่า ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะพลับพลา แต่เดิมเป็นแหล่งระเบิดและย่อยหินที่สำคัญของไทยตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเป็นแหล่งหินปูนที่มีคุณภาพดี ต่อมาทั้งภาครัฐและภาคประชาชนได้เล็งเห็นถึงความเสื่อมโทรมของสภาพภูมิประเทศ และวิวทิวทัศน์ อีกทั้งที่เขางูนี้ยังเป็นศาสนสถานอันเก่าแก่ จึงได้มีการยกเลิกสัมปทานการระเบิดและย่อยหินในที่บริเวณนี้ไป หลังจากยกเลิกสัมปทาน เขางูกลายเป็นเหมืองร้าง มีสภาพทรุดโทรม ทางจังหวัดราชบุรีจึงได้พัฒนาเขางูให้เป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางโบราณคดี และได้สร้างพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่เต็มพื้นที่หน้าผาจากการยิงแสงเลเซอร์ลงหน้าผาหิน

สามารถดาวน์โหลดรูปและวีดีโอจากงานการเปิดประสบการณ์โดรนระดับโลกกับ Mavic 2 Pro และ Mavic 2 Zoomได้ที่ http://bit.ly/djidronedemotrip

รายละเอียดของ Mavic 2 Pro และ Mavic 2 Zoom

 

Mavic 2 Pro: คุณภาพภาพที่เหนือกว่าด้วยกล้อง Hasselblad

จากการพัฒนาและออกแบบร่วมกับ Hasselblad ผู้นำระดับโลกด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่แบบ Medium Format ทำให้ Mavic 2 Pro เป็นโดรนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกล้องสุดยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถมอบคุณภาพภาพได้เหนือกว่ากล้องโดรนโดยทั่วไป โดดเด่นด้วยการบันทึกแสงสีที่มีความคมชัดสูง และประมวลผลภาพด้วยเซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว พร้อมรองรับโปรไฟล์สีแบบ 10-bit Dlog-M ซึ่งแยกความแตกต่างของสีได้มากกว่าถึง 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Mavic Pro ทำให้มีอิสระสูงสุดในการปรับแต่งภาพและวีดีโอในภายหลัง ทั้งนี้ Mavic 2 Pro สามารถบันทึกภาพนิ่งได้ที่ความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล และพิเศษด้วยการมีเทคโนโลยี Hasselblad’s Natural Color Solution (HNCS) ซึ่งมอบความแม่นยำสูงสุดในการบันทึกสี จนได้ภาพที่คมชัด สวยสมจริง พร้อมกันนี้ยังสามารถปรับรูรับแสงได้ ตั้งแต่ f/2.8 -f/11 เอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการถ่ายภาพได้อย่างเหมาะสมในทุกระดับแสง ด้านวิดีโอนั้น สามารถบันทึกได้ที่ความคมชัดระดับ 4K พร้อมมีความละเอียดสูงแบบ 10-bit HDR นอกจากนี้ Mavic 2 Pro ยัง สามารถเชื่อมต่อกับทีวี 4K ที่รองรับเทคโนโลยี HLG เพื่อเล่นวิดีโอได้ทันที โดยไม่มีปัญหาสีผิดเพี้ยน

 

Mavic 2 Zoom: หลากมิติมุมมอง จากออปติคัลซูมและดิจิตอลซูม

นอกจากขุมพลังในการประมวลผลภาพด้วยเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด ½.3 นิ้วแล้ว Mavic 2 Zoom ยังโดดเด่นจากการเป็นโดรนแบบพับเก็บได้สำหรับบุคคลทั่วไปตัวแรกของ DJI ที่มาพร้อมกล้องซูมได้ จึงสามารถมอบมุมภาพในมิติที่หลากหลาย และพร้อมนำเข้าสู่ยุคใหม่ในการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ โดย Mavic 2 Zoom จะขยับมุมมองเข้าใกล้วัตถุที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็ว ด้วยสมรรถนะของระบบออปติคอลซูมที่มีกำลังขยายถึง 2 เท่า พร้อมมีระยะทางยาวเลนส์ขนาด 24-48 มม. ทั้งนี้ในระบบดิจิตอลซูม ยังสามารถจำลองเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ขนาด 96 มม. ทำให้บันทึกภาพวีดีโอที่คมชัดแบบ Full HD ได้โดยไม่สูญเสียข้อมูลความละเอียด ยิ่งไปกว่านั้น Mavic 2 Zoom ยังมีระบบออโต้โฟกัสแบบไฮบริด ช่วยให้ตรวจจับระยะชัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ที่สำคัญระบบนี้ยังปรับโฟกัสได้เร็วขึ้นถึง 40% จากรุ่นก่อน สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง  Mavic 2 Zoom สามารถบันทึกสีสันภาพได้สดใส และเก็บความละเอียดของภาพได้คมชัดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล พร้อมกันนี้ยังมีหลากฟีเจอร์อัจฉริยะให้เลือกใช้ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานได้แบบตรงใจ เช่น  Super Resolution (ซุปเปอร์ เรโซลูชั่น) เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ระบบออปติคัลซูมจะจับภาพ 9 ภาพ แล้วประมวลผลรวมกันโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ซึ่งนี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพทิวทัศน์

 

พิเศษสำหรับรุ่น Mavic 2 Zoom มีโหมดใหม่ Dolly Zoom QuickShot (ดอลลี่ ซูม ควิกช็อต) ที่จะมาเปิดมิติใหม่ในการเล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหว ในแบบที่ก่อนหน้านี้มีเพียงช่างถ่ายภาพยนตร์มืออาชีพเท่านั้นที่จะทำได้ ซึ่งการถ่ายวิดีโอในรูปแบบนี้สามารถให้มุมมองที่ไม่เหมือนใคร โดยโดรนจะซูมภาพพร้อมๆ ไปกับ บินออกห่างจากวัตถุหลักที่กำลังถ่ายอยู่ เพื่อล็อคให้วัตถุนั้นมีขนาดเท่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันผลจากการซูมก็จะเผยให้เห็นพื้นหลังของภาพที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไหลลื่นด้วยนั่นเอง

 

Mavic 2 Series: นวัตกรรมโดรนพร้อมกล้องคุณภาพสูง รุ่นใหม่ล่าสุดจาก DJI

กล้องของโดรนทั้ง 2 รุ่นในซีรีส์นี้ สามารถบันทึกวิดีโอได้คมชัดสูงสุดถึงในระดับ 4K พร้อมมอบรายละเอียดที่อัดแน่น ด้วย อัตราบิตสูงสุด 100 เมกะบิตต่อวินาที โดยใช้ตัวแปลงสัญญาณการบีบอัดข้อมูลแบบ H.265 ที่ให้ผลงานสุดยอดเยี่ยม สามารถนำไปปรับแต่งหลังการถ่ายทำได้อย่างสะดวกและมีอิสระ สำหรับนักถ่ายภาพ Mavic 2 ยังโดดเด่นตรงการปรับปรุงเรื่องมิติของภาพ โดยมีช่วงรับแสงกว้าง และสามารถผสมผสานรูปถ่ายหลายๆ รูป เพื่อให้กลายเป็นผลงานที่มีมิติสวยงามที่สุด และเอื้อต่อการนำไปปรับแต่งในภายหลังเช่นกัน ซึ่ง Mavic 2 Pro นั้น มีช่วงรับแสงที่แตกต่างกันได้สูงสุดถึง 14 จุด ส่วน Mavic 2 Zoom มีได้สูงสุดที่ 13 จุด

 

เครื่องมืออัจฉริยะใหม่ สำหรับการถ่ายภาพยนตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น

Mavic 2 เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด สำหรับการสร้างคอนเทนต์ภาพถ่ายและวีดีโอทางอากาศ เพราะมาพร้อมหลายฟีเจอร์โหมดการบินอัจฉริยะ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพและวีดีโอคุณภาพสูง เสมือนงานมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย เช่น ฟีเจอร์ Hyperlapse[1] ที่ช่วยสร้างวิดีโอ Timelapse แสดงการหมุนผ่านของช่วงเวลา ในขณะที่โดรนบินไปเรื่อยๆ ได้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังให้คุณสามารถนำผลงานที่ได้มาแชร์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้ทันที ส่วนเรื่องภาพนิ่ง ผู้ใช้สามารถเลือกจัดเก็บไฟล์ภาพสกุล JPEG หรือ RAW ลงบน Micro SD Card หรือในพื้นที่จัดเก็บภายในเครื่องโดรนได้ กรณีอยากเก็บพื้นที่ว่างไว้สำหรับบันทึกผลงานที่จะทำการตัดต่อ ทั้งนี้ สำหรับการถ่ายวิดีโอ Hyperlapes ยังสามารถเลือกโหมดย่อยได้ โดยมีแบบ Circle, Course Lock, Waypoint และ Free ซึ่งใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชัน DJI GO 4 บนสมาร์ตโฟน เพียงแค่คลิกปุ่มเดียวเท่านั้น

 

  • Free – เป็นการบินโดรนด้วยตัวเอง ระหว่างถ่ายทำวีดีโอ Hyperlapse ไปพร้อมๆ กัน
  • Circle – เป็นการบินโดรนอัตโนมัติ โดยมีเส้นทางบินเป็นวงกลมรอบวัตถุที่เลือก เพื่อบันทึกแอคชั่นที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป แล้วสร้างเป็นวิดีโอ  Timelapse
  • Course Lock – ตั้งมุมกล้องคงที่ไว้ตรงวัตถุที่ต้องการ แล้วบันทึกวิดีโอในระหว่างบินโดรนเป็นแนวเส้นตรง เพื่อสร้างมุมมองที่ไม่เหมือนใคร
  • Waypoint – วางแผนเส้นทางการบินที่ซับซ้อน โดยเลือกระดับความสูงและพิกัดจากจีพีเอส เพื่อสร้างวีดีโอที่มีมุมมองซับซ้อนแตกต่างออกไป

 

การบินติดตามวัตถุซึ่งกำลังเคลื่อนที่ให้อยู่ในเฟรมภาพเสมอนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ ActiveTrack 2.0.  (แอ๊คทีฟ แทร็ค 2.0) ที่สำคัญยังเปี่ยมสมรรถนะกว่าที่เคย ด้วยการผนึกพลังจากระบบติดตามที่แม่นยำขึ้น กับระบบป้องกันการชนและหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ซึ่งต่างก็ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และทำงานได้ยอดเยี่ยมอย่างที่โดรนของ DJI ไม่เคยมีมาก่อน กระบวนการนี้เกิดขึ้นโดยอาศัยภาพจากกล้องหลัก และกล้องคู่ด้านหน้าตัวลำของ  Mavic 2 มาสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติ แสดงสภาพพื้นที่บริเวณด้านหน้าของโดรน แล้วใช้อัลกอริทึ่มการบินใหม่มาวิเคราะห์การเคลื่อนไหว จากนั้นจึงใช้ทำนายเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุที่กำลังถูกติดตามอยู่ได้สูงสุดถึงสามวินาทีล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทำการบินติดตาม Mavic 2 ยังสามารถตรวจับสิ่งกีดขวางและบินหลบหลีกได้โดยอัตโนมัติ แบบไม่สะดุด และแม้จะมีช่วงที่วัตถุเป้าหมายถูกบดบังอยู่ด้านหลังสิ่งกีดขวาง ฟีเจอร์นี้ก็ยังทำการติดตามได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสามารถบินติดตามวัตถุเป้าหมายได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 44 ไมล์ต่อชั่วโมง (72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)[2] เลยทีเดียว

 

การบินที่ปลอดภัย อัจฉริยะ และมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

Mavic 2 มีความสามารถในการบินโดยอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอในสถาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งระบบ FlightAutonomy[3] (ไฟลท์ ออทอนอมี่) ที่เป็นระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ ได้ถูกพัฒนาให้ส่งข้อมูลไปประมวลผล ยังหน่วยประมวลผลกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จนสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ ทำให้การบินโดรนมีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญคือ Mavic 2 นับเป็นโดรนรุ่นแรกของ  DJI  ที่มีเซ็นเซอร์โดยรอบตัวลำมากถึงจำนวน 10 จุด ไว้คอยตรวจจับสิ่งกีดขวางต่างๆ และช่วยป้องกันการชนสิ่งกีดขวาง[4] จึงเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถมีอิสระในการบิน แล้วหันไปโฟกัสกับการจับภาพที่ต้องการได้อย่างเต็มที่

 

การมีระบบช่วยเหลือการบินขั้นสูง หรือ Advanced Pilot Assistance System (APAS) ช่วยให้โดรนสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ไม่มีสะดุด นอกจากนี้ Mavic 2 ยังมีไฟความสว่างสูงเสริมอยู่ที่ด้านล่างของตัวลำ (Bottom Auxillary Light) ที่สามารถเปิดอัตโนมัติ ส่วนนี้ช่วยให้เซ็นเซอร์ด้านล่างตัวลำทำงานได้ดีขึ้น เห็นภาพชัดขึ้น ส่งผลให้การลงจอดปลอดภัยและแม่นยำกว่าเดิม แม้ในสภาพที่มีแสงน้อย

 

ระบบส่งสัญญาณและถ่ายทอดสดวีดีโอแบบใหม่ OcuSync 2.0 ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างโดรนและรีโมตฯ มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น โดยมีฟีเจอร์ที่ช่วยป้องกันคลื่นรบกวนได้ดี และสามารถสลับใช้คลื่นความถี่ที่รองรับ ระหว่าง 2.4 GHz และ 5.8 GHz ได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ยังเลือกใช้ความถี่ที่แตกต่างกันในการส่งกับรับข้อมูลได้ เพื่อให้มีความไหลลื่นที่สุด โดย สามารถรับข้อมูลเป็นภาพวิดีโอถ่ายทอดสดที่มีความละเอียดถึง 1080p ในระยะสื่อสารที่ไกลสุดถึง 8 กิโลเมตร[5] ที่สำคัญ ยังมีการสำรองข้อมูลที่ได้รับมานี้ไว้ในแอปพลิเคชัน DJI เพื่อให้นำไปตัดต่อเป็นวิดีโอแบบ Full HD แล้วแชร์ได้ทันทีในทุกสถานการณ์ เรื่องภาพนิ่ง ภาพที่มีความละเอียดในรูปแบบ JPEG สามารถบันทึกลงหน่วยความจำของสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตได้โดยตรง ดังนั้น  จึงสามารถแบ่งปันผลงานที่คุณเพิ่งสร้างขึ้นได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายโอนข้อมูลจากโดรน

 

การออกแบบให้บินได้อย่างคล่องตัว และขยายเวลาบินให้นานขึ้น

Mavic 2 ได้รับการออกแบบใหม่ ให้มีโครงสร้างที่บินได้อย่างคล่องตัวขึ้น สามารถลดแรงเฉื่อยได้สูงสุดถึง 19% เมื่อเปรียบเทียบกับ Mavic Pro โดย Mavic 2 สามารถบินได้ที่ความเร็วสูงสุด 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (44 ไมล์ต่อชั่วโมง) เมื่อบินด้วยโหมดกีฬา นอกจากนี้ ยังมีระบบใบพัดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และทำงานได้เงียบกว่าเก่า จึงช่วยลดเสียงรบกวน ส่วนเรื่องระยะเวลาบิน Mavic 2 สามารถบินได้นานสูงสุดถึง 31 นาที

 

เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างคมชัด ไม่สั่นไหว กล้องของ Mavic 2 มีกิมบอลความแม่นยำสูงแบบ 3 แกน ไว้ช่วยรักษาความสมดุล ทำให้กล้องทำงานได้แบบเสถียร แม้มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถจัดเก็บไฟล์ภาพนิ่งและวีดีโอไว้ที่หน่วยความจำขนาด 8 กิ๊กกะไบต์  ซึ่งอยู่ในตัวลำโดรนได้โดยตรง หรือควบคุมจัดการวิธีการจัดเก็บข้อมูลได้ด้วยตัวเอง ซึ่่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ DJI ในการปกป้องข้อมูลสำคัญของลูกค้า

 

รีโมตควบคุมของ  Mavic 2 ได้รับการออกแบบใหม่ ผู้ใช้สามารถถอดคันโยกควบคุมออกได้ เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและพกพา นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมด้วยแว่นตาอัจฉริยะ DJI Goggles ได้ โดยมีช่วงการควบคุมกิมบอลให้หันซ้ายหรือขวา (yaw) ได้ในระยะ -75°¬– +75° เมื่อใช้งานในโหมด Head Tracking ซึ่งสั่งให้กิมบอลเคลื่อนไหวได้ตามการเคลื่อนไหวของศีรษะผู้ใช้งาน ด้วยแว่นตาอัจฉริยะนี้ ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์การบินได้แบบเดียวกับที่กล้องโดรนเห็น คือเป็น First-Person View หรือ FPV ได้อย่างเต็มอิ่มยิ่งขึ้น[6]

 

ราคาและการจัดจำหน่าย

Mavic 2 วางจำหน่ายในราคา 56,500 บาท สำหรับชุดที่มีตัวลำโดรน แบตเตอรี่ รีโมตควบคุม แท่นชาร์ต และใบพัด 4 คู่ ในขณะที่ Mavic 2 Zoom มีราคาอยู่ที่ 49,000 บาท สำหรับชุดที่มีตัวลำโดรน แบตเตอรี่ รีโมตควบคุม แท่นชาร์ต และใบพัด 4 คู่เช่นกัน ทั้งนี้ หากต้องการอุปกรณ์เสริมเป็นเช็ต  Fly More Kit ซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่สำรอง 2 ก้อน แท่นชาร์จแบตเตอรี่แบบหลายหัว ที่ชาร์จในรถยนต์ ตัวเชื่อมต่อสำหรับการชาร์จกับแบตเตอรี่สำรอง ใบพัด 2 คู่ และกระเป๋า สามารถเพิ่มได้ในราคา 14,600 บาท ส่วนบริการการเปลี่ยนกิมบอลโดรน ซึ่งมีเฉพาะสำหรับ Mavic 2 เท่านั้น จะพร้อมบริการเร็วๆ นี้

 

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถซื้อโดรน Mavic 2 ได้แล้วที่ร้านตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ DJI และแฟลกชิปสโตร์ทั้ง 4 แห่ง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถและฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Mavic 2 สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://www.dji.com/mavic-2



ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น