รีวิว True Super Talkie 4G ฟีเจอร์โฟนที่เปรียบเสมือนวิทยุสื่อสาร วอล์กี้ ทอล์คกี้

วันนี้ขอนำเสนอครับ อันนี้ผมว่ามันน่าจะคุ้มสำหรับคนที่ต้องการใช้งานกันเป็นกลุ่ม สั่งงานหรือพูดคุยกันในการทำงานในวงกว้าง ไม่ใช่แค่อยู่ในกลุ่มระยะทางใกล้ๆ เพราะสามารถใช้เป็นวอล์คกี์ ทอล์คกี้ หรือเปรียบเสมือนเป็นวิทยุสื่อสารก็ได้ด้วย ในราคาหลักร้อย แต่ประโยชน์ใช้งานจัดเต็ม  งานนี้นำเสนอ True Super Talkie 4G ครับ เค้าเป็นฟีเจอร์โฟน ที่มีฟีเจอร์วิทยุสื่อสารติดตัว (ผ่าน True Push To Talk) หลังจากที่ปีที่แล้วมีเจ้า Adventure ที่มีฟีเจอร์นี้ แต่เป็น Smartphone แบบลุยๆ ราคาหลักหลายพัน แต่เจ้านี่คือมันน่าสนใจเหมือนกันตรงราคาและฟีเจอร์นี่ล่ะ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์โฟนที่น่าสนใจ ที่มีราคาประมาณ 990 บาท (มีโปรโมชั่นกับทรูลองคลิ้กที่นี่ดูครับ)  ซึ่งราคาเต็ม 1790 บาท แน่นอนว่าหลักใหญ่ใจความแล้ว เป็นฟีเจอร์โฟน แต่เค้าไม่ได้เป็นฟีเจอร์โฟนธรรมดา ขึ้นชื่อว่าฟีเจอร์โฟนคือ แบตอึดแน่นอน เลยเอาประโยชน์ตรงนี้มา โดยเค้าใส่เปิดการใช้งานให้เป็น hotspot กระจายเน็ตให้คนอื่นใช้ได้ถึง 8 user ด้วยกัน อันนี้เป็นทางเลือกในการใช้งานเสริมนะ แต่หลักๆ คือเอาไว้โทร และสื่อสารในกลุ่มสื่อสารในวงกว้าง ทำหน้าที่คล้ายกับวิทยุสื่อสาร แต่เค้าเป็นวิทยุสื่อสารผ่านเครือข่าย 4G  ใช่ครับ เจ้า True Super Talkie 4G รองรับการใช้งานผ่านเครือข่าย 4G จัดเต็มกันไป (ไม่รองรับคลื่นความถี่วิทยุสื่อสารในแบบดั้งเดิมทุกย่านความถี่) ไม่เน้นความเร็วด้วย แต่เน้นประโยชน์การใช้งานอย่างแท้จริง

Spec True Super Talkie 4G กันก่อนเลยละกัน

– เครือข่าย 2G 850/900/1800/1900 MHz
3G  850/900/2100 MHz
4G  900/1800/2100 MHz
– หน่วยประมาลผล CPU 1.2GHz
– หน้าจอ 2.4” TFT LCD
– ความละเอียด QVGA 240×320 pixels
– กล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล  กล้องหน้า VGA
– รองรับ 4 ภาษา ไทย, อังกฤษ, พม่า, กัมพูชา
– หน่วยความจำภายใน 4 GB (หน่วยความจำตัวเครื่อง) + 512MB (หน่วยความจำประมวลผล)
– บูลทูธ Version 4.1
– แบตเตอรี่ 1800 mAh

ฟีเจอร์อื่นๆ

– รองรับการใช้งาน Walkie Talkie ผ่าน True Push To Talk บนเครือข่าย 4G|3G และ Wi-Fi
– ลำโพงขนาด 1.5 วัตถ์
– กระจายสัญญาณ Wi-Fi ได้ 8 User
– กล้องหน้า VGA กล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล
– รองรับ 4 ภาษา ไทย อังกฤษ พม่า กัมพูชา
– ฟังเพลง MP3 ได้มีวิทยุในตัว
– ดู TV ผ่าน HTV

มาแกะกล่อง True Super Talkie 4G กันหน่อย

จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ มีอุปกรณ์มาให้ครบ แบตเตอรี่เอย สายชาร์จเอย อะแดปเตอร์สำหรับเสียชาร์จ มีหูฟังในตัว แถมมีที่เหน็บเข็มขัดมาให้ด้วย พร้อมใช้จริงๆ ที่สำคัญคือเค้ารับประกัน 15 เดือนด้วยนะ

มาดูรอบตัวเครื่องของ True Super Talkie 4G

แน่นอนว่ารูปร่างหน้าตาก็ฟีเจอร์โฟนดีๆ นี่เอง มีปุ่มตัวเลขและตัวอักษรรวมกันอยู่ด้านล่าง ก็ใช้ปุ่มเลือกสลับเอาตามปกติ ปุ่มควบคุมทิศทางอยู่ตรงกลางและปุ่มต่างๆ วางเรียงไว้เหมือนกับฟีเจอร์โฟนล่ะครับ อันนี้เชื่อว่าคงใช้งานกันเป็นอยู่แล้ว แต่ก็จะเป็นห่วงตรงเด็กๆ รุ่นลูกรุ่นหลานนี่ล่ะ จะรู้จักไหมว่ามีฟีเจอร์โฟนอยู่ในโลกนี้ด้วย ฮ่าาา

บอดี้เป็นพลาสติกทั้งตัว แต่ว่าออกแบบมาให้อึด ถึก ทนระดับนึงเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นน้องๆ True Adventure 4G เมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่กันน้ำนะ แต่ตกก็คงไม่เยินล่ะ

ซึ่งมีกล้องให้ใช้งานด้วย ก็ตามสไตล์ของฟีเจอร์โฟนครับ อย่าคาดหวัง แต่ดูพอรู้ว่าอะไรคืออะไรเป็นใช้ได้ ที่สำคัญเค้าออกแบบมาให้สวมกับตัวหนีบเอาไว้สำหรับรัดเข็มขัดพกพาไปใช้งานในลัษณะงานต่างๆ ได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องใส่กระเป๋าอย่างเดียว

ตัวหนีบเข็มขัดคืออันนี้ มีให้ในกล่อง

เมื่อประกอบร่างเข้าไปก็ดูทรงแล้วแน่นหนาดีนะ ผมลองหนีบดูแล้วมันก็สะดวกดี เวลาจะใช้ก็หยิบขึ้นมาจากเอวได้เลย พอใช้เสร็จก็หนีบไปที่เดิม อาจจะใช้หนีบกับที่อื่นๆ ก็ได้นะ แล้วแต่ แต่ผมว่าที่เหมาะก็คือเข็มขัดนี่ล่ะ

ปุ่มด้านข้างซ้ายจะเป็นปุ่ม PTT (Push To Talk) สำหรับกดเพื่อพูดในช่องสัญญาณต่างๆ เพราะปกติการใช้วิทยุสื่อสารจะเป็นลักษณะการสื่อสารได้ทีละทาง เวลาจะพูดก็กดปุ่มนี้ แล้วทางปลายทางจะรู้ว่าเรากำลังจะส่งเสียงพูด เค้าจะรอฟังและพอจะตอบกลับเค้าก็จะทำแบบเดียวกัน ส่วนปุ่มสีสั้มจะเป็นป็น SOS สำหรับขอความช่วยเหลือ ในการส่ง SMS พิกัดไปยังหมายเลขที่เราตั้งเอาไว้ ตั้งเอาไว้ได้ 3 หมายเลขด้วยกัน เหมาะกับการใช้งานพวกกูัภัยนี่ล่ะ

ส่วนอีกด้านนึงสำหรับปรับช่องสัญญาณ เลือกสลับไปมาได้ง่าย และปุ่มเร่งลดเสียง ซึ่งเสียงของเจ้า True Super Talkie 4G นี่คือดังใช้ได้ล่ะ

รอบตัวเครื่องรวมถึงท้ายเครื่องจะออกแบบมาให้เป็นลักษณะปุ่มเล็กๆ เพื่อช่วยให้จับถนัดมือ ไม่ลื่นหลุดมือไปง่ายๆ

ด้านบนตัวเครื่องมี LED หรือไฟฉาย สำหรับใช้งานในที่มืด สว่างใช้ได้เช่นกันครับอันนี้ กดเลข 0 ค้างไว้เพื่อเปิดหรือเปิด

สามารถชาร์จได้ผ่านพอร์ท micro-usb ด้านล่าง และมีช่องเสียบหูฟังอยู่ตรงนี้ด้วย

 

มาดูการใช้งาน True Super Talkie 4G กันบ้าง

แน่นอนว่าหลักใหญ่ใจความ คงเอามาใช้เป็นโทรศัทพ์เป็นหลั เพราะแบตที่อึด แต่ใครจะเอามาใช้เป็นตัวปล่อยเน็ตก็ได้  ด้วยราคาก็คุ้มอยู่นะ ตัวความเร็วที่ปล่อยก็คงจะเป็นความเร็วที่เชื่อมต่อได้นั่นล่ะครับ ส่วน Wi-Fi คงไม่พ้น 2.4 GHz ซึ่งก็เป็นพื้นฐานอีกนั่นล่ะ

ในตัวเครื่องลงแอปมาให้ใช้งานก็คือ Opera mini ซึ่งใช้เปิดเว็บได้ ผมบอกเลยว่าแก้ขัดเพราะหน้าจอขนาดเล็กไม่เหมาะกับเว็บปกติ

หรือจะใช้ facebook ก็ได้ ลงมาให้เช่นกัน แต่ก็เป็นแบบชั่วครั้งชั่วคราว หรือไม่ก็เอาไว้ดูอย่างเดียว เพราะการพิมพ์ถ้าหากไม่ชินล่ะก็ ก็ใช้เวลาในการพิมพ์โต้ตอบนานเลยทีเดียว อันนี้เป็นเรื่องปกติของการใช้งานฟีเจอร์โฟนซึ่งเชื่อว่าคนใช้ Smartphone ไม่คุ้นชิ้นแน่นอน

อันนี้ผมว่าโอเค HTV เอาไว้ดูหนังได้ในระดับนึง ไว้แก้ขัดได้เช่นกัน

แต่ที่สำคัญสุดก็คือ True Push To Talk

สำหรับการใช้งาน True Push To Talk ต้องลงทะเบียนก่อน (หากใครยังไม่เคยใช้งาน) บอกก่อนว่าไม่สามารถลงผ่านหน้าเว็บหรืออื่นๆ ได้ เพราะเค้าเช็คเรื่องการใช้งานเครือข่ายและตัวเครื่องเท่านั้น อันนี้ลองแล้ว เพราะแอบไม่ทันใจเวลาพิมพ์ แต่สุดท้ายก็ลงทะเบียนผ่านเจ้า True Super Talkie 4G ได้สำเร็จผ่านเบอร์โทรศัพท์จะง่ายสุด รออีเมลแล้วไม่เห็นส่งมาสักที

การใช้งาน True Push To Talk  ก็เหมาะกับเจ้า True Super Talkie 4G  ด้วยการออกแบบปุ่มให้รองรับการใช้งานโดยเฉพาะ ผมว่าคนใช้ ว.สื่อสาร น่าจะชอบ เพราะด้วยราคาค่าตัวที่ไม่แพง แต่ใช้สื่อสารกันได้แบบว่าชัดเจนเปลี่ยน

สรุปการใช้งาน True Super Talkie 4G

ก็ต้องบอกว่ามือใหม่หัดใช้งาน ก็มีข้อดีสำหรับการเป็นวิทยุสื่อสาร ที่มีราคาไม่แรง ไม่แพงเลย คนเล่นวิทยุก็คงจะพอรู้กันดีอยู่แล้ว Smartphone ข้อเสียคือทำอะไรหลายอย่างและแบตหมดไว แต่สำหรับ True Super Talkie 4G นี่หายห่วง ถ้าจะเอามา วอ กันอย่างเดียวนี่ยาวไป ได้เลย เอาจริงๆ ก็ยังไม่ได้เทสเต็มๆ ว่าได้กี่วัน แต่จากที่ดูสเปคและหน้าจอต่างๆ รวมถึงแบตเตอรี่ที่ให้มาอันนี้คงหลายวันอยู่ล่ะครับ ฟีเจอร์อื่นๆ ก็มีให้เช่นแชร์ hotspotได้ ดูหนัง ฟังเพลงได้ ครบ แต่ที่ลำบากจริงๆ ก็เป็นเรื่องการพิมพ์ป้อนข้อมูลนี่ล่ะ เค้าถึงออกแบบมาสำหรับการใช้เเสียงติดต่อกัน เปรียบเสมือนเป็นวิทยุสื่อสาร แต่เป็นวิทยุสื่อสารผ่านเครือข่าย 4G อย่างที่เห็นว่ามีปุ่ม PTT มีปุ่ม SOS และเปลี่ยนช่องสัญญาณให้ครบเลย ใช้งานสะดวก แต่จุดสังเกตนึงคือหากไม่มีเครือข่าย 3G/4G ก็ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นวิทยุสื่อสารได้นะครับ เพราะเค้าใช้เครือข่ายโทรศัพท์ซึ่งปกติแล้วใช้ปริมาณ data ไม่มาก ขอแค่เชื่อมต่อได้ก็พอ และเครือข่ายของ TrueMove H ก็รองรับทั่วประเทศแล้ว การนำไปใช้ประโยชน์ อาจจะเป็นการใช้งานลัษณะเฉพาะกลุ่ม เฉพาะงานแต่ทว่า เราก็เอามาประยุกต์การใช้งานอย่างอื่นภายในครอบครัวได้นะ ด้วยราคา 990 บาท(ติดโปร) หรือ 1790 บาท ได้ วิทยุสื่อสารมาอันนึง ก็โอเคล่ะ บอดี้ต่างๆ ก็ออกแบบมาให้ทน มีประกัน 15 เดือนให้ด้วยนะ ใครสนใจก็ไปที่ทรูช้อปก็แล้วกันครับ



ถูกใจบทความนี้  102

ใส่ความเห็น