รีวิว Redmi Go รุ่นเล็กที่ใช้ Android Go จาก Xiaomi

มาแล้วครับสำหรับ Android Go จาก Xiaomi ที่ใช้แบรนด์ใหม่อย่าง Redmi แต่ในไทยเองยังไม่ได้แยกแบรนด์ทำตลาด ยังคงดำเนินการโดย Xiaomi เช่นเดิม สำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่นเล็กที่เน้นเรื่องการใช้งานทั่วไป และใช้งานแอปที่มีขนาดเล็ก เพราะ Android Go เองเป็น OS ที่ไม่ต้องการสเปคมากมายนัก ดังนั้น Redmi Go จึงเป็นเครื่องรุ่นเล็ก ที่มีราคาเบา และมาพร้อมกับโอเปอเรเตอร์อย่าง AIS ด้วยราคาค่าตัวหลักร้อยอีกด้วย ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน

ต้องบอกเลยว่าเคยจับ Andorid Go มาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน หลักๆ ก็มี Nokia นั่นล่ะครับ ที่เรียกว่าทำงานใกล้ชิดกับ Google จนได้ทั้ง Andorid One และ Android Go มาอยู่ในมือ และค่ายอื่นๆ ก็เริ่มตามมา รวมถึง Xiaomi ที่จับเอา Redmi ใส่ Go เข้าไป กลายเป็น Redmi Go ซึ่งบอกได้เลยว่า สเปคไม่แรง ทุกค่ายเป็นเหมือนกันหมด หากจะใช้ Android Go ก็ต้องสเปคเบา ไม่งั้นเดี๋ยวจะผิดคอนเซ็ปท์ มาดูกันครับว่า Redmi Go จะเป็นไงมั่งนะ

แกะกล่องและดูอุปกรณ์ ตัวกล่องเองมีสเปคและรายละเอียดบอกจุดเด่นเอาไว้เรียบร้อย รองรับการใช้งานเครือข่ายในไทยครบโดยเฉพาะ AIS สิ่งที่ Xiaomi ไม่แถมมาก็คือหูฟัง อันเป็นพื้นฐานของคนใช้งานในระดับราคานี้ ซึ่งจริงๆ ก็อาจจะชินแล้วก็ได้ั้ง แต่ผมเชื่อว่าคนที่ซื้อเครื่องระดับราคานี้หูฟังเป็นอันนึงที่สำคัญไม่น้อยเลย

สเปคอขง Redmi Go

CPU : Qualcomm® Snapdragon™ 425 Processor Quad-core, up to 1.4GHz
GPU : Adreno™ 308, up to 500MHz
Display : 5 นิ้วความละเอียด HD ความละเอียด 1280×720  อัตราส่วน 16: 9  ความสว่าง 380-nits (typ) / 330-nits (min)  296 PPI, คอนทราสต์ เรโช 1000:1
Memory : RAM 1GB ROM 8GB พร้อมใส่เมมโมรี่เพิ่มเติมได้ 128GB
Camera : กล้องด้านหลัง 8 ล้านพิกเซล ƒ/2.0  กล้องด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล  ƒ/2.2
Connection: ฺ 802.11 b / g / n,  Bluetooth 4.1, WiFi Direct, WiFi 2.4G
Mobile Network : 3G/4G รองรับ 2 นาโนซิม ใช้ 4G ได้ 1 ซิม
GSM: B2/B3/B5/B8
WCDMA: B1/B2/B4**/B5/B8
LTE FDD: B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B20**/B28**
LTE TDD: B38/B40/B41(120MHz)**
Battery: 3000 mAh
Dimension: ขนาด 140.4 x 70.1 x 8.4 มม. น้ำหนัก 137 กรัม
Price : 2,699 บาท ราคาโปรโมชั่นร่วมกับ AIS เลหือ 790 บาท

มาดูรูปร่างหน้าตา Redmi Go กันครับ

สำหรับ Redmi Go ส่วนตัวแล้วยังคงได้อารมณ์ของ Xiaomi ถึงแม้ว่า Redmi จะแยกแบรนด์ไปแล้วก็ตามที แต่ดีไซน์ก็ยังคงเป็น Xiaomi นั่นล่ะครับ งานนี้ได้ตัวสีฟ้า สวยงามมาให้ชมกัน จริงๆ อารมณ์แอบคล้ายกับ Redmi 5 หรือ Redmi 6 เหมือนกันนะ หน้าจอขนาด 5 นิ้วจริงๆ สมัยก่อนถือว่าใหญ่นะ แต่มาตอนนี้คือมันเล็กไปซะแล้ว แต่ก็ยังเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป

โดยด้านหน้ามีลำโพง และกล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่ามาตรฐานนะครับ ไม่ขี้เหร่ สมัยก่อนจำได้ว่าราคาระดับนี้คือกล้อง 2 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งถ่ายพอเห็นหน้า งานนี้ต้องมาลองดูว่า Redmi Go ทำได้ดีแค่ไหน ส่วนเทรนด์การใช้ปุ่มควบคุมที่ด้านล่างยังคงมีอยู่ นับวันจะเริ่มหายไป ไปอยู่บนหน้าจอเป็น softkey ซะหมด ปุ่ม Back อยู่ขวามือสุด อันนี้ก็เปลี่ยนหรือสลับด้านไม่ได้ ก็เป็นข้อจำกัดจุดหนึ่งของ hardware ที่เป็นปุ่มสัมผัสแบบนี้ล่ะครับ หลังๆ เค้าเลยไปอยู่บนหน้าจอและสามารถปรับตำแหน่งปุ่มได้

Redmi Go ตัวเครื่องขนาดเล็กพกพาง่าย มาพร้อมกับสีน้ำเงิน เพียงสีเดียวในไทย ผมว่าก็สวยดีนะ ด้านหลังดูเรียบดี มีเพียงโลโก้ด้านล่าง ขอบตัวเครื่องโค้งมน ฝาหลังเหมือนจะถอดได้ แต่ว่าก็ถอดไม่ได้นะ จะเปลี่ยนแบตก็เข้าศูนย์อย่างเดียว

กล้องด้านหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล อันนี้อาจจะต้องชมเค้าหน่อย ถ้าได้เห็นภาพ คือมันเกินคาดไปจากกล้องที่อยู่บน Android Go ที่อยู่ในราคาระดับนี้ ซึ่งมีความรู้สึกว่าพอๆ กับรุ่นเล็กอย่าง Redmi ซีรีส์เลยล่ะ

ด้านข้างดีไซน์มาตรฐานปุ่มกด ปิดเปิดเครื่อง เร่งและลดเสียง ตามปกติครับ ขอบก็หนา 8.4 มม. ก็ไม่หนาไม่บาง กลางๆ กันไป ฮ่ะๆ

อีกด้านนึงมีช่องสำหรับใส่ซิมและเมมโมรี่ ชัดเจนเปลี่ยน

ซึ่งใส่ได้ 2 ซิมพร้อมกัน อันนี้ดีงาม แต่ว่าใช้ 4G แค่ซิมใดซิมนึงเท่านั้นนะ และข้อดีก็คือเพิ่มเมมโมรี่ได้ทันทีไม่ต้องเอาซิมสองออก เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ Android Go เลยล่ะ เพราะในเครื่องมีพื้นที่มาให้ค่อนข้างจำกัด หากต้องการใช้งานอะไรเพิ่มเติม ก็แนะนำให้ซื้อเมมโมรี่เพิ่มเติม

ด้านบนตัวเครื่อง มีไมค์ และช่องเสียบหูฟังมาให้ ถึงบอกว่ามีช่องเสียบหูฟังมาให้นี่ล่ะครับ คนใช้งานทั่วไปก็ต้องถามหาหูฟัง ไม่งั้นก็คงต้องเอาของเก่ามาใช้กันไปล่ะ เพราะหูฟังไม่ได้เสียง่ายๆ แต่ถ้าเค้าซื้อเครื่องใหม่ก็คงอยากได้หูฟังใหม่ด้วยเช่นกัน

ด้านล่างก็มีช่องไมค์และลำโพงพร้อมพอร์ทสำหรับชาร์จและซิงค์ข้อมูล micro USB

มาดูด้าน Software Android Go กันบ้าง

สำหรับ Redmi Go มาพร้อมกับ Android Go ซึ่ง UI ก็จะบ้านๆ แบบ Google นั่นเอง จริงๆ ก็มีก่อนหน้านี้อย่าง Mi A1 และ Mi A2 ที่ใช้ Android One ก็คล้ายกัน เพียงแต่เจ้า Redmi Go นี่มีบราวเซอร์อย่าง Mint Browser ติดมาด้วย ผมก็ว่าดีนะ มีอะไรที่สื่อว่าเป็น Xiaomi หน่อยก็ดีเหมือนกัน ยังมี Mi Drop ติดมาอีกนิดหน่อย ก็มีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งาน  และแอปส่วนใหญ่ที่ติดมากับตัวก็จะเป็น lite เวอร์ชั่นเช่น facebook lite และ Go เวอร์ชั่น

อื่นๆ ก็เป็นการตั้งค่าปกติ โดยส่วนใหญ่แล้ว UI เน้นให้ทำงานได้เร็ว แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่า Android Go ที่ RAM 1GB ก็มีอาการหน่วงบ้างเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจะ customize มาดีแล้วก็ตาม แต่ด้วยระบบที่ออกแบบมาและตัวเมมโมรี่ที่จำกัดนั่นเอง และที่สำคัญคือแนะนำให้ซื้อเมมโมรี่ภายนอกมาใช้งานร่วมด้วย เพราะเมื่อพื้นที่ใช้งานภายในเครื่องเเริ่มเต็มจะมีปัญหา โดยเฉพาะ Line ที่กินพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใช้งานไปนานๆ ดังนั้นควรเคลียร์พื้นที่ไว้ก็ดี

มาดูเรื่องกล้องและการถ่ายภาพของ Redmi Go กันบ้าง

กล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลังผมถือว่าไม่ธรรมดา ขนาด 8 ล้านพิกเซล (กล้องด้านหลัง) ขนาด 5 ล้านพิกเซล (กล้องด้นหน้า) ซึ่งถ้าราคาค่าตัวที่ 790 บาท นี่ต้องถือว่าโค ตะ ระ คุ้มเลย

 

โหมดการถ่ายภาพ ก็จะมีโหมดโปรมาให้ด้วยนะ ที่เหลือส่วนใหญ่ก็โหมดปกติ เช่นภาพสี่เหลี่ยม ที่ถ่ายออกมาได้อัตราส่วนภาพ 1:1 หรือเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสนั่นเอง

 

ด้านหน้าก็อย่าลืมนะว่ามีโหมดบิวตี้อยู่ ถึงแม้ว่านายแบบจะไม่บิวตี้ก็ตาม ช่วงโทรมสุดก็ต้องพึ่งโหมดนี้นี่ล่ะ

ที่เหลือเรามาดูรูปถ่ายตัวอย่างของ Redmi Go กันดีกว่าครับ

ภาพหมวดอาหาร อยู่ที่แสงไฟด้วย นะ เช่นปลาแซลม่อนในร้านคือแสงสีเหลืองๆ ของนีออนมันก็อาจจะดูซีดไป

ภาพในที่สว่างผมว่าแจ่มแน่นอนครับ ไม่ต้องห่วงเลย

ภาพถ่ายทั่วไป ภาพตึกวันนั้นคือไม่มีแดดนะครับฝนตกฟ้ามืด

ภาพตอนกลางคืนที่แสงน้อยถึงน้อยมาก

และก็กล้องด้านหน้าที่พอเปิดบิวตี้แล้วชีวิตดีแน่นอน

การถ่ายภาพ จริงๆ อยู่ที่ฝีมือล่ะครับ ส่วนผมคือบอกเลยว่าบ้านๆ เครื่องนี่มีส่วนเยอะ มือก็ต้องนิ่งพอ สำหรับ Redmi Go ในตอนกลางคืนกับผมค่อนข้างมีปัญหาเหมือนกัน คือแสงน้อยแล้วถ้ามือไม่นิ่งนี่จบเลย และกลางวันก็โอเค เหลือแค่จุดโฟกัส ถ้ายกขึ้นมาแล้วถ่ายเลย ก็ตามราคาครับ มันจะไม่ค่อยแม่นในการจับวัตถุ แต่ถ้าถ่ายภาพรวมๆ ผมว่าโอเค แต่ถ้าจะโฟกัสวัตถุ ต้องแตะไปที่จุดที่ต้องการก่อนถ่ายเลยนะครับ

 

สรุปการใช้งาน Redmi Go

ด้วยความเป็น Android Go ทำให้การใช้งานยังแนะนำให้ใช้งานทั่วๆ ไป ใช้เป็นเครื่องสำรองได้ เอาไว้โทรอย่างเดียวก็ไหว เนื่องจากหน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบต 3000 mAh และสเปคที่ประหยัดไฟอย่าง Snapdragon 425 ก็ใช้งานกันได้ยาวๆ จะเห็นว่าในรีวิวไม่ได้พูดถึงเกม เพราะส่วนใหญ่เกมที่นิยมเล่นกันจะมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะกับการนำมาเล่นเกม แต่จะเป็นพวกเกมขนาดเล็กก็เล่นได้สบาย จริงๆ อย่าง ROV ก็พอเล่นได้ แต่ไม่แนะนำ นะ เรื่องรูปทรง ดีไซน์ ก็ Redmi ดีๆ นี่เอง สีสวย ราคาโปรโมชั่นกับโอเปอเรเตอร์ถูกมาก ก็ตามดูเงื่อนไขกันนะครับ การใช้งานโดยรวมดี แต่มีหน่วงบ้างบางจังหวะ แม้ว่าจะเป็น Android Go เบาๆ ก็จริง แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกลื่นเท่ากับเครื่องสเปคแรง กล้องถือว่าโอเคใช้ถ่ายภาพได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยคุณภาพของภาพถ่ายนั้นถือว่าชัดเจน คือเอามาลง Social ต่างๆ ได้อยู่นะ กล้องหน้าเซลฟี่ หน้าสวย ก็เป็นเทคโนโลยีเก่าหน่อย แต่ก็ใช้แก้ขัดได้ คือทั้งหมดทั้งมวล ผมคิดว่าถ้า Android Go มาในราคาพันต้น หรืออย่างราคาโปรโมชั่น 790 บาท นี่ดีเลย ควรทำอย่างยิ่ง แต่ถ้ามาในราคา 2xxx เต็มๆ ล่ะก็ ลำบากหน่อย เพราะเพิ่มเงินอีกหน่อยก็ได้สเปคที่ดีกว่าและลื่นกว่า ดังนั้นคนใช้ Androdi Go ต้องพิจารณาดูให้ดี รวมถึงที่จะซื้อไปฝากด้วย ถ้าไม่ได้ใช้อะไรมากมายนัก แค่แชต social ส่งรูปนิดหน่อย แบบนี้ถือว่าตอบโจทย์ เด็กๆ ก็ได้ จริงๆ ก็จำกัดการใช้งานไปในตัว ใช้สำหรับติดต่เรื่องโทรศัพท์ออย่างเดียวก็โอเคนะ

 

ขอบคุณ Xaiomi Thailand ที่ให้ยืมเครื่องทดสอบ



ถูกใจบทความนี้  5

ใส่ความเห็น