รีวิว Xiaomi Mi Band 4 สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ฉบับปรับปรุงข้อเสียจนเหี้ยน

มาแล้วจ้า ไวๆ ขริงๆ กับ xiaomi Mi Band 4 ที่เพิ่งออกมาได้สดๆ ร้อนๆ วางแผงที่จีนได้แป๊ปนึง ตามแบบฉบับคนคัน ก็ได้มาเรียบร้อยแล้ว วันนี้คงมาดูกันว่าแจ่มแค่ไหน บอกเลยว่าแค่ 1-2 Day ก็ประทับใจสุดแล้ว มารีวิวแบบเร็วๆ กันไปก่อนละกันครับ จริงๆ ที่อยากรู้น่าจะมีหลายจุด ที่สำคัญคงเรื่องเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่คิดว่าเปลี่ยนหรือเปล่า มาตามกันได้เลยนะ

ผมเองก็ใช้งานมาตั้งแต่รุ่นปกติ รุ่นแรกสุด ที่แทรคได้แต่แอคทิวิตี้จนเริ่มมีแทรคหัวใจ แต่บอกเลยว่าทำได้ดีในระดับนึงแต่ยังขาดๆ เกินๆ ไม่ครบเพราะราคาดีกว่าชาวบ้าน ก็รับได้ไง เพราะแต่ก่อนมันแพงเอาเรื่อง แต่ Xiaomi ก็ทำ Mi Band ออกมาในตลาดได้ราคาดีสุดๆ และจนได้ส่วนแบ่งไปไม่น้อยเลยล่ะ เอาล่ะมาเข้า Mi Band 4 กันดีกว่า รุ่นนี้ที่เค้าโฆษณาเอาไว้ ข้อดีเพียบ สรุปไว้สักนิดละกันนะ ก่อนพาเข้าไปดูรายละเอียดตัว Mi Band 4

อ้อ มีคนถามถึงเรื่อง AI หรือ Xiao AI รุ่นนี้ยังไม่รองรับนะ ต้องรอเวอร์ชั่น NFC ถึงจะมี AI มาด้วย ซึ่งคงใช้งานกันไม่ได้แน่นอน ดังนั้นตัดเรื่อง AI ทิ้งไปได้เลยจ้า

ฟีเจอร์และสเปคเบื้องต้น

จอแสดงผล 0.95 นิ้ว หน้าจอแบบ AMOLED ความละเอียด 120*240 พิกเซล

แบตเตอรี่   135 mAh ใช้ได้ 20 วัน ใช้เวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมง

มาตรฐานการกันน้ำ 5ATM กันน้ำได้ถึง 50 M

มีเซ็นเซอร์  3 แกนสำหรับวัดความเคลื่อนไหว และ 3 แกนเป็นไจโรสโคป,

รองรับ บลูทูธ 5.0

รองรับ Android 4.4, iOS 9 ขึ้นไป

ฟีเจอร์อื่นๆ

1. นาฬิกาจับเวลา

2. นาฬิกาปลุก

3. จับเวลา

4. ค้นหาโทรศัพท์ของฉัน

5. ปลดล็อคโทรศัพท์

6. การแจ้งเตือนเหตุการณ์

7. มีโหมดห้ามรบกวน DND

8. ล็อกหน้าจอ

9. การควบคุมการฟังเพลงบน Smartphone ได้

 

มาต่อกัน มาดูรูปร่างหน้าตากันนะครับ ว่าเป็นไงบ้าง

ตัวกล่องเป็นแบบนี้จ้า เหมือนกับ Mi Band 3 รุ่นปัจจุบันเลย

ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มานี่แค่นี้เลย ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ซึ่งกล่องตั้งใหญ่ แหม่ ผมว่าไม่เหมือนรุ่นก่อนๆ ที่ประหยัดเรื่องนี้ ผมว่าดีมากเลย หลังๆ เน้นสวยงามล่ะนะ ก็ว่ากันไป ส่วนตัวชอบกล่องแบบเดิมสี่เหลี่ยมเล็กๆ อุปกรณ์ก็ให้มาเท่ากัน ตัว Mi Band 4 สายรัดข้อมือ พร้อมที่ชาร์จ และคู่มือแค่นั้น รุ่นนี้เป็น CN/En นะ ไม่รองรับภาษาไทย ต้องรอเฟิร์มแวร์เหมือน Mi Band 3 แต่อีกนานเลย

ตัวชาร์จที่ล่ะที่แก้มาแล้ว หลายคนเจอขั้วไม่แน่น หรือคอนแทคสกปรก ชาร์จไม่ได้เข้าประจำ งานนี้แก้ปัญหาได้แน่นอนแล้ว

ตัวสายรัดต้องบอกเลยว่าดีไซน์เดิมๆ หลายคนอาจจะไม่ชอบ ก็หาสายใหม่มาก็ได้นะ

หน้าจอเป็น AMOLED แสดงสีเรียบร้อยแล้ว แก้ไขจุดอ่อนเรื่องแพ้แสงจ้าได้แล้วด้วย โดยขั้นต้นก็คือเขาจะตั้งหน้าจอมา 1 ขีด เวลาออกไปโดนแสงจะแพ้แน่นอน ต้องปรับหน้าจอขึ้นไปอีกถึง 4 ขีด แต่พลังงานหน้าจอสว่างก็กินแบตเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งผมเองคงต้องทดสอบอีกทีว่า 20 วันจริงหรือไม่ วันนี้เอาเร็วเข้าว่า มาบอกกันไว้ก่อน ไว้ค่อยมาคุยกันอีกทีละกันเรื่องความอึด แต่เบื้องต้นคือวันนึง ลด 7% แบบเปิดความสว่างหน้าจอ 1 ขีดนะ

ขนาดที่บอกว่าแสดงผลได้มากกว่าเดิมประมาณ 39% ที่โปรโมตไว้ คือจริง แต่ขนาดก็ไม่ได้ต่างมากนะ ที่ชอบก็คือ โค้งแค่ขอบ แต่หน้าจอราบเรียบกว่า Mi Band 3 อันนี้ดีนะ ขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย


การจับเซ็นเซอร์ยังคงเดิม เพิ่มเติมคือคอนแทคสำหรับชาร์จที่มาอยู่ด้านล่างอันนี้เตรียมตัวรับคราบเหงื่อ และความสกปรกกันเต็มๆ เพราะอยู่ด้านล่างติดกับผิวหนังเราโดยตรง ดังนั้นพวกเกลือจากเหงื่อเรานี่ล่ะจะเร่งให้คอนแทคสกปรกล่ะ

การใส่กับสายรัดก็เหมือนกับ Mi Band 3 นะครับ ถอดออกและใส่เหมือนกันเลย พอดีกันด้วย

เปรียบเทียบขนาด ดูแล้วไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ ซ้ายคือ Mi Band 4

อาจจะดูสกปรกไปหน่อยนะ ฮ่ะๆ คือลองเอา Mi Band 4 ไปใส่สายเน่าๆ ของ Mi Band 3 เลยติดคราบมา ส่วนเจ้า Mi Band 3 นี่จบข่าว ใส่อาบน้ำประจำไม่ได้ถอด ยังไม่พังซึ่ง Mi Band 4 นี่กันน้ำระดับมาตรฐาน 5ATM ก็ใส่ว่ายน้ำได้เลย ไม่ต้องกลัวพัง คืออันนี้ต้องบอกว่า Xiaomi ทำดีจริงๆ ถ้าเป็นค่ายอื่นใส่อาบน้ำว่ายน้ำขนาดผมแล้วส่วนใหญ่ไม่รอด Fitbit ยังตายมาแล้วเลย

เทียบขนาด คือ Mi Band 4 จะใหญ่กว่านิดนึง ไม่มากนัก

ด้านหลังครับ ซ้ายเป็น Mi Band 3 นะ จริงๆ มี 2 อยู่ด้วย แต่คงไม่ต้องเทียบละมั้ง ใครใช้รุ่น 2 นี่เปลี่ยนได้เลยคุ้มสุดส่วนใครมีรุ่น 3 อยู่ก็แล้วแต่เลยนะ ของใหม่ก็น่าโดนมากกว่าเป็นธรรมดา รอดูราคาศูนย์ไทยละกัน

อีกด้านนึงครับ มีซีเรียลชัดเจนมาก ไม่ได้เซ็นเซอร์คงไม่เป็นไรมั้ง

อันนี้เอาสายรัดมาเทียบกันจะๆ ซ้ายของ Mi Band 4 นะ ใส่ด้วยกันได้แน่นอน ใครมีสายรุ่น 3 สวยๆ อยู่ล่ะก็ ไม่ต้องห่วงเอามาใช้กับ Mi Band 4 ได้เลย

ตัดมาตรงการชาร์จบ้าง ลองดูแล้วคือชาร์จสะดวกมาก ใส่แน่นดี ระยะยาวต้องลองอีกทีนะ เห็นว่าชาร์จอย่างน้อยก็ประมาณ 2 ชั่วโมงถึงจะเต็ม ซึ่งนี่คือ Day 1 แบตยังเหลือจาก 50% เหลือ 43%  สบายๆ

การจับคู่ก็ง่ายด้วย แอป Mi Fit ก็อัปเดทเวอร์ชั่นไว้รอการมาของ Mi Band 4 อยู่แล้ว การจับคู่ใหม่มีการถามด้วยว่าจะตัดของเดิมอย่างเจ้า Mi Band 3 ออกไหม และจริงๆ สามารถกู้คืนหรือสลับกลับมาใช้สะดวกกว่าเดิมด้วยนะ อันนี้ดีจริง

จับคู่เสร็จก็อัปเดทเฟิร์มแวร์กันทันที เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ไม่รู้ว่าแก้อะไรบ้างเดี๋ยวคงต้องไปตามอ่าน log ทีหลัง

อย่างนึงที่ดีเลยก็คือ มีรหัสปลดล็อคด้วย กันหาย หรือไม่ก็กันโดนโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอันนี้ยังอยู่ที่โหมดห้องทดลอง แต่เปิดใช้งานได้ ที่พีคก็คือ ตั้งแต่ 4 หลัก และมีตัวเลขให้เลือก 1-4 เท่านั้น เดาง่ายไปไหม ฮ่า

 

การวัดหัวใจ อันนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่ จริงๆ อยากได้วัดพวกออกซิเจน ความดัน หรืออื่นๆ ซึ่งควรมาได้แล้ว แต่เวอร์ชั่นนี้ก็ยังไม่มา เหมือนออกมาแก้ปัญหาของการใช้งาน Mi Band 3 ซะมากกว่า เรียกว่าเป็น Mi Band 3S ผมว่าก็ยังไหวเลย

โหมดกีฬา อันนี้ยอมรับว่าดีเลยครับ เพราะไม่ต้องไปกดเริ่มต้นที่แอปอีกแล้ว ใช้งานได้บนตัว Mi Band 4 เองเลยทั้งกดเริ่มและจบ และแน่นอนว่าไม่มี GPS ในตัวดังนั้นก็ต้องอาศัย Smartphone ที่ติดตัวไปด้วยในการแทรคเส้นทาง เหมือนรุ่นทั่วไปนั่นล่ะครับ แต่ราคานี้ก็ดีล่ะ แถมว่ายน้ำได้แบบว่า จับท่าได้ด้วยว่าเราว่ายท่าอะไร อันนี้ยังไม่ได้ลอง แต่มีเซ็นเซอร์ 6 แกน ก็น่าจะช่วยให้จับได้จริงตามที่เค้าโม้ไว้นั่นล่ะ

มีสภาพอากาศด้วยนะ ควบคุมเพลงก็ได้ เยอะเลยล่ะ ครบๆ แสดงผลก็อย่างที่เห็นว่า แสดงได้หลายบรรทัดที่เค้าบอกว่าการแสดงผลที่มากขึ้นก็คือบรรทัดที่มากขึ้นนี่ล่ะ Mi Band 3 แสดงได้ไม่กี่บรรทัดเอง

อย่างนึงที่มือใหม่ไม่ควรซื้อ ณ ตอนเริ่มแรกก็คือ ยังคงไม่รองรับภาษาไทยนะ เตือนจะแอปอะไรต่างๆ ก็ได้หมด แต่ภาษาไทยไม่ขึ้นก็จบข่าวเหมือนักน

ลองใส่ปั่นดูแล้วถือว่าดีเลยล่ะ อาจจะมีเรื่องของดีเลย์ในการจับกับ Smartphone นิดนึง

ตัวหน้าจอมีดีที่เปลี่ยนธีมหรือ watch face ได้ด้วย มีรูปแบบน่ารักเพียบเลย แต่ยัง customize เองไม่ได้นะ

ถ้าแสงมากๆ และเราปรับแสงสว่างบนหน้าจอแค่ระดับ 1 จะแทบมองไม่เห็นเลย เหมือนรุ่น 3 ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 4 ระดับ อันนี้เค้าแก้จุดบกพร่องมาแล้ว ก็เพิ่งรู้ตอนหลังนี่เหมือนกัน กดปรับได้บนตัว Mi Band 4 ใน Setting เท่านั้นนะ

 

มาดูเรื่องแอปการตั้งค่ากันบ้าง

อันนี้คือเป็นการแนะนำฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งเออ ก็ดีนะคุ้มกับราคาดี

การตั้งค่าต่างๆ ของ Mi Band 4 ก็เรียกว่าครบถ้วนเรื่อง Smartband การเชื่อมต่อ การปลุก การเตือนเมื่องนั่งนานไป การเตือนจากแอปต่างๆ การรับสาย สายเรียกเข้า คือมีครบเลย ที่สำคัญคือเปลี่ยน watch face น่ารักๆ ได้ด้วย จริงๆ มีหน้าสำหรับให้ edit watch face ของตัวเอง แต่ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้คาดว่าอนาคตน่าจะเปิดให้ใช้งานได้นะ

เผื่อใครยังไม่รู้ คือสามารถปรับได้นะ จะใส่ด้านซ้ายหรือขาว อ้อ ลืมไป หากใครเป็นมือใหม่ต้องดาวโหลด Mi Fit ใน Google Play Store หรือ Appstore มาลงไว้ได้เลยนะ รองรับทั้งสองระบบ

 

โหมดนึง ที่ต้องตั้งค่าก็คือ การตรวจจับการนอนและการเต้นของหัวใจแบบอัตโนมัติโดย default ที่ติดมาจะเป็นการตรวจจับธรรมดาทั่วไป แต่หากอยากใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องเปิดจับการนอนและการเต้นหัวใจพร้อมๆ กันด้วยนะ คือเข้าใจว่าคงเป็นการตรวจเช็คแบบละเอียดนั่นล่ะ

 

อันนี้คือการล็อกแบนด์ สามารถตั้งค่าได้ใน Mi Fit  ก็ข้อเสียอย่างเดียวเลยก็คือ ตัวเลขเดาง่ายไปหน่อย หล่นหายก็บายได้เลย

ตัวรีพอร์ทต่างๆ Mi Fit เวอร์ชั่นใหม่ ก็ปรับปรุงหน้าตาให้น่าใช้งานมากขึ้น รายละเอียดยังคงเหมือนเดิม มีการแยกสีสัน ชัดเจนว่าสีอะไรเป็นแอคทิวิตี้อะไรบ้าง เช่นสีแดงจะเป็นการแสดงเรื่องแคลลอรี่

อัตราการเต้นของหัวใจสามารถปรับได้ว่าให้จับอัตโนมัติ จับเป็นครั้งคราวหรือจับทุก 1 นาที โดยตั้งค่าที่เมนูอุปกรณ์ Mi Band 4 ตามด้านบนนะครับ รีพอร์ทต่างๆ ผมว่าก็แม่นอยู่นะ ยังสงสัยตัวเองอยู่ว่าหัวใจนี่ 40 เองหรอเนี่ยตอนนอน?

หน้าจอหลัก จะมีเรื่องของน้ำหนักด้วย กรณีมีเครื่องชั่ง หรือมีอุปกรณ์อื่นๆ ก็จะมีแสดงเอาไว้ในโปรไฟล์ของเรา ว่ามีอะไรบ้าง เห็นว่ามี QR เพิ่มเพื่อนได้ด้วย จริงๆ มีนานแล้ว แต่ลองใช้แล้วยังไม่เวิร์ก ไม่รู้ว่าเวอร์ชั่นนี้เค้าปรับปรุงแล้วหรือยัง ค่อยลองเล่นอีกที

รายงานด้านกีฬาเบื้องต้นผมปั่นทุกวันอยู่แล้ว เลยลองจับดู อย่างที่บอกว่าไม่จำเป็นต้องพึ่ง Smartphone ในการเริ่มหรือหยุด การเล่นกีฬาทุกอย่าง ไม่ว่าจะวิ่ง ปั่นว่าย รวมถึงยังบังคับควบคุมการเล่นเพลงได้อีกด้วย คือก็ครบนะผมว่า แจ่มอยู่ รายงานก็ทำได้ละเอียด แต่สำหรับ Mi Band 4 ก็เรียกว่ารองรับการใช้งานเบื้องต้นได้ครบเลยทีเดียว นับว่าใช้ได้กับราคาประมาณพันต้นๆ ณ ตอนนี้

   สรุปเบื้องต้น ณ Day 1 กับ Mi Band 4

คือแก้จุดอ่อนจากรุ่น Mi Band 3 ไปพอสมควรเลยล่ะ หน้าจอสวย ใช้งานง่าย ดี ครบถ้วน กระบวนความ จุดเสียเดียวก็คงไม่รองรับภาษาไทย ที่เหลือคงต้องทดสอบเรื่องแบตเตอรี่อีกทีว่า 20 วันจริงไหม ซึ่งเท่าที่ลองก็มีลุ้นนะ เปิดหนักๆ แบบผมใช้งานนี่ยังลดไปประมาณ 7% ต่อวัน ผมว่าสักอาทิตย์นึงก็เก่งแล้วล่ะ เปิดหน้าจอสว่างสุด เปิด noti ต่างๆ ให้สุด จับนอนจับหัวใจแบบขั้นสุด อะไรแบบนี้ ถามผมว่าน่าซื้อไหม ผมว่าก็น่าจัดนะครับ แต่ใครที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรุ่นเดิมหรืออะไรนี่ก็ลองชั่งใจดู ใช้ของเดิมไปก่อนก็ได้ เพราะตอนนี้มันยังไม่รองรับภาษาไทย ที่เหลือก็ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่บางทีก็เก่าสำหรับบางรุ่นที่เป็นยี่ห้ออื่นแล้วเช่นกัน แต่ก็เรียกว่าคุ้มค่าล่ะนะ สำหรับคนที่ชอบ Xiaomi อยู่แล้วนี่ ก็คงไม่ต้องบอกนะว่าควรทำยังไง มีแล้วทั้ง aliexpress, lazada, shopee, JD Central ราคาก็มีตั้งแต่หลักต่ำกว่าพันไปจนถึง พันห้าได้ แล้วแต่สะดวกเลย ไม่รีบก็รอศูนย์ไทย แต่ไม่รู้ว่าเข้าเมื่อไหร่นะ

ขอบคุณ Mi Store by MoreFun central พระรามเก้าที่หาของให้อย่างด่วนนะคร้าบ



ถูกใจบทความนี้  512

12 thoughts on “รีวิว Xiaomi Mi Band 4 สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ฉบับปรับปรุงข้อเสียจนเหี้ยน

  1. รบกวนสอบถามว่า ถ้าใช้ ios กรณีที่ใช้เมนูโทรศัพท์ภาษาไทย เพราะถ้าเมนูภาษาอังกฤษ band จะเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แต่พอใช้เมนูภาษาไทย band จะเปลี่ยนเป็นภาษาจีนค่ะ..ขอบคุณค่ะ

    1. ตอนนี้ยังเปลี่ยนเป็นภาษาไทยไม่ได้ครับ ต้องรอเฟิร์มแวร์อัปเดทครับผม ปกติตัว band ถ้าเราใช้ eng บน android ตัว smartband ก็น่าจะได้นะครับ หรือไม่ก็ที่สั่งมาคือเวอร์ชั่นจีนล้วน ที่ผมใช้คือเมนู english เรียบร้อยแล้ว ใช้กับ android หรือ iOS?

  2. ผมใช้ App. Mi Fit กับ Mi Band 3 อยู่ แต่ตัวเครื่องหล่นหายไป (หลุดออกจากสายรัดข้อมือโดยไม่รู้ตัว) กำลัจะไปซื้อ Mi Band 4 มาใช้ อยากทราบว่า เมื่อ ซิ้งค์กับ App. ในมือถือแล้ว ข้อมูลเดิมจะหายไปหรือ เก็บต่อเนื่องกันไปได้ครับ ผมเสียดายสถิติที่เคยทำไว้มา 7-8 เดือน

ใส่ความเห็น