PDAMobiz Talk: ทักทายรายวัน กับการชาร์จมือถือสุดรักอย่างถูกวิธี

ทักทายรายวันกับการชาร์จมือถือสุดรักอย่างถูกวิธี

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ มาทักทายแบบสบายๆ กันในวันเสาร์เช่นเคยครับ วันนี้จะขอยกเรื่องที่เพื่อนๆ ทราบกันดีอยู่แล้ว มาย้ำเตือนกันอีกสักรอบครับ ถูกแล้ว ผมกำลังพูดถึงเรื่องการชาร์จแบตเตอรรี่ให้กับโทรศัพท์สุดรักอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งแบตเตอรี่มาภายในตัวเครื่องแบบบิวท์-อิน ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตัวเองเหมือนสมัยก่อนแล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทวอทช์อีกด้วย

   ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวันนี้ชีวิตของเราแทบจะทุกคนต้องมีอุปกรณ์คู่กายที่ต้องมีการชาร์จไฟอย่างน้อยก็สมาร์ทโฟนล่ะนะ แล้วการชาร์จไฟอย่างไรถึงจะเป็นการถนอมให้อุปกรณ์สุดรักอยู่กับเราไปได้นานที่สุด โดยไม่เสื่อมไปก่อนวัยอันควร มาดูกัน

  • ควรใช้อุปกรณ์เสริมเช่นอแดปเตอร์ และสายชาร์จที่มาพร้อมกับตัวเครื่องเท่านั้น หรือหากจำเป็นควรเป็นยี่ห้อที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพราะตัวอแดปเตอร์และสายชาร์จนั้นมีส่วนอย่างมากในการทำให้อายุแบตเตอรี่ของเรานั้นยืนยาว หรือเสื่อมสั้น และควรเสียบอแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟก่อน จากนั้นจึงค่อยเสียบสายชาร์จเข้าไปตัวอุปกรณ์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไฟกระชากนั่นเอง
  • ไม่ควรใช้อุปกรณ์จนแบตเตอรี่มีระดับต่ำกว่า 30% เมื่อแบตเตอรี่มีระดับต่ำกว่า 50% ก็ควรชาร์จได้แล้ว หรือหากจำเป็นจริงๆ ก็สามารถใช้จนแบตเตอรี่ต่ำกว่า 30% ได้ แต่ไม่ควรใช้จนแบตเตอรี่หมด และเครื่องปิดตัวลงเองบ่อยๆ เพราะนั่นจะเป็นการเร่งให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นนั่นเอง
  • ขณะที่ทำการชาร์จไฟอยู่นั้น ไม่ควรใช้งานเครื่องไปด้วย ควรปล่อยให้ชาร์จไปก่อน แต่หากจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรทำเป็นกิจวัตร เพราะนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวขึ้น
  • ชาร์จเมื่อสะดวก และหยุดชาร์จเมื่อจำเป็นต้องใช้เครื่อง แบตเตอรี่ในยุคปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นชนิดลิเธียมแล้วแทบทั้งสิ้น แบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถชาร์จเมื่อไรก็ได้ตามต้องการ และสามารถหยุดชาร์จเมื่อไรก็ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องชาร์จจนเต็มแล้วจึงค่อยนำไปใช้งาน หรือต้องรอชาร์จเมื่อแบตใกล้หมดแล้วเท่านั้น
  • ถ้าหากเป็นไปได้ ควรชาร์จอุปกรณ์ในอุณหภูมิห้อง ไม่ควรชาร์จในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อน เพราะขณะที่กำลังชาร์จอยู่นั้น แบตเตอรี่ก็ได้รับความร้อนจากการประจุไฟอยู่แล้ว หากสภาพแวดล้อมที่ร้อนก็จะยิ่งกระตุ้นให้แบตเตอรี่เสื่อมไวยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง
  • การเก็บรักษาอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ภายใน เช่นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือสมาร์ทวอทช์นั้น ควรทำให้แน่ใจว่าก่อนเก็บนั้นมีประจุแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 40% เพราะโดยธรรมชาติของแบตเตอรี่นั้นจะมีการคลายประจุเองอย่างช้าๆ อยู่แล้ว และถ้าหากเก็บไว้โดยมีประจุไฟที่ต่ำกว่านั้นในระยะเวลานาน แบตเตอรี่อาจจะคลายประจุจนหมด และแบตเตอรี่จะเสื่อมนั่นเอง เพราะฉะนั้นกรณีที่เราต้องการเก็บรักษาอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ควรหมั่นตรวจเช็กและนำมาชาร์จแบตอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ค่อยได้ใช้งานเป็นประจำก็ตามที
  • แถมอีกนิด หลังการชาร์จแบตเรียบร้อยแล้ว ควรดึงอแดปเอตร์ออกจากปลั๊กไฟด้วย เพราะถึงแม้เราไม่ได้ใช้งาน แต่อแดปเตอร์เองก็จะมีไฟเข้าไปเลี้ยงตลอดเวลา ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น และยังสุ่มเสี่ยงที่ปลายสายชาร์จอาจถูกของเหลวหกใส่จนเกิดการลัดวงจรเสียหายได้ด้วยเช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับวิธีปฏิบัติง่ายๆ เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่และอุปกรณ์สุดรักของเราให้อยู่กับเราไปนานแสนนาน และใช้งานอย่างคุ้มค่ากับทุกบาทที่เสียไปครับ ถ้าหากเพื่อนๆ มีวิธีถนอมแบตเตอรี่และอุปกรณ์แสนรักที่นอกเหนือจากนี้ คอมเมนต์มาแบ่งปันกันได้เลยนะครับ

ฝากเพื่อนๆ กดไลค์กดแชร์และติดตามเพจเพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ  >>>> https://goo.gl/8OD74l

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ PDAMobiz.com จากช่องทางต่างๆ คลิก ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยครับผม

      

จนกว่าจะพบกันใหม่
Suppakit
07-Sep-19



ถูกใจบทความนี้  2

ใส่ความเห็น