ทักทาย วันจันทร์ มันส์เดย์ – สงคราม 5G กำลังจะเริ่ม

 

5G ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไทยเร็ววันนี้ อย่างน้อยก็มีการผลักดันการประมูลไปเรียบร้อยแล้ว ในปีหน้าเราคงจะเห็นการประมูลคลื่นความถี่ของ 5G กันอีกครั้งไม่รู้ว่าครั้งนี้ จะยังไง แต่ค่ายหลัก AIS, dtac, TrueMove H ก็คงเข้าร่วมเหมือนเดิม ส่วนใครจะได้ไปเท่าไหร่ยังไงคงต้องไปดูกันล่ะ แน่นอนว่าช่วงปลายปีแบบนี้กลายเป็นช่วงที่ชิงพื้นที่การโปรโมต 5G ก่อนที่จะเปิดใช้งานจริง ช่วงนี้จะเห็นว่ามีการทดสอบ การใช้งานจริงในแต่ละภาคส่วนมากขึ้น ล่าสุดอย่าง AIS ก็ประกาศแล้วว่า ทดสอบแล้วทั่วไทย และตอนนี้ก็มีการเปิดทดสอบระบบ 5G ที่สามย่านมิตรทาวน์ และแน่นอนว่าอีกค่ายที่เป็นเบอร์สองอย่าง TrueMove H ก็คงเปิดทดสอบตามมาเร็วๆ นี้ ส่วน dtac ก็เช่นกัน สำหรับ use case หรือการนำไปใช้งานจริง ตอนนี้ผมว่ายังห่างไกล พื้นที่อย่างที่เราเคยฝันไว้ในชนบท ระยะทางไกลๆ นั้น คงยาก จริงๆ คนที่จะได้ประโยชน์ผมว่าเป็นกลุ่มคนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองที่มีบรรดาเน็ตบ้าน เน็ตมือถืออยู่เต็มไปหมดแล้วในวันนี้แต่ยังมีหมู่บ้านอีกมากมายที่ยังเข้าไม่ถึงโครงข่ายพื้นฐาน แม้ว่า 5G อาจจะมาตอบโจทย์ แต่ก็อย่าลืมว่าผู้ประกอบการ ไม่ใช่รัฐบาล ดังนั้นการลงทุนที่จะวางโครงข่าย 5G ในแต่ละพื้นที่ ต้องคำนวณเรื่องของความคุ้มทุน ดังนั้น หมู่บ้านหรือชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล ก็จะยังไม่ได้รับประโยชน์เช่นเดิม ซึ่งในหมู่บ้าน ตำบล หรืออำเภอนั้นๆ อาจจะมีโรงพยาบาลเล็กๆ ประจำอยู่ สิ่งที่นำเสนออารมณ์ประมาณว่า แพทย์ จะไม่ต้องเดินทางไปหาผู้ป่วยและสามารถรักษาได้ทันที ยังห่างไกลความเป็นจริง ขนาดถึงขั้นรักษาด้วยการผ่าตัดผ่าน 5G นั้นยิ่งลำบาก อย่างที่บอกว่าโครงข่ายต้องดีและครอบคลุมอย่างมาก เห็นตัวอย่างโดรนที่คุยกับ IoT ที่บ่งบอกสถานะต่างๆ ในการเพาะปลูก และสั่งให้โดรนพ่นยาฆ่าแมลงหรือใส่ปุ๋ยตามพื้นที่ที่กำหนดตามปริมาณมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้ อะไรแบบนี้ ซึ่งมันก็ดูดีสำหรับเกษตรกร แต่ทว่าการลงทุนที่จะลงอุปกรณ์ IoT ในการรวบรวมข้อมูลเข้ามาวิเคราะห์เพื่อจะทำ automation ต่างๆ ในพื้นที่ไร่หรือหลายสิบไร่ จะคุ้มหรือไม่ และเกษตรกรไทย จะปรับตัวรวมถึงมีเงินลงทุนมากน้อยแค่ไหน และบรรดาสวน ไร่นาต่างๆ ก็ล้วนแล้วจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลซะส่วนใหญ่ ซึ่งผมก็ยังมองว่าเกษตรกรแนวใหม่ ก็ต้องมีเงินลงทุน และเข้าใจในเทคโนโลยีไม่น้อย และที่สำคัญจะคุ้มทุนเมื่อไหร่? อย่างรถไร้คนขับที่พยายามผลักดัน ในไทยเองก็ลำบากเพราะโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้มีมาตรฐานเหมือนต่างประเทศ มีรายละเอียดต่างกันเยอะมาก รถวิ่งได้ทางเดียวบ้าง เลนส์นี้สวนได้เฉพาะช่วงเวลาบ้างอะไรแบบนี้ ก็ดูจะเกิดยากพอสมควร

ดังนั้นคนเมืองก็จะได้รับประโยชน์และจะเห็น 5G เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นเสียมากกว่า ซึ่งจะตอบโจทย์หรือไม่นั้นก็ว่ากันอีกทีนึง เรื่องความเร็วเน็ตอาจจะไม่ใช่คำตอบซะทีเดียว เพราะ 5G จะเน้นเรื่องของ latency หรือเวลาหน่วงในการติดต่อสื่อสารกันน้อยมาก ดังนั้นเราจะเห็น Machine คุยกับ Machine หรือ M2M ซะมาก ในด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมนี่ น่าจะมีผลในอันดับต้นๆ คนธรรมดาอย่างเรา ที่จะเข้ามากระบทก่อนน่าจะเป็นเรื่องมัลติมีเดีย เกมมิ่งอะไรแบบนี้ ที่อาจจะมีการผลักดันให้เกิดก่อน บรรดา VR หรือ AR ทั้งหลายที่อุปกรณ์จะเริ่มซัพพอร์ทมากขึ้น ราคาถูกลง และการมาของโครงข่าย 5G ของไทยในปีหน้า ก็ยังอยู่ในพื้นที่จำกัด เราจะเจอการผสมผสาน 3G/4G/5G คงเป็นทางออกที่ดี จริงๆ อยากรู้ว่าเคสที่ถูกหยิบยกมา จะนำไปใช้งานจริงได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง ก็หวังว่า 5G จะเข้ามาทำให้ชีวิตเราดีและสะดวกขึ้นนะ



ถูกใจบทความนี้  8

ใส่ความเห็น