รีวิว Vivo Y15 2020 – AI Triple Camera แบตอึด สุดคุ้ม

Vivo ต่อยอดด้วยการนำรุ่น Y15 2020 ออกมาส่งท้ายปลายปี ด้วยรุ่นประหยัด ในราคาแค่ 4,999 บาท พกพาการตอบโจทย์การใช้งานในช่วงสิ้นปีที่มีหยุดยาวแบบนี้ ด้วยหน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.3.8 นิ้ว พร้อมกล้องด้านหน้าเซลฟี่ด้วยความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ Vivo ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ยังมีกล้องด้านหลังที่เป็น AI Triple Camera และแบตที่อึดสุดให้มามากถึง 5000 mAh พร้อมทั้ง Funtouch OS9 ที่เพียบพร้อมทั้งฟีเจอร์เด็ดๆ ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ครบถ้วน ไม่อีกทั้งความปลอดภัยอย่างสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้าก็จัดมาให้ครบ เป็นอีกรุ่นที่น่าใช้งานในช่วงปลายปีแบบนี้

Vivo Y15 2020 เป็นอีกรุ่นที่ออกมาเรียกว่ารับปี 2020 เลยก็ว่าได้ รุ่นประหยัดแต่การใช้งานครบครันแบบนี้มาอีกแล้ว หน้าจอใหญ่ 6.38 นิ้ว ตัวเครื่องจับถนัดมือ การออกแบบดีไซน์สวยงาม เป็นสีเกรเดียนส์ที่สะท้อนแสงแล้วได้หลายเฉดสี รวมถึงฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ที่ครบครัน มาดูรายละเอียดกันก่อน

สเปคและรายละเอียด Vivo Y15 2020

CPU : MediaTek MT6762
Display : 6.35 นิ้ว ความละเอียด 720 × 1544  พิกเซล  (HD+) Halo FullView™ Display 19.3:9
GPU: PowerVR Rogue GE8320
Memory: RAM 4GB ROM 64GB
Size: 159.43 × 76.77 × 8.92 มม. 190.5 กรัม
OS: Funtocuh OS 9.1 based on Android 9 ล่าสุด
Connection : WiFi 802.11 a/b/g/n/ac , Bluetooth 5.0 , OTG
Mobile : 2G/3G/4G 4G FDD- LTE(850/900/1800/2100) TDD LTE 2300MHz
GPS: Assistant- GPS,GLONASS,Beidou,Galileo
Camera: กล้องหลัง 13MP f/2.2+8MP f/2.2+2MP f/2.4 กล้องหน้า 16MP f/2.0
Battery : 5,000 mAh รองรับ Dual Engine Fast Charging
Other: fingerprint , สแกนใบหน้า
Color: Phatom Black, Burgundy Red
Price:  4,999 บาท

รายละเอียดตัวเครื่อง

 

อุปกรณ์ในกล่องที่มีให้ตามนี้ครับ ซึ่งจะขาดก็คงเป็นแค่หูฟังเท่านั้น ที่เหลือครบหมด

ตัวเครื่องได้รับแรงบัลดาลใจการดีไซน์สีสันมาจากแสงที่กระทบบนพื้นผิวทะเลสาบ เกิดเป็นแสง และเงาสะท้อนขึ้นมา ทำให้สีที่สะท้อนกับตัวเครื่องที่เป็นสีดำ Phatom Black กลายเป็นสีน้ำเงินอมเขียวสะท้อนขึ้นมา และมีลวดลายหลังตัวเครื่องให้ความรู้สึกคล้ายกับทะเลสาบอีกด้วย

ซึ่งหากดูการสะท้อนของแสงแล้วจะพบว่าเหมือนเป็นลายคลื่นอยู่บนฝาหลัง ที่ให้อารมณ์ผ่อนคลายไปในตัว

ลองดูชัดๆ ในอีกมุมนึง  สี phatom black ที่ให้ลายละเอียดมากกว่าสีดำธรรมดา

ตัวเครื่องด้านหน้า มีหน้าจอขนาด 6.38 นิ้วเป็นขนาดมาตรฐาน มาพร้อมกับเทคโนโลยีของ Vivo Halo FullView Display ที่ความละเอียด HD+

ด้านล่างขอบตัวเครื่องมีเหลือพื้นที่นิดหน่อย ส่วนด้านบนก็จะมีลำโพง และเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้เช่นกัน ซึ่งยังคงมีติ่งหยดน้ำอยู่ แต่ก็แสดงผลได้ 89%

มุมต่างๆ ของตัวเครื่อง รูปร่างโค้งมน จับถนัดมือ น้ำหนักไม่มากเกินไป การเรียงปุ่มกดต่างๆ ตามมาตรฐาน

ด้านล่างและด้านบนของตัวเครื่อง มีส่วนโค้งมนสวยงาม ยังมีพอร์ต micro USB สำหรับชาร์จพร้อม และมีช่องเสียบหูฟังก็ยังครบถ้วน

รองรับการใช้งาน 4G ทุกเครือข่าย และรองรับ nano SIM 2 ถาด และยังใส่เมมโมรี่เพิ่มเติมได้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

เรื่องของแบตเตอรี่ ที่ให้ความจุมา 5000 mAh ซึ่งใช้งานได้ทั้งวันอย่างแน่นอน Vivo Y15 2020 เรียกว่าค่อนข้างประหยัดแบตได้ในระดับที่ว่าวันนึงเต็มๆ สบาย

 

การใช้งานและประสิทธิภาพ

สำหรับ Vivo Y15 2020 มาพร้อมกับระบบ Funtouch 9 ที่ครอบด้วย Android 9 และการใช้งานในแบบฉบับของ Vivo ที่ครบครัน และได้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ถือว่าเป็นรุ่นเล็กที่ครบเครื่องเรื่องการใช้งานอีกหนึ่งรุ่นในปลายปีแบบนี้

การปรับแต่งขนาดตัวอักษร รองรับการปรับตัวอักษรให้เหมาะกับขนาดสายตาของคนทุกวัย และยังมีตัวอักษรชนิดต่างๆ ให้เลือกตามที่ชื่นชอบ รวมถึงหากคิดว่าหน้าจอตัวเองสีไม่สวยก็อาจจะมาปรับโทนสีให้เหมาะกับเราได้อีก

มีโหมดมืดที่เราเรียกติดปากว่า Dark Mode เป็นโหมดที่ประหยัดแบตในเครื่องได้อีกระดับนึงแล้วยังถนอมสายตาอีกด้วย

 

มีโหมดการใช้งานอัจฉริยะต่างๆ เสริมการทำงานให้ลงตัวมากขึ้น ทั้งการใช้หน้าจอให้เปิดหรือปิดแบบอัจฉริยะ หรือจะเป็นการโทรอัจฉริยะที่ช่วยในเรื่องของการรับสาย ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น เรื่องการเตือนอัจฉริยะ ที่สามารถเตือนสายหรือข้อความที่ไม่ได้อ่านหรือรับ

อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมขึ้นไปอีกด้วย รองรับคนที่มีขนาดฝ่ามือเล็ก ถือเครื่องแล้วนิ้วไม่สามารถกวาดไปยังแป้นพิมพ์หรือตัวเลขเวลากด ก็ยังปรับแต่งบรรดาแป้นโทรศัพท์ แป้นพิมพ์ต่างๆ ให้ใช้งานสะดวกได้ในมือข้างเดียว มีการเริ่มต้นด้วยการใช้งานด่วนให้เปิดการใช้งานที่เราใช้งานบ่อยได้ด้วย หรือจะเป็นการจับภาพแบบพิเศษโดยใช้สามนิ้วปัดขึ้นก็สะดวก

รองรับการแบ่งหน้าจอใช้งานได้สองแอปพร้อมกัน แบ่งหน้าจอก็ยังไหว ใช้สะดวกพร้อมกันทั้ง 2 แอป จะดูหนัง จะฟังเพลงไปพร้อมกันก็ได้ จะเล่นเน็ต หรือแชตไปด้วยก็สบาย

แน่นอนว่า ยังรองรับการเล่นเกมได้ มีโหมด Ultra Game Mode ทำให้ช่วยในเรื่องของการเล่นเกม แม้ว่าอาจจะไม่ได้เล่นที่กราฟิคสูงสุด แต่ก็เล่นได้ลื่นไหลในกราฟิคระดับปานกลาง แต่ก็จะสะดวกในด้านของการเล่นเกมที่เคลียร์ทั้งแคชในเครื่องและปรับเรื่องของการรบกวนให้เล่นได้ไม่มีสายเข้าให้กวนใจ

 

เรื่องประสิทธิภาพ ก็สามารถใช้งานได้ครบ มัลติทัช 10 จุด แม้ว่าสเปคของ Vivo Y15 2020 จะไม่ได้แรง แต่ก็ตอบโจทย์การทำงานโดยรวมได้ดี

การถ่ายภาพของ Vivo Y15 2020

ด้านกล้องถ่ายภาพสำหรับ Vivo Y15 2020 มาพร้อมกับกล้องด้านหลังที่เป็น AI Triple Camera ด้วยราคาระดับนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่า ด้วยความละเอียด 13MP f/2.2+8MP f/2.2+2MP f/2.4 สามารถเก็บภาพได้กว้าง 108 องศา  สามารถเก็บภาพได้ทุกช่วง แน่นอนว่าภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอก็ไม่แพ้ใคร แถมยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกอีกเพียบเลย และยังมีโหมดถ่ายภาพมืออาชีพ พาโนรามา โหมด doc หรือถ่ายภาพเอกสาร และใบหน้าสวยให้ใช้งาน และที่สำคัญ ถ่ายวีดีโอในมุมกว้างได้ พร้อมโหมด Live Photo  ที่จะเก็บภาพเคลื่อนไหวระยะสั้นๆ เอาไว้ได้อีกด้วย

นอกจากโหมดต่างๆ ที่ใช้งานได้ครบ ยังมีฟิลเตอร์ ให้เลือกโทนสีแบบต่างๆ ให้เข้ากับบรรยากาศหรือเปลี่ยนอารมณ์ของภาพถ่ายได้อย่างดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

ตัวอย่างภาพมุมกว้างกับมุมปกติ

ภาพโบเก้สวยๆ

ฟิลเตอร์ต่างๆ

ภาพตัวอย่างอื่นๆ

 

กล้องด้านหน้า 16 ล้านพิกเซล ที่เน้นการเซลฟี่ Vivo Y15 2020 ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน โดยสามารถเก็บภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ และยังมีโหมดใบหน้าสวยที่ทุกคนชื่นชอบ ที่มาพร้อมกับ AI ที่จะทำให้สวยอย่างลงตัว สามารถเก็บภาพกว้างได้มุมต่างๆ ที่มากขึ้นได้ในโหมดพาโนรามา ส่วนวีดีโอนั้นถ่ายวีดีโอได้ทั้งแบบปกติ และในแบบเคลื่อนไหวช้า และไทม์แลปส์ได้ครบถ้วนเลยทีเดียว สามารถกดถ่ายภาพตามถนัดได้ด้วยปุ่มลดเสียง ถ่ายภาพได้ภายในแชะเดียว

 

แน่นอนว่านอกจากโหมดใบหน้าสวยแล้ว ยังมีฟิลเตอร์เหมือนกล้องด้านหลังมาให้ด้วยครับ

ตัวอย่างภาพจากกล้องด้านหน้า

 

 

 

สรุปการใช้งาน Vivo Y15 2020

จุดเด่นสุดก็คงเป็นเรื่องแบตเตอรี่ ที่อึดจริงๆ การใช้งานที่ครบเครื่องตามสไตล์ของ Vivo เค้า ซึ่งรุ่น Y15 2020 นั้นก็เป็นรุ่นที่มาปิดท้ายปลายปีและเปิดปีใหม่ ที่ราคาเป็นมิตร ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับทุกกลุ่มอายุ ดีไซน์มีส่วนคล้ายรุ่นพี่ซีรีส์ที่ราคาแพงกว่า เรียกว่าจ่ายเบาๆ แต่ดูดีพอๆ กับรุ่นพี่เลย หน้าจอ Halo FullView Display ที่ให้พื้นที่การแสดงผลที่ 89% ถือว่าไม่น้อย และที่สำคัญยังได้กล้องแบบ AI Triple Camera มาอยู่ในมือด้วย เก็บภาพได้ทุกระยะ กล้องด้านหน้าก็หายห่วงอยู่แล้ว สวยด้วยฝีมือ Vivo อย่างแน่นอน อันนี้ Vivo การันตีให้  อาจจะมีบางฟังก์ชั่นที่หายไปเช่นชาร์จเร็ว และกล้องหน้าที่อาจจะตัดเบลอได้ไม่เนียนเหมือนรุ่นพี่นะ เนื่องจากราคาไม่แรงนั่นเอง ราคาแค่ 4,999 บาทเท่านั้น โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มค่าในช่วงนี้



ถูกใจบทความนี้  1

ใส่ความเห็น