ซัมซุงเปิดตัว “กาแลคซี่ เอส 20” พร้อมสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นใหม่ “กาแลคซี่ ซี ฟลิป” สองสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนที่จะเปิดมุมมองการสื่อสารแห่งทศวรรษใหม่

  • สานต่อความสำเร็จสมาร์ทโฟนแฟลกชิปยอดนิยม ‘กาแลคซี่ เอส 20’ พร้อมปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนด้วยสุดยอดเทคโนโลยีกล้องวิดีโอที่ดีที่สุดของซัมซุง ให้คุณถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง 8K และสามารถแคปเจอร์ภาพจากวิดีโอมาเป็นรูปถ่าย Hi-res ได้ง่ายๆ ในคลิกเดียวด้วยฟีเจอร์ 8K VDO Snap นอกจากนี้ ฟีเจอร์การถ่ายภาพแบบใหม่ Single Take ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกภาพและวิดีโอได้หลากหลายถึง 14 แบบ ด้วยการบันทึกในช็อตเดียว กาแลคซี่ เอส 20 ยังมาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุดถึง 108 ล้านพิกเซล ร่วมกับเทคโนโลยีสเปซ ซูม (Space Zoom) ที่สามารถซูมได้สูงสุดถึง 100 เท่า
  • สิ้นสุดการรอคอย! กับสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกในไทย[1] ‘กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G’ พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่เหนือกว่าของการสื่อสารยุคใหม่ก่อนใคร
  • ครั้งแรกของซัมซุงกับนวัตกรรมจอกระจกพับได้กาแลคซี่ ซี ฟลิป’ สมาร์ทโฟนพับได้โฉมใหม่ขนาดกะทัดรัด ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและสวยงามทันสมัยกับการพับในแนวตั้ง ที่สุดของการออกแบบและนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ

กรุงเทพฯ, 12 กุมภาพันธ์ 2563 ซัมซุงเปิดทศวรรษใหม่ของ ‘ซัมซุง กาแลคซี่’ เผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด นำโดย กาแลคซี่ เอส 20 (Galaxy S20) สมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่จะมาพลิกกฎการถ่ายภาพและวิดีโอแบบเดิมๆ ด้วยนวัตกรรมกล้องวิดีโอที่ดีที่สุดของซัมซุง พร้อมฟีเจอร์ใหม่ตอบโจทย์มิลเลนเนียลที่รักการบันทึกและแชร์โมเมนต์โดนใจบนโซเชียลมีเดีย และ กาแลคซี่ ซี ฟลิป (Galaxy Z Flip) สมาร์ทโฟนพับได้โฉมใหม่ ที่โดดเด่นและสวยงามทันสมัยกับการพับในแนวตั้ง มาพร้อมนวัตกรรมจอกระจกพับได้เป็นครั้งแรก ดีไซน์การใช้งานที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นพิเศษนี้ จะเปลี่ยนนิยามของการถ่ายภาพ การแบ่งปันประสบการณ์ และการเพลิดเพลินไปกับคอนเทนท์บนสมาร์ทโฟนไปอย่างสิ้นเชิง

ออกแบบอนาคตของการสื่อสารด้วย กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์

ในทศวรรษใหม่นี้ เทคโนโลยี 5G จะมาพลิกโฉมการสื่อสารและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้คนบนโลก ซัมซุงในฐานะผู้นำนวัตกรรมสมาร์ทโฟน พร้อมแล้วที่จะกำหนดนิยามของยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกในประเทศไทย[2] ‘กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมาร์ทโฟนแฟลกชิปซีรีส์ใหม่ในตระกูล กาแลคซี่ เอส ประกอบด้วย กาแลคซี่ เอส 20, กาแลคซี่ เอส 20 พลัส และ กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G

 

พลิกทุกกฎเกณฑ์ของการถ่ายภาพและวิดีโอด้วย กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์

จากเทรนด์ของคนในปัจจุบันที่นิยมถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตนเองผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้ ‘กล้อง’ กลายเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ซึ่งกาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีกล้องวิดีโอที่ดีที่สุดของซัมซุง ที่ทำงานด้วย AI อันทรงพลังและเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ที่สุดของซัมซุง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถบันทึกทุกโมเมนต์สำคัญได้อย่างดีที่สุด

  • วีดีโอคมชัด ประสบการณ์เสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์: กาแลคซี่ เอส 20 สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความคมชัดระดับ 8K เพื่อให้ผู้ใช้ได้บันทึกโลกที่พวกเขามองเห็นด้วยสีและคุณภาพที่สมจริงที่สุด รวมถึงแคปเจอร์ภาพนิ่งจากวิดีโอ 8K ดังกล่าวในรูปแบบภาพความละเอียดสูง (Hi-Res) ได้ทันที ด้วยฟีเจอร์ 8K VDO Snap ทั้งนี้ ด้วยระบบ Super Steady ที่ป้องกันการสั่น รวมถึงการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวด้วย AI จึงทำให้ภาพวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหวสูงดูนิ่งและนุ่มนวลเสมือนถ่ายโดยใช้อุปกรณ์กันสั่น Gimbal
  • หนึ่งการบันทึกภาพกับความเป็นไปได้ไม่รู้จบ: โหมดถ่ายภาพอัจฉริยะ Single Take ให้ผู้ใช้งานได้ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอในรูปแบบที่หลากหลายมากสูงสุด 14 แบบ ผ่านการกดบันทึกในช็อตเดียว ไม่ว่าจะเป็นแบบ Live Focus, Cropped, Ultra Wide กว้างถึง 120 องศา โดยผ่านเทคโนโลยีกล้อง AI เพื่อให้ไม่พลาดทุกโมเมนต์สำคัญที่เกิดขึ้น
  • ที่สุดของความคมชัดในทุกรายละเอียด: ด้วยเซนเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ของกาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ ทำให้ภาพมีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซลในกาแลคซี่ เอส 20 และ
    กาแลคซี่ เอส 20 พลัส และสูงถึง 108 ล้านพิกเซล ในกาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ซึ่งทำให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง คมชัดแม้ต้องซูม, ครอป และแก้ไขภาพ พร้อมกันนี้ จากการรับแสงที่มากขึ้นผ่านเซนเซอร์ขนาดใหญ่ และความก้าวล้ำไปอีกขั้นของกาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ที่มีความสามารถในการสลับสับเปลี่ยนระหว่างโหมดความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล กับโหมด 12 ล้านพิกเซล ผ่านเทคโนโลยี Nona-binning ที่สามารถรวมพิกเซลเก้าเม็ดเป็นหนึ่งเดียวที่ระดับเซ็นเซอร์ จึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อยก็ตาม
  • พลังซูมเหนือระดับ: ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ด้วยพลังของเทคโนโลยีสเปซ ซูม (Space Zoom) ที่เป็นการทำงานร่วมกันของ Hybrid Optic Zoom, Super Resolution Zoom และ AII-powered digital Zoom จึงทำให้กาแลคซี่ เอส 20 สามารถซูมภาพทุกสิ่งที่ต้องการให้เข้ามาใกล้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถในการซูมถึง 30 เท่าในกาแลคซี่ เอส 20 และกาแลคซี่ เอส 20 พลัส หรือก้าวล้ำไปอีกขั้นกับกาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ซึ่งใช้ AI อันทรงพลังและการประมวลผลภาพหลายภาพเข้าด้วยกันในขณะซูมไกล เพื่อให้ผู้ใช้ได้ซูมภาพขั้นสูงสุดถึง 100 เท่า พร้อมสัมผัสกับภาพอันคมชัดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทำสิ่งที่รักได้ดียิ่งขึ้นด้วย กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์

  • เพลิดเพลินกับเพลงโปรดเฉพาะตัว: ด้วยความร่วมมือระหว่าง Spotify และ Bixby Routines ผู้ใช้จะได้เพลิดเพลินกับซาวด์แทร็กส่วนตัว (personalized soundtrack) ที่ปรับเปลี่ยนตามกิจวัตรประจำวันของตนเอง นอกจากนี้ ด้วยฟีเจอร์ Music Share ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเพื่อนของคุณผ่านเทคโนโลยี Bluetooth และสามารถควบคุม เปิด เปลี่ยนเพลงไปยังเครื่องเสียงรถยนต์หรือลำโพง ทำให้ผู้ใช้และเพื่อนได้สนุกกับการผลัดเปลี่ยนกันเป็นดีเจได้อย่างสนุกสนานตลอดการเดินทาง
  • วิดีโอแชทผ่าน Google Duo: ผู้ใช้ กาแลคซี่ เอส 20 สามารถวิดีโอแชทได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น และด้วยเทคโนโลยี 5G[3] กาแลคซี่ เอส 20 จะช่วยยกระดับการสนทนาทางวิดีโอขึ้นไปอีกขั้น จากการทำงานร่วมกับ Google Duo ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสกับฟีเจอร์ Duo ใหม่ในกาแลคซี่ เอส 20 และสามารถเพลิดเพลินกับภาพที่คมชัดระดับ Full HD[4] ได้ตั้งแต่เริ่มต้นกดปุ่ม Duo เพื่อใช้งานวิดีโอแชท ซึ่ง Google Duo สามารถทำงานร่วมกันได้กับทุกระบบปฏิบัติการ ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถสนทนาผ่านวิดีโอได้กับทุกคนอย่างไม่มีข้อจำกัด และเมื่อใช้เลนส์ไวด์ (Wide lens) ผู้ใช้จะสามารถพูดคุยกับเพื่อนได้พร้อมกันสูงสุดถึง 8 คน

 

สัมผัสประสบการณ์แห่งความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด

กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมที่ทุกคนรอคอย ซึ่งสมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ คืออุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุด จากการปกป้องด้วย ซัมซุง น็อกซ์ (Knox) แพลตฟอร์มความปลอดภัยสมาร์ทโฟนชั้นนำของอุตสาหกรรม ที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ระดับชิปจนถึงซอฟต์แวร์

กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ มาพร้อมแบตเตอรี่อัจฉริยะความจุสูง และที่ชาร์จ 25W โดยรุ่น กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G ยังสามารถรองรับระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charge 45W ทุกรุ่นมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด (Storage) 128 GB สำหรับ กาแลคซี่ เอส 20 และ กาแลคซี่ เอส 20 พลัส มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) 8 GB  และในรุ่น กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) 12 GB

ทั้งนี้ กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ ยังมาพร้อมกับ One UI 2 ซึ่งนำเสนอการออกแบบที่กระชับเรียบง่าย โดยผู้ใช้สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เพื่อควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านผ่านแอปพลิเคชั่น SmartThings ติดตามกิจกรรมด้านสุขภาพผ่าน Samsung Health รวมถึงชำระค่าบริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ผ่าน Samsung Pay

กาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ มีวางจำหน่ายในประเทศไทย 3 รุ่น ได้แก่ กาแลคซี่ เอส 20 สี Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cloud Pink ราคา 28,900 บาท กาแลคซี่ เอส 20 พลัส สี Cosmic Grey, Cloud Blue และ Cosmic Black ราคา 31,900 บาท กาแลคซี่ เอส 20 อัลตร้า 5G สี Cosmic Grey และ Cosmic Black ราคา 39,900 บาท เริ่มเปิดจอง พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม นี้

สู่ทศวรรษใหม่ของสมาร์ทโฟนจอพับได้ กับ กาแลคซี่ ซี ฟลิป

หาก กาแลคซี่ โฟลด์ (Galaxy Fold) คือผู้ปฏิวัติวงการและบุกเบิกยุคของสมาร์ทโฟนพับได้ วันนี้ กาแลคซี่ ซี ฟลิป (Galaxy Z Flip) ได้กลายเป็นผู้กำหนดทิศทางของสมาร์ทโฟนพับได้ในทศวรรษใหม่นี้อีกครั้ง โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกใน ตระกูล Z พอร์ตโฟลิโอใหม่ล่าสุดจากซัมซุง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาด พร้อมเดินหน้าต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีจอพับได้ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจและเซอร์ไพรส์อีกมากมายนับจากนี้

เมื่อแฟชั่นมาบรรจบกับเทคโนโลยี

ดีไซน์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในแฟชั่น ขณะเดียวกันก็มีความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทุกองค์ประกอบของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

  • สไตล์ที่พกพาได้ในกระเป๋า – กาแลคซี่ ซี ฟลิป เมื่อพับแล้วจะมีขนาดเล็กเท่ากระเป๋าสตางค์ จึงสามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือได้อย่างสบาย แม้จะมีขนาดกะทัดรัดพอดีมือ แต่เมื่อกางออกจะพบกับหน้าจอสวยงามขนาดใหญ่ 7 นิ้ว[5] นอกจากนี้ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ยังโดดเด่นสะดุดตาด้วยเฉดสีที่ทันสมัย ดีไซน์โค้งมนสะท้อนความเรียบหรู เพิ่มเสน่ห์ด้วยรูปแบบการพับในแนวตั้งที่สามารถพับปิดได้อย่างนุ่มนวล
  • ครั้งแรกของโลกกับจอกระจกพับได้ – หน้าจอแบบ Infinity Flex Display ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป มาพร้อม Ultra Thin Glass (UTG) หรือนวัตกรรมแผ่นกระจกที่สามารถโค้งงอได้ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยทีมวิจัยและพัฒนาของซัมซุง ช่วยให้จอภาพมีความเพรียวบาง มอบสัมผัสที่หรูหราและทันสมัยแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนสมาร์ทโฟนพับได้ อีกทั้งกล้องหน้าของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ถูกออกแบบให้อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านบน จึงไม่มีรอยบากบนหน้าจอมากวนใจ ด้วยสัดส่วนของจอที่ 9 : 9 กาแลคซี่ ซี ฟลิป ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้เพลิดเพลินกับคอนเทนต์โปรดโดยเฉพาะคอนเทนต์ประเภทภาพยนตร์ในอัตราส่วนภาพที่ 21 : 9
  • กลไกบานพับแบบใหม่ – กาแลคซี่ ซี ฟลิป ใช้กลไกบานพับแบบใหม่ที่เรียกว่า Hideaway Hinge ซึ่งเป็นผลงานออกแบบทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงความสวยงาม ประกอบด้วยกลไก Dual CAM ขนาดเล็กที่ช่วยให้ทุกการพับเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมั่นคง โดยสามารถกางออกและหยุดได้ตามองศาที่ต้องการเหมือนกับบนหน้าจอแล็ปท็อป ระบบบานพับ Hideaway Hinge ยังผสานการทำงานเข้ากับเทคโนโลยีระดับสูงของซัมซุง ในการใช้เส้นใยไนลอนที่พัฒนาขึ้นพิเศษเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมและฝุ่นที่เข้ามาในบานพับ

 

ประสบการณ์ครั้งใหม่บนสมาร์ทโฟนจอพับได้

กาแลคซี่ ซี ฟลิป ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่สามารถพับได้หลายระดับ ไปจนถึงการใช้งานแบบแฮนด์ฟรี ทำให้ กาแลคซี่ ซี ฟลิป แตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

  • การใช้งานแบบแฮนด์ฟรี – ดีไซน์ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ช่วยทลายข้อจำกัดในการใช้งานสมาร์ทโฟน เพราะเมื่อตัวเครื่องสามารถกางออกได้ทุกองศาและตั้งวางได้ จึงสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้แบบโดยไม่ต้องใช้มือจับเครื่อง สามารถถ่ายเซลฟี่หรือวิดีโอแชทผ่านแอปพลิเคชัน Google Duo พร้อมเผยบรรยากาศรอบตัวและแสดงท่าทางได้มากกว่าที่เคย
  • โหมด Flex – ซัมซุงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Google ในออกแบบโหมด Flex ที่ออกแบบขึ้นพิเศษเพื่อรองรับคอนเทนต์บนดีไซน์จออันเป็นเอกลักษณ์ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป เมื่อกางหน้าจอออกและเครื่องอยู่ในแนวตั้ง (Free-standing) จอแสดงผลจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยอัตโนมัติ ให้ผู้ใช้สามารถดูภาพหรือวิดีโอที่จอด้านบน และสามารถควบคุมคอนเทนต์เหล่านั้นที่จอด้านล่าง หรือขณะที่สตรีมคอนเทนต์ YouTube[6] ในจอบน ก็สามารถค้นหาวิดีโออื่นๆ หรือเขียนคอมเมนต์ใต้วิดีโอได้พร้อมกันที่หน้าจอด้านล่าง
  • ปฏิวัติวงการกล้องสมาร์ทโฟน – กาแลคซี่ ซี ฟลิป สามารถตั้งวางเองได้ ผู้ใช้จึงสามารถบันทึกภาพได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม จะตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพกรุ๊ปช็อต หรือถ่ายภาพกลางคืนก็สามารถทำได้ เป็นตัวช่วยในการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียด้วยภาพถ่ายจากมุมที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้องหรือแม้กระทั่งใช้มือจับเครื่อง และเมื่อในขณะพับเครื่องพับก็สามารถถ่ายภาพเซลฟี่คุณภาพสูงได้อย่างง่ายดายด้วยกล้องหลัง นอกจากนี้ Night Mode ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป ยังสามารถถ่ายวิดีโอ Hyperlapse ในเวลากลางคืนหรือในที่มีแสงน้อยให้มีชีวิตชีวาได้โดยไม่ต้องพึ่งแฟลช อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการถ่ายวิดีโอในอัตราส่วน 16 : 9 ซึ่งเป็นขนาดที่ดีที่สุดสำหรับการอัพโหลดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย
  • ไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน – ถึงแม้จะอยู่ในโหมดพับก็ไม่พลาดที่จะรับข้อความ สายโทรศัพท์ หรือการแจ้งเตือนต่างๆ และยังสามารถเช็ควัน เวลา และสถานะของแบตเตอรี่ ได้อย่างรวดเร็วผ่าน Cover Display[7] ด้านหน้าที่แสดงผลแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ สามารถรับสายได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเปิดตัวเครื่อง หรือตอบข้อความได้อย่างรวดเร็วเพียงแตะที่แถบ Cover Display แล้วเปิดเครื่อง
  • Multi-Active Window – ใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันได้อย่างราบรื่นด้วยฟีเจอร์ Multi-Active Window เพียงลากและวางแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้งานใน Multi-Window Tray ก็สามารถเลื่อนดูบทความแฟชั่นล่าสุดที่หน้าต่างบน และเลือกซื้อไอเท็มโปรดไปพร้อมๆ กันในหน้าต่างด้านล่าง[8]

 

กาแลคซี่ ซี ฟลิป มาในสี Mirror Purple และ Mirror Black เตรียมวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย 200 เครื่องแรกในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มีนาคม 2563 ในราคา 44,900 บาท

 

[1] รองรับความถี่มาตรฐานสากล ขึ้นอยู่กับประกาศมาตรฐาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย

[2] รองรับความถี่มาตรฐานสากล ขึ้นอยู่กับประกาศมาตรฐาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย

[3] รองรับความถี่มาตรฐานสากล ขึ้นอยู่กับประกาศมาตรฐาน กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย

[4] ต้องมีความเร็ว 5G ที่เหมาะสมสำหรับทั้งสองอุปกรณ์

[5] ขนาดของหน้าจอวัดจากแนวเส้นทแยงมุม ซึ่งพื้นที่แสดงผลจริงอาจมีขนาดเล็กกว่าเนื่องด้วยมุมโค้งและรูกล้องบนจอ

[6] สามารถใช้งาน YouTube ในโหมด Flex ได้เร็วๆ นี้ผ่าน Android Support Library

[7] ความต่อเนื่องของโหมด App Continuity รองรับในบางแอปพลิเคชัน โดยจะสามารถรองรับแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้เร็วๆ นี้

[8] สามารถใช้งานได้ในบางแอปพลิเคชัน



ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น