ทักทาย วันจันทร์ มันส์เดย์- หม้อทอดไร้น้ำมัน อัจฉริยะ อยู่หนใด?

เอาจริงๆ ผมว่าทุกวันนี้ใครไม่รู้จักเทรนด์ของ หม้อทอดไร้น้ำมัน ถือว่าเอาท์มากเลยนะครับ ด้วยเทรนด์ของ Covid-19 ทำให้เราต้องอยู่กับบ้าน และเรื่องกินก็เป็นเรื่องใหญ่ หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า เที่ยงนี้กินไรดี? แล้วก็พยายามหาเมนูกิน หรือกินเมนูเดิมกันไป และหากเป็นเทรนด์ของอาหาร ก็คงพอจะรู้กันว่า น้ำมันพืชที่ใช้ทำอาหารอยู่ทุกวันนี้คือมันก่อให้เกิดโทษกับร่างกายมากกว่าประโยชน์ เรื่องนี้ยาวๆ แต่สรุปสั้นๆ คือมันคือห่วงโซ่ธุรกิจ และโฆษณา ทำให้มนุษย์เรากินผิดๆ มาหลายทศวรรษ และเมื่อประมาณเกือบ 10 ปีก่อน Philips ก็ปฎิวัติการทอดแบบไม่ใช้น้ำมัน ผมจำได้เลยว่าไปงานเปิดตัว และก็อะเมซซิ่งมากในตอนนั้น ว่าทำอาหารไม่ใช้น้ำมันได้ด้วย และกินได้ กรอบอร่อยไม่แพ้อาหารที่ทำจากน้ำมัน แต่ก่อนหน้านี้คือราคาค่าตัวแพงใช้ได้เลยทีเดียวหลักหมื่นนั่นล่ะครับ แต่ปัจจุบันไม่ใช่เช่นนั้น อุปกรณ์ทำอาหารที่เรียกว่า Air Fryer ไม่ใช่ราคาหลักหมื่นอีกต่อไป ปัจจุบันบ้านเรามีหลายยี่ห้อมาทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์หม้อทอดเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ขายดิบขายดี ขาดตลาดในช่วงนี้ ราคามีตั้งแต่ไม่ถึงพันบาทไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งก็แล้วแต่กำลังไฟ วัสุดที่ใช้ และยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ ผมไปหาดูเจออันนึงราคาพันต้น แต่ขนาดความจุเท่ากับราคาสี่ห้าพันบาท แต่แค่ไม่มีแบรนด์ไทย คือง่ายๆ จากจีนนั่นล่ะ เหมือนที่เราซื้อกันอยู่มีประกัน ก็เอามาจากจีนนี่ล่ะครับ แต่คงสั่งทำและตรีตราพร้อมมีการ QC มาในระดับนึง แต่บนออนไลน์สโตร์ปัจจุบัน พี่จีนเข้ามาฮุปตลาดนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ของจีนเพียบ คอนเซ็ปท์เดิมๆ ราคาถูก ของเหมือนกัน ไม่มีประกัน รับความเสี่ยงเอง แต่หลังๆ ต้องยอมรับว่าคุณภาพจีนก็ดีในระดับนึงเลยทีเดียว ไม่เหมือนสมัยก่อนคือ 80% มีแต่ของย้อม คุณภาพห่วยราคาถูก ปัจจุบัน คุณภาพถูกพัฒนาขึ้นมามากเลยทีเดียว ต้องบอกว่าคุณภาพกลางๆ พอกับราคา ราคาแพงคุณภาพก็ดีตาม ย้อมแมว ก็ยังมีอยู่แต่น้อยลง เพราะเดี๋ยวนี้เราเลือกคุณภาพกันมากขึ้น และพี่จีนเองก็แข่งกันผลิตแข่งกันขายไม่แพ้กับพี่ไทยเหมือนกัน

กลับมาเรื่องหม้อทอดไร้น้ำมันอัจฉะริยะ ตอนนี้ล่าสุด Philips ก็ออกรุ่น AI มาสอยเงินเราอีกรอบ แต่ผมจะบอกว่า คำว่า Smart เอาจริงๆ ถ้าหากส่วนตัวแล้ว มันต้องมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมส่งข้อมูลทีเ่ป็นประโยชน์หรือพูดคุยระหว่างอุปกรณ์ได้ อารมณ์ IoT นั่นล่ะ แต่ทว่า Philips ใส่ AI มาให้ จะเรียกว่า AI ก็ได้ แต่จะเรียกว่า Automatic ก็ถูก เพราะมันมีโปรแกรมต่างๆ ให้เลือก อย่าง Philips Smart Airfryer ที่ราคาประมาณหมื่นหน้าพันบาทที่เพิ่งเปิดตัวมา ฉลาดกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะ AI จะเอาค่าที่ได้จากเซ็นเซอร์ในหม้อ และพยายามจัดว่าอาหารที่เราใส่ไปนั้นเป็นอาหารประเภทไหนยังไง ควรใช้ไฟเท่าไหร่ งานนี้อาหารออกมาอร่อยและไม่ไหม้เกรียมแน่นอน  เอาเป็นว่าสำหรับผม ก็ Smart ระดับนึง แต่ยังไม่ใช่ Smart ตามที่ควรจะเป็น



ถูกใจบทความนี้  13

ใส่ความเห็น