รีวิว UGREEN HiTune TWS หูฟังไร้สาย สุดชิค

ในยุคนี้หูฟัง TWS ที่ย่อมาจาก True Wireless Stereo เป็นที่นิยมมาก เพราะราคาเบาสุดๆ งานนี้มาเจอกับค่าย UGREEN ที่เพิ่งออก TWS มาล่าสุดล่ะครับ  HiTune รุ่นนี้ที่เป็นหูฟังไร้สาย แบบแยกหูฟังทั้งสองข้างอย่างแท้จริง ในรูปร่างหน้าตา และราคาที่เป็นมิตร แถมมาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm ที่รองรับ Apt-X และแน่นอนว่าเสียงตามชื่อรุ่น รองรับ HiFi Stereo มาดูกันครับว่า TWS จากค่ายนี้เป็นไงกันบ้าง

สำหรับ UGREEN เรามักจะเห็นกันในเรื่องของอุปกรณ์เสริมต่างๆ แต่วันนี้ UGREEN มีทำทางด้านหูฟังไร้สายแบบ TWS ด้วยนะครับ จริงๆ ออกมาหลายรุ่นแล้วล่ะ รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ได้ทดลองใช้งานจากค่ายนี้ HiTune นับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่จากค่ายนี้ล่ะนะ มาตามกันกันว่าเป็นไงมั่ง

 

Spec ตามนี้เลยครับ
หมายเลขรุ่น: WS100 (80606)
หลักการส่งสัญญาณ: แบบไดนามิก
ปุ่มควบคุม: เป็นแบบสัมผัส
ความไวเสียง: 105 เดซิเบล
เอาท์พุตสูงสุด: 0.1 มิลลิโวลต์
ช่วงความต้านทาน: สูงถึง 32 โอห์ม
เวอร์ชั่นบลูทูธ : 5.0
ตัวแปลงสัญญาณ: Apt-X
เส้นผ่านศูนย์กลางหูฟัง: 5.8 มม.
ช่วงตอบสนองความถี่: 20 – 20000 เฮิรตซ์
ความคลาดเคลื่อน: 0.02%
คุณสมบัติ: รองรับ Apple Siri, กันน้ำ
วิธีการชาร์จ: ชาร์จผ่านกล่องใส่หูฟัง
ประเภทแม่เหล็ก: นีโอดิเมียม

ข้างกล่องมีบอกฟีเจอร์แจ่มๆ เอาไว้ครบ การเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 คอนโทรลเพลงได้ ฟังเพลงได้ 9 ชั่วโมงติดต่อกัน อันนี้ใส่ทั้งวันไม่หมดจริงๆ เป็นปุ่มการควบคุมแบบสัมผัสที่ชาญฉลาด ระบบเสียงใช้งานได้ทั้งโมโน และสเตอริโอ และที่สำคัญทีเด็ดเค้าเลยตัวนี้ใช้ Qualcomm chipset ที่รองรับ Apt-X

ด้านในกล่อง มีอุปกรณ์และคู่มือเท่าที่เห็นนี่ล่ะครับ ขาดสายชาร์จไปนะ แต่ตัว HiTune เองก็ชาร์จผ่านกล่องเก็บหูฟังนี่ล่ะ

UGREEN อาจจะไม่ใช่ค่ายแรกที่ทำ แต่ก็ดีไซน์ออกมาได้ดีนะ แต่เอาจริงๆ ก็คล้ายๆ กัน เพราะกล่องเก็บหรือเคสสำหรับชาร์จ มันออกแบบได้แตกต่างกันไม่มากอยู่แล้ว

อันนี้ถือว่าสะดวกและอินเทรนด์ ในปัจจุบัน USB-C กลายเป็นมาตรฐานแล้วนะ สำหรับ Smartphone รุ่นใหม่ๆ ก็เป็น USB-C เกือบหมดแล้ว ข้อดีก็คือหาสายง่าย ชาร์จง่าย สลับข้างไปมาก็ชาร์จได้ หาไม่ยากแล้วด้วย

ด้านหน้าของเคสคือ มี LED แสดงการชาร์จสามระดับ และมีช่องสำหรับเปิดฝา

เปิดดูด้านในกันหน่อย เจ้าหูฟัง TWS ของค่ายนี้ มีโลโก้ติดอยู่ตรงด้านข้างของทั้งสอง

สำหรับการเก็บหูฟัง คือต้องบอกว่าตัวเคสตรงช่องเก็บเป็นลักษณะคอนแทคโลหะ สำหรับชาร์จ ออกแบบบล็อคมาพอดีกับตัวหูฟัง และที่สำคัญคือ เป็นแม่เหล็กดูด ดังนั้นจะสนิทแนบแน่นอย่างแน่นอน

การแพร์ ก็ไม่ยากนะ คือกดค้างเอาไว้ตามปกติ ก็ขึ้นมาให้เลือกว่าเป็น HiTune  แต่จะมีข้างซ้ายและข้างขวา ให้กดด้านขวา จะซิงค์อัตโนมัติ

สังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีช่องไมค์อยู่ด้วย ความคมชัดก็ระดับนึงครับ ไม่ได้มีตัดเสียงรบกวนดังนั้นเวลาคุยโทรศัพท์ก็อาจจะต้องหาที่เงียบๆ ถ้าเสียงลมดังๆ ก็มีเข้าตามปกตินะ

ซึ่งปุ่มควบคุมเป็นแบบสัมผัส ในคู่มือมีวิธีใช้งานครับ โดยการแตะครั้งนึงเป็นการหยุดเพลง อีกครั้งนึงเป็นการเล่นเพลง ตามปกติ ถ้ากดสองครั้งรัวๆ หรือที่เรียกว่า double tap จะเป็นการเล่นเพลงถัดไป แต่ถ้ากดสามครั้งติดกันหรือ triple tap จะเล่นเพลงก่อนหน้า  ถ้าใช้ในการคุยโทรศัพท์ ก็กดครั้งนึงเพื่อที่จะรับสาย หรือกดค้างไว้เพื่อที่จะตัดสาย หรือถ้ากดค้างไว้สำหรับเรียกศิริ หรือ google assistance ได้นะ ค้างไว้ประมาณ 2 วินาที ค้างนานกว่านั้นจะปิดการทำงาน

การจับคู่ ให้เอาออกมาจากเคส จากนั้นหูฟังจะจับคู่ระหว่างหูซ้ายและขวาอัตโนมัติ และให้เราไปกดจับคู่กับโทรศัพท์ได้เลย โดยจะขึ้นว่า UGREEN HiTune ซึ่งจะเป็นโหมด TWS โดยทันทีครับ ง่ายๆ อันนี้เค้าออกแบบมาให้จับคู่ได้ง่ายนะ

ลองใส่ดูก็กระชับแน่นดี ใส่วิ่งแล้วไม่หลุดจ้า สบายๆ เลย

อีกจุดนึงควรรู้ไว้ ก็คือการรีเซ็ต ให้วาง HiTune ลงในเคสทั้งสองข้าง แล้วกดไปที่หูฟังทั้งสองพร้อมกันค้างไว้ 8 วินาที ก็จะเป็นการรีเซ็ต กรณีที่ต้องการเปลี่ยนการจับคู่ หรือล้างค่ากลับสู่ค่าโรงงานนั่นเอง

 

ลองใช้งาน UGREEN HiTune WS-100

จากการลองใช้งานมาสักระยะ คือเรื่องแบตนี่อึดจริงๆ เพราะปกติใช้เสร็จก็ถอดใส่เคสเลย ก็จะเข้าสู่ระบบชาร์จไปในตัว ลืมเรื่องแบตไปเลยก็ว่าได้ ไร้กังวล อันนี้ UGREEN ทำได้ดี การชาร์จก็ผ่าน USB-C ส่วนตัวมีสายและใช้งาน Smartphone ที่เป็นพอร์ทนี้อยู่แล้ว เลยไม่ต้องห่วงอีกเช่นกัน แต่ทว่าไม่มีแบตเตอรี่แสดงบน Smartphone นะ อาจจะมีเฉพาะบางรุ่น แต่บน iPhone ที่ปกติน่าจะรองรับ กลับไม่เห็นแฮะ ที่อยากรู้ก็คงเป็นเรื่องเสียงใช่ไหมครับ ซึ่งเสียงผมว่าอยู่กลางๆ นะ เน้นฟังแบบภาพรวมๆ คือถ้าส่วนตัวจะชอบเบสแน่นๆ แต่อันนี้ก็คือมีเบส แต่ไม่ได้เน้นเสียงช่วงนี้มากนัก เสียงจะเป็นเสียงกลางซะมากกว่า ถ้าฟังแบบดนตรีบรรเลงก็เพราะดีนะ พวก mozart เสียงเปียโนอะไรแบบนี้ชัดเจน แน่นอนว่ารองรับระบบ HiFi ดังนั้นเพลงที่คุณภาพสูงก็มีผลเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ผมฟังบน Spotify ซึ่งก็ตั้งค่าเอาไว้ที่คุณภาพสูงสุด และลอง Joox ที่เป็นเพลง Hi-Fi ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ โดยภาพรวมแล้ว ก็ไม่ได้เน้นเบสหนักๆ แต่ฟังเพลงสบายๆ เพราะๆ ซะมากกว่า การใส่ออกกำลังกายถือว่าดีแน่นดี แต่ก็ไม่ควรเปิดดังมากหากไม่ใช่ในที่ออกกำลังกายในร่ม เพราะค่อนข้างแน่น เสียงด้านนอกเข้ามาได้น้อยนะ ออกกำลังกายกลางแจ้งนี่ลองใส่วิ่งแล้ว สบายๆ ไม่หลุดแน่นอน ด้านการพกพาก็สะดวกดี จะขาดก็แต่ ซองสำหรับใส่พกพาแค่นั้นล่ะครับ ที่เหลือดีล่ะ ราคา 1199 บาท ลองดูที่ลิงค์นี้ได้นะ    https://bit.ly/2YPzajP

ขอบคุณ UGREEN จ้าสำหรับอุปกรณ์รีวิว



ถูกใจบทความนี้  2

ใส่ความเห็น