รีวิว Redmi 9C รุ่นเล็ก กล้องสามตัว AI Camera ราคาน่าคบ

มาแล้วครับ ได้รุ่นเล็กมาจับกันหน่อย สำหรับราคาช่วงต่ำกว่า 5,000 บาท ก็ถือว่าเป็นรุ่นเล็กสุดคุ้มแล้วล่ะครับ แต่ยิ่งซอยย่อยลงไป ก็ระดับต่ำกว่าสามพันนี่ก็แจ่มเลย สำหรับ Redmi 9C ซึ่งมีราคาค่าตัวอยู่ในระดับสามพัน เท่านั้นเอง ก็ถือว่าราคาน่าสนใจ แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น ต้องมาดูกันครับ กับ Redmi 9C สุดคุ้มจริงหรือเปล่า?

อย่างที่ทราบกันล่ะครับว่า Xiaomi แยก Redmi ออกมาเป็นแบรนด์ แต่ในไทยเองก็ยังอยู่ภายใต้ Xiaomi นั่นล่ะ ก็แค่เรื่องการทำตลาด แต่สำหรับตัวกล่องหรือแพ็กเกจสินค้า รุ่นก็ชัดเจนว่า เป็น Redmi เต็มตัวแล้ว รุ่นนี้ที่อยู่ในมือคือ Redmi 9C ที่ผมคิดว่าน่าจะตอบโจทย์คนใช้งานรุ่นราคาระดับไม่กี่พัน แต่ว่าได้หน้าจอใหญ่ แบตอึด ตอบโจทย์การใช้งานโดยภาพรวม และยังได้กล้องมาถึง 3 ตัวอีกด้วย ซึ่งก็เป็นเทรนด์กล้องในปัจจุบันล่ะครับ ได้ทั้งระยะใกล้ไกล ครบถ้วน สำหรับการเก็บภาพแบบเบสิค เอาล่ะ เรามาดูสเปคกันก่อนก็แล้วกันนะครับ

สเปคและรายละเอียด Redmi 9C

CPU : MediaTek Helio G25
GPU: PowerVR8320
Display : 6.53 นิ้ว ความละเอียด 20×1600  พิกเซล (HD+) ความสว่าง 400 nit
Memory: RAM 2GB ROM 32GB
Size: 164.9×77.07×9.0 มม. น้ำหนัก 196 กรัม
OS: MIUI12 (Android10)
Connection : WiFi 802.11 a/b/g , Bluetooth 5.0 | port mivro USB
Mobile :  รองรับซิมคู่ 4G+4G/3G/2G และสามารถใส่เมมโมรี่เพิ่มพร้อมกันได้เลย
GPS: GPS, AGPS, GLONASS, BEIDOU
Sound: Speaker with BigBox
Camera: กล้องหลัง 13MP f/2.2 + Macro 2MP f/2.4 + Depth 2MP f/2.4 | กล้องหน้า 5MP 1.2Um ขยายพิกเซล f/2.2
Battery : 5,000 mAh รองรับ Charge 10W
Other: fingerprint , สแกนใบหน้า

Color: Midnight Gray, Sunrise Orange, Twilight Blue
Price:  3,099 บาท รุ่น 2GB+32GB 3,399 บาท รุ่น 3GB+64GB (RAM/ROM)

 

 

มาดูรอบๆ ตัวเครื่อง พร้อมแกะกล่อง Redmi 9C กันครับ

แกะกล่องกันก่อนเลย สำหรับรุ่นนี้ ไม่มีแถมฟิล์มกันรอยหน้าจอ และตัวเคสใสมานะ ก็ต้องหาซื้อเพิ่มเติม เนื่องจากราคาเบามากแล้ว ประมาณนึง จริงๆ น่าจะใส่มาให้ เพราะยังไงซะเราก็ต้องใช้ แต่ยังไงก็แล้วแต่ผู้ผลิตนั่นล่ะ เพราะรุ่นล่างแบบนี้มีเคสและฟิล์มกันรอยให้เลือกเพียบแน่นอน ตัวอุปกรณ์ก็จะมี ตัวเครื่อง เข็มจิ้มถาดซิม อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จ และสาย USB ตามปกติ

หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว คือใช้งานได้ดีเลย แม้ว่าความละเอียดจะแค่ HD+ แต่ก็เพียงพอแล้วกับหน้าจอแบบนี้ คนแก่ใช้ได้ เด้กใช้ดี อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ใช้งานสบายนะ

ตัวกล้องด้านหน้ายังคงเป็นติ่งหยดน้ำตามปกติ แต่ก็ดีไซน์มาได้แบบเหมือนเป็นกล้องตามปกติ ซึ่งเราอาจจะชินละกับตำแหน่งกล้องลักษณะนี้ แต่ถือว่าซ่อนร่องรอยติ่งหยดน้ำไว้ได้อย่างดี ถ้าไม่ส่องกับแสงสะท้อนก็จะไม่เห็น ดันนั้นความรู้สึกว่ามีติ่งอะไรแบบนี้ก็จะเลือนๆ ไปนิดนึงนะ

ส่วนการแสดงผลด้าล่างก็จะเหลืออยู่ประมาณนึง


ด้านบน มีแค่ช่องเสียบหูฟัง ที่ขาดมไม่ได้เลยทีเดียว และใช้หูฟังเป็นเสาสัญญาณในตัวเพื่อรับฟัง FM ได้ด้วยนะ แต่งานนี้ซื้อเพิ่มจ้า

งานนี้ Redmi 9C มาพร้อมกับพอร์ท micro USB ซึ่งต้องบอกว่า ณ ปัจจุบัน รุ่นที่ใช้พอร์ทนี้คือรุ่นระดับราคาเบา ส่วนใหญ่ตอนนี้ไป USB-C หมดแล้ว ด้านล่างจะมีลำโพงและไมค์อีกด้วย

ด้านซ้ายมี แค่ปุ่มปิดเปิดเครื่อง และเร่งลดเสียงตามปกติ

ส่วนอีกด้านก็มีแค่ถาดใส่ซิม  

งานนี้สามารถใส่ซิมได้ 2 ซิมพร้อมกับใส่เมมโมรี่การ์ดได้ด้วย สบายเลย ความจุตัวเครื่องที่ให้มาก็ 32GB ก็ถือว่าไม่มากไม่น้อยนะ RAM 2GB อาจจะอึดอัดไปหน่อยถ้าเอาไปเล่นเกม ถ้าใช้งานทั่วไปก็พอเพียงแหล่ะครับอันนี้

ส่วนด้านหลังก็ออกแบบลวดลายมาได้สวยงามดี

กล้องด้านหลังที่ออกแบบมาเรียงตัวกันเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส รวมแฟลชด้วย ซึ่งกล้องมี 3 ตัว และรองรับ AI Camera ที่ช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นอีกด้วย และยังมีสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งาน อันนนี้คือสะดวกดีนะ เทคโนโลยีเก่าแต่มีประโยชน์ ใส่มาในรุ่นเล็กแบบนี้แจ่มอยู่แล้ว

งานนี้ Redmi มาพร้อมกับ MediaTek Helio G25 ซึ่งซีรีส์ Redmi 9 นั้นมาพร้อมกับชิป MediaTek ทุกรุ่นเลยครับ จะว่าไป Snap ดีกว่าก็จริง แต่ MediaTek ก็ถือว่าตอบโจทย์ล่ะ ถึงทำราคาออกมาได้น่าสนใจ อ้อ ยังมีแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000 mAh อีกด้วย งานนี้คือแบบว่าอึดใช้งานเป็นวันๆ ได้สบายเลย ด้านดีไซน์ การจับถือ หรือพกพาใช้งาน ก็ถือว่าผ่านนะ มีลวดลายสวยงามไปอีกแบบไม่เหมือนใครดี

ลองทดสอบความแรง ก็อยู่ในระดับต่ำล่ะครับ ตามราคา ก็เอาไว้เปรียบเทียบกับรุ่นอื่นได้ แต่ที่สำคัญก็วัดกันที่การใช้งานของเรานั่นล่ะ ว่าตอบโจทย์หรือไม่แค่ไหน

ด้าน software ที่มาพร้อมกับ MIUI12

งานนี้ Redmi 9C มาพร้อมกับ MIUI 12 ก็เรียกว่าใช้งานกันมายาวนาน อัพเดทกันได้เรื่อยๆ อย่างน้อยก็ 2 gen ล่ะมั้ง ปกติ Xiaomi หรือ Redmi ก็จะได้อัพเดทกันอยู๋แล้ว แม้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ base OS อาจจะไม่ได้ปรับ แต่ก็ยังมีการปรับปรุงเรื่อยต่างๆ อยู่สม่ำเสมอนะ เท่าที่เคยใช้รุ่นเดิมมา ดังนั้น Redmi 9C ที่มาพร้อมกับ MIUI 12 ก็ถือว่าไว้ใจได้ล่ะ ฟีเจอร์ต่างๆ ก็จัดเต็มให้ด้วยนะ

 

เรื่องความปลอดภัย ก็มีสแกนลายนิ้วมือ และใบหน้าในการเข้าใช้งาน

เมนูกล้อง ก็ตามสไตล์ Xiaomi ล่ะครับ Redmi 9C ก็อ้างอิงจาก MIUI ดังนั้นก็ไม่ต่างกัน ส่วนฟีเจอร์หรือโหมดในการใช้งานนั้น กล้อง 3 ตัวมี AI ติดตัวมาด้วย ก็ถือว่าเป็น Smartphone ที่มีราคาค่าตัวคุ้มล่ะนะ แถมยังมีกล้อง 3 ตัวอีกต่างหาก เก็บระยะได้ดีในระดับนึง รวมถึงถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ในโหมดถ่ายภาพบุคคลนั่นล่ะครับ ยังมีการถ่ายาภาพในที่แสงสว่างน้อย หรือโหมดถ่ายภาพกลางคืนก็มีด้วย  โดยรวมก็พื้นฐานครบถ้วนนะ

ภาพถ่ายตัวอย่าง

 

 

สรุปการใช้งาน Redmi 9C

การใช้งานภาพรวมก็ถือว่าดี ถามว่าลื่นไหม ก็ระดับนึง ไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเครื่องสเปคแรงๆ แต่ถ้าเทียบในระดับเดียวกันก็โอเคล่ะ จุดเด่นรุ่นนี้ก็คงเป็นกล้อง 3 ตัวในราคาเบาๆ สามพันต้นๆ เท่านั้น คุณภาพก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ล่ะ ผมว่าก็ถือว่าตอบโจทย์นะ เรื่องกล้อง ในขณะที่ซีรีส์นี้ยังมี 9A และ 9 อยู่ด้วย Redmi 9C ถือว่าอยู่ตรงกลางของซีรีส์รุ่นราคาเบาสุดที่คุ้มที่สุดก็ว่าได้ กล้องชัดเตอร์ก็อาจจะไม่ได้เร็วทันใจในบางจังหวะ ในที่มืด ก็พอไหวอยู่ มืออาจจะต้องนิ่งกันนิดนึง ผมว่า Redmi 9C เหมาะกับการใช้งานทั่วไป เกมนี่ไม่ต้องเน้นมาก คือเล่นได้ แต่ก็ต้องปรับให้เหมาะสมก็แล้วกัน แบตอึดจริงจัง อันนี้ไว้ใจได้เลย โดยภาพรวมก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยราคาและสเปคที่สมเหตุสมผลล่ะนะ

ราคาและการวางจำหน่าย Redmi 9C 

Redmi 9C มีด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ Redmi 9C ความจุ 2GB+32GB ในราคา 3,099 บาท และรุ่น Redmi 9C ความจุ 3GB+64GB ในราคา 3,399 บาท จะเริ่มจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม Shopee ในวันที่ 8-20 กันยายนนี้ โดยเสียวหมี่ จับมือกับ Shopee จัดแคมเปญพิเศษ Super Shopping Day 9.9 เมื่อช้อปปิ้งบน Shopee ในวันที่ 9 กันยายนนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น https://bit.ly/2GimPOj หลังจากนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายในราคาปกติพร้อมก้นทั้งสามแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee, Lazada และ JD Central เริ่มในวันที่ 21 กันยายน 2563

สำหรับ Redmi 9C ความจุ 3GB+64GB ราคา 3,399 บาท จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 21 กันยายน ในทุกช่องทางการขาย ณ ร้าน TG FONE, JAYMART, COM7, AIS และ Mi Stores ร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากทางเสียวหมี่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชทั้ง Shopee, Lazada และ JD Central



ถูกใจบทความนี้  1

ใส่ความเห็น