บอกเล่า เก้าสิบ – หูฟังไร้สาย JBL WAVE 200 TWS

มาบอกเล่ากับ หูฟัง TWS ค่าย JBL กันบ้าง วันนี้มี JBL WAVE 200 TWS มาเล่าสู่กันฟัง กับการใช้งานโดยทั่วไป แต่ทว่าเจ้าตัวจิ๋วแต่แจ๋วของ JBL คือพลังเสียงสำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมกับ Deep Bass ซึ่งแปลว่าสุขุมนุ่มลึกนั่นเอง แหม่ ก็เบสจัดเต็มตามสไตล์ JBL ที่เชื่อถือได้เรื่องคุณภาพ แน่นๆ เน้นๆ พร้อมดีไซน์ที่จับกระชับ ใส่สบาย น้ำหนักกำลังดี พกพาสะดวก ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 20 ชั่วโมง (แต่ใช้งานต่อเนื่องโดยไม่มีเคสได้ประมาณ 5 ชั่วโมง) และกันเปียกได้มาตรฐาน IPX2 สุดท้ายก็คง mono mode ที่เหมาะกับการใช้งานพูดคุยและประชุม ในลักษณะ work@home ณ ปัจจุบัน

 

JBL ยังคงลงตลาดอย่างต่อเนื่องทุกปี ซีรีส์ของหูฟังไร้สายที่แท้ทรู(จริง) กับ JBL WAVE 200 TWS ที่ต่อมาจากรุ่น 100 ซึ่งงานนี้มาด้วยราคาจัดเต็มที่ 4390 บาท แต่ทว่าในช่วงโปรโมชั่นรีบด่วนก็อยู่ที่ 2,990 บาท เท่านั้น อย่าลืมเรื่องการรับประกันเพิ่มอีก 3 เดือนฟรี แค่สแกนหน้ากล่องแล้วลงทะเบียนนะ

     สำหรับสเปคของ JBL ลองดูได้ที่ สเปคของ JBL WAVE 200 TWS

มาดูด้านดีไซน์ของ JBL WAVE 200 TWS

 

โดยดีไซน์หลัก ด้านหูฟังจะเรียบเนียนๆ เป็นขอบตัดเรียบขนานไปกับตัวหูฟัง และโค้งรับกับสรีระของรูหู โดยหลักแล้วด้านดีไซน์ในแต่ละรุ่นก็อาจจะแตกต่างไม่มากนักนะ สำหรับผม มันจะเป็นรายละเอียดในแต่ละรุ่นและขนาด น้ำหนักต่างๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างลงตัวอยู่แล้ว สำหรับ JBL WAVE 200 TWS ตัวนี้ใส่สบายจริง คือไม่เจ็บหูเมื่อใส่นาน

ส่วนเคสก็ออกแบบมาในลักษณะคล้ายกันหลายรุ่น ใช้สำหรับชาร์จเพิ่มชั่วโมงการใช้งาน และพกกาได้สะดวก แน่นอนว่าการชาร์จเป็นแบบ USB-C

ด้านพลังเสียง ผมว่าก็ตอบสนองได้ดีครับ ฟังเพลงทุกแนวก็จัดเต็ม ที่บอกว่า Deep Base ด้วยไดร์เวอร์ 8 มม. ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีนะครับ แต่ส่วนตัวแล้วเบสอาจจะไม่ได้ตึ้บแบบได้ใจ แต่จะออกไปทางนุ่มลึกตามที่เค้าโปรโมตไว้นั่นล่ะครับ ด้านโทนแหลมหรือเสียงใส เสียงกลางก็ชัด ฟังเพลงเพราะ สบายๆ ในวันทำงาน แน่นอนว่าใช้รับโทรศัพท์พูกคุยได้ชัดเจน อาจจะไม่ได้เน้นตัดเสียงรอบข้าง แต่ก็ชัดเจนดี ใส่ประชุมก็ไม่ได้มีคอมเม้นต์จากเพื่อนๆ นะครับ เสียงชัดเจน

 

การใช้งานปุ่มที่ดีไซน์ในรูปแบบสัมผัส บน JBL WAVE 200 TWS

สำหรับการใช้งานปุ่มที่ดีไซน์ไว้ มีการออกแบบการสัมผัสเอาไว้ 4 ระดับ เพื่อใส่คำสั่ง โดยแตะ 1-3 ครั้งและแตะค้างเอาไว้ ซึ่งการแตะค้างเอาไว้ถูกเซ็ตเอาไว้เป็นการเรียก Google Assistant หรือ Siri ส่วนการฟังเพลง ก็ใช้การแตะ 1 ครั้ง เป็นการเล่นหรือหยุดเล่น  การแตะ 2 ครั้งเป็นการเลื่อนเพลงถัดไป และแตะ 3 ครั้งเป็นย้อนกลับเป็นเพลงก่อนหน้า แต่ถ้าใช้รับสาย ก็แตะสองครั้งใช้รับสายหรือวางสาย ส่วนการแตะค้างจะใช้สำหรับเปิดหรือปิดไมค์  ตรงนี้เราอาจจะยังไม่รู้ ก็ให้เปิดคู่มือที่ติดมาในกล่องดูกันนะครับ ซึ่งเราสามารถใส่คำสั่งในหูฟังข้างใดก็ได้

 

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นอื่นของ JBL WAVE 200 TWS

โดยหลักใหญ่ใจความคือ สามารถใช้งานเป็น mono mode ได้นั่นหมายถึง การใช้งานลักษณะนี้เหมาะกับการประชุม หรือใช้งานโทรศัพท์ กรณีที่เราทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ก็สามารถใช้งานแบบ mono mode จะเหมาะสมมากกว่า เพราะหูฟังข้างนึงจะใช้งานได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง หากใช้งานติดต่อกันทั้งสองข้าง ก็จะทำให้ต้องเข้ากล่องและชาร์จ ไม่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดวัน ซึ่ง JBL WAVE 200 TWS ได้ดีไซน์ mono mode ให้แยกจากกันอิสระ คือใช้งานได้ทีละหนึ่งข้าง เมื่ออีกข้างจะหมดก็สับเปลี่ยนอีกข้างนึงมาใส่แทน แต่แนะนำว่าการสลับคือให้ใส่ให้ครบสองข้างก่อน แล้วค่อยถอดอีกข้างนึงเก็บเข้าเคสชาร์จนะครับ เพื่อใช้งานที่ต่อเนื่อง ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่า การควบคุมการสัมผัสใส่คำสั่งได้ทั้งสองด้านเหมือนๆ กัน ซึ่งรุ่นอื่นๆ อาจจะมีฟีเจอร์มากกว่านี้ เรื่องของการใส่คำสั่ง ซึ่งที่ขาดไปก็คือการควบคุมเร่งลดเสียง ซึ่งผมดูจากคู่มือแล้วก็ไม่เจอ น่าเสียดายตรงนี้นิดนึง

การใช้งานโดยภาพรวมของเจ้า JBL WAVE 200 TWS

เท่าที่ผมได้ใช้งานแล้วเอามาบอกเล่า ก็ไม่ได้ต่างจาก TWS หรือหูฟังทั่วไปหรอกครับ ก็ใช้สื่อสาร ฟังเพลง ประมาณนี้ และมีเคสช่วยให้การใช้งานยาวนานขึ้นตามคอนเซ็ปท์ของพื้นฐาน TWS แต่สิ่งที่แตกต่าง ก็คือดีไซน์ ซึ่งจากการพกพา หรือจับถือเขาพยายามออกแบบมาให้คนใช้งานอย่าเราจับได้ถนัดขึ้น โดยที่เป็นขอบตัดนั่นล่ะครับ ส่วนอื่นเช่นพลังเสียง โดยส่วนตัวผมว่า JBL น่าจะมีเบสตึ้บกว่านี้ แต่เสียงอื่นๆ ก็ครบนะฟังเพลงใสๆ ทั่วไปก็เพราะดี แต่ส่วนตัวผมเอามาฟังเพลงพวกออกเมทัลหน่อยๆ โดยเบสจะเป็นลักษณะนุ่มลึกซะมากกว่าเบสหนัก

อีกส่วนนึงที่น่าเสียดายคือไม่สามารถควบคุมการเร่งลดเสียงได้ผ่านปุ่มสัมผัส ก็อย่างที่บอกไปด้านบนล่ะครับว่า มีฟีเจอร์ mono mode มาให้อาจจะทำให้ไม่สามารถดีไซน์ปุ่มสัมผัสให้แยกการทำงานกันได้ ไม่อย่างนั้น mono mode ก็จะไม่มีประโยชน์ แต่ทว่าก็ยังมีวิธีแก้นะครับ โดยใช้ Siri หรือ Google Assistant ในการควบคุมให้เบาเสียงหรือเร่งเสียงให้ดังขึ้น แต่ก็อย่างว่ามันก็จะช้าไม่ทันใจเท่ามีปุ่มสัมผัสคอนโทรลได้ทันที อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตและจากการใช้งาน ก็หวังว่าคงจะได้ประโยชน์จากการบอกเล่าในครั้งนี้กันนะครับ

ขอบคุณ Mahajak Development สำหรับอุปกรณ์ทดสอบ

หากสนใจลำโพง ลองดูตรงนี้จ้า New!! JBL PARTYBOX 710 ลำโพงสายปาร์ตี้ขนาดใหม่ มาพร้อมเอฟเฟคแสงไฟ และเสียงอันทรงพลัง



ถูกใจบทความนี้  4