รีวิว LG Leon ดีไซน์สวย จับถนัด และมาพร้อมกับราคาที่เป็นมิตร !!!

 รับชมพรีวิวในแบบฉบับวีดีโอกันไปแล้ว Android Review: พรีวิว LG Leon รุ่นเล็กราคาเบา โดดเด่นด้วย ดีไซน์จับถนัดมือ !!! วันนี้นำเสนอ Full Review กันต่อในรูปแบบของบทความภาพนิ่งครับ สำหรับ LG Leon เป็นน้องเล็ก ราคาเบา ๆ  โดยมีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่จับถนัดมือ เมื่อมองในภาพรวมแล้ว จัดว่าเป็นรุ่นเล็กที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่จะมีอะไรบ้างต้องมาติดตามรับชมกันต่อในบทความนี้ครับ

ขอขอบคุณ LG Thailand สำหรับเครื่องทดสอบและใช้ในการเขียนบทความนี้ครับ……


ฟีเจอร์เด่นและ Specification เบื้องต้นของ LG Leon สามารถอ่านได้จาก Official Page ครับ 
>>> LG Leon Specification


ในแง่ของดีไซน์ LG Leon ได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรดารุ่นพี่ในค่าย และจุดเด่นที่ LG ชูเป็นจุดขายอีกอย่างก็คือ In-Cell Touch เทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลที่ LG พัฒนามาใช้กับ Device ภายในค่าย ตัว In-Cell Touch นั้นช่วยในเรื่องของการแสดงผลได้สมจริงขึ้น นอกจากนี้ยังบางลง เพราะลดชั้นเลเยอร์ลงไปนั่นเองครับ

Rear Key เอกลักษณ์และจุดขายในเรื่องของการย้ายปุ่ม Power และ Volume มาไว้ที่ด้านหลัง ช่วยให้การใช้งานด้วยมือเดียวมีความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้น


สำหรับตัววัสดุหลักของ LG Leon จะเป็นโพลีคาร์บอเนต หรือพลาสติกนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าประทับใจของ LG Leon ก็คือ งานประกอบที่ค่อนข้างเนี้ยบ แม้จะเป็นรุ่นเล็กราคาเบา ๆ ก็ตาม

และอีกอย่างที่ผมรู้สึกประทับใจ ก็คือเรื่องของน้ำหนักตัวเครื่องครับ เมื่อแรกจับสัมผัสให้อารมณ์ประมาณ “พรีเมี่ยม” ไม่ใช่ว่าเป็นรุ่นเล็กแล้วจะดูก๊องแก๊ง เบาโหวง เบาหวิวอะไรประมาณนั้นนะครับ

นอกจากเรื่องดีไซน์ที่อำนวยความสะดวกในการใช้งานด้วยมือเดียวแล้ว ขนาดหน้าจอ 4.5 นิ้ว ของ LG Leon ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยให้การจับถือและพกพา มีความสะดวกและคล่องตัวเป็นอย่างมากเลยครับ


จากนี้มาสำรวจกันต่ออีกนิดในด้านหน้าส่วนบน ทางด้านซ้ายมือจะมีกล้องหน้าความละเอียด VGA ซึ่งให้มาน้อยไปนิดครับ  ใกล้ ๆ กล้องหน้าคือเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และเป็นที่น่าเสียดายคือ LG Leon ไม่มีไฟแจ้งเตือน Notification มาให้ใช้งานนะครับ


ด้านล่างของส่วนหน้า มีปุ่มสัมผัสแบบ On Screen มาให้ใช้งาน แต่จะไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของแอนดรอยด์แบบเป๊ะ ๆ นะ แต่มีข้อดีคือสามารถปรับแต่งรูปแบบของปุ่มให้ตรงกับการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น

ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมค์ตัดเสียงรบกวน รวมถึงเป็นไมค์ที่ใช้ในการบันทึกเสียงอีกด้วย


ด้านล่างมีพอร์ต Micro USB และไมค์สนทนาจะอยู่ค่อนไปทางด้านซ้ายมือ


ด้านซ้ายและขวามือของตัวเครื่องจะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตใด ๆ เพราะย้ายปุ่ม Power และ Volume มาไว้ที่ด้านหลัง ตามสไล์ของค่ายนี้


ยลโฉมด้านหลังกันต่อ วัสดุตัวฝาหลังของ LG Leon จะเป็นพลาสติกและออกแบบไปในโทน brush metal ซึ่งในภาพรวมนั้นดูดีและลงตัวมาก ๆ เลยครับ โดยเฉพาะสีทองนั้นให้ความรู้สึก หรูหราและพรีเมี่ยมเป็นอย่างดี

กล้องหลักด้านหลังให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล จัดวางตำแหน่งอยู่ที่มุมบนกึ่งกลาง และมีไฟแฟลชมาให้ใช้งาน 1 ดวง  ถัดลงมาคือ เอกลักษณ์และเป็นจุดขายของค่ายนี้คือ ปุ่ม Power และ Volume ซึ่งทาง LG เรียกว่า Rear Key


ด้านล่างของส่วนหลัง ลำโพงหลักของตัวเครื่อง และขนาบข้างด้วยโลโก้ของ LG


LG Leon สามารถถอดฝาหลังได้ครับ โดยการแกะฝาหลังนั้น ให้แงะจากพอร์ตไมโครยูเอสบีครับ


รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยทั้ง 2 ซิมนั้นเป็นชนิด Micro Sim


สำหรับช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ดจะอยู่ด้านล่างทางขวามือของตัวเครื่อง โดยรองรับความจุได้สูงสุดที่ 32GB


มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 1900mAh ในรุ่น BL-41ZH

ดูกันต่อในส่วนของ Software อีกนิดหน่อยครับ
  
LG Leon เปิดตัวมาพร้อมกับ Android 5.0.1 Lollipop และครอบทับด้วย User interface ” Optimus UI ” จากทางค่าย LG ในส่วนของรอม ให้มาน้อยไปนิด แค่เพียง 4GB และเหลือให้ใช้งานจริงประมาณ 1.36GB

  
ตัว Optimus UI นั้น ออกแบบให้ดูเรียบง่าย ในสไตล์ Flat มีไอคอนเป็นเอกลักษณ์ที่ดูเรียบ ๆ ในภาพรวมปรับแต่งไม่ได้มาก ไม่มีลูกเล่นหรือฟีเจอร์หวือหวาอะไรครับ เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก

  
ที่ปรับแต่งได้ก็มี Screen-off effect และการปรับเปลี่ยนเมนูของปุ่มสัมผัสบนหน้าจอ ในส่วนของฟอนต์ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้อง root เครื่อง เพียงแต่จะมีแบบให้เลือกใช้งานน้อยไปสักนิดครับ

  
ฝั่ง Setting ก็มีหน้าตาเรียบ ๆ  อย่างที่เห็นครับ ไม่ได้แบ่งเป็นหมวดหมู่เหมือนใน 4.4.4 (อ้างอิงจาก LG G2 ที่รัน Kitkat นะครับ)

  
เนื่องจาก LG Leon เป็นรุ่นเล็กที่เน้นตลาด Beginner ข้อจำกัดทางด้าน Hardware ย่อมมีเป็นเรื่องปรกติ และส่งผลให้ฟีเจอร์ส่วนใหญ่นั้น จะเป็นฟีเจอร์เบสิค ๆ พื้นฐานทั่วไป เรียกว่า ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นครับ นอกจากตัว Knock Code แล้ว ฟีเจอร์ที่เหลือจะเน้นไปการใช้งานร่วมกับกล้องเป็นหลัก เช่น Touch & Shoot, Gesture Shot Selfie, Light Camera เป็นต้นครับ

  
รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด เรื่องการสลับการใช้งานนั้นสะดวก เพราะมีปุ่ม Switch key มาให้ใช้งาน ส่วนฟีเจอร์ Smart forward ก็ไม่ต่างอะไรกับการโอนสาย และมีข้อพึงระวังเพราะต้องมีค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วยนะครับ

Hardware Test & Performance 

 
จากนี้มาดูกันต่อในส่วนของผลการทดสอบประสิทธิภาพของตัวเครื่อง LG Leon

 
ผลทดสอบความเร็ว Benchmark ด้วย AnTuTu Benchmark ได้ 18329 คะแนน
ผลทดสอบความเร็ว Benchmark ด้วย Quadrant Standard ได้ 2140 คะแนน

 
Geekbench 3 ทำคะแนนในส่วนของ Single Core ที่ 360 และ Multi Core ได้ 1166


 
ผลทดสอบความเร็ว ด้วย Velamo (Metal) ได้ 817 คะแนน
ผลทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย Velamo (Multicore) ได้ 1063 คะแนน
ผลทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย Velamo  Browser ได้ 1281 คะแนน
ผลทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย Velamo (Chrome Browser) ได้ 1752 คะแนน


ผลทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกด้วย NenaMark 2 ได้ 59.9 เฟรม/วินาที

 

 
ภาครับสัญญาณของ GPS ค่อนข้างช้าครับ ถ้าไม่เปิด Agps หรือการเชื่อมต่อ data การจับสัญญาณยังทำได้ไม่รวดเร็วเท่าไหร่

 
ผลทดสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch ได้สูงสุด 10 จุด

เซ็นเซอร์หลักบน LG Leon เมื่อใช้โปรแกรม Android Sensor Box ตรวจสอบก็จะมีดังนี้

Accelerometer Sensor
Orientation Sensor
Proximity Sensor
Sound Sensor
Magnetic Sensor

 

จากนี้มาดูกันต่อในส่วนของ Sample Camera  ครับ


LG Leon มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด VGA และกล้องหลักด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล


อินเทอร์เฟซกล้องของ LG Leon หน้าตาเรียบง่าย


โหมดการใช้งานรวมมีแค่ 5 อย่าง คือ ปรับความละเอียด, เปิด-ปิดคำสั่งเสียง, ตั้งเวลาถ่าย, เปิดเส้นตาราง และสุดท้ายคือเลือกแหล่งจัดเก็บข้อมูล

เนื่องจากไม่มีโหมดการปรับแต่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นซีนโหมดหรือ manual ฉนั้นจึงใช้งานได้เฉพาะโหมดออโต้เพียงอย่างเดียวเลยครับ







 

สำหรับกล้องหน้าให้ความละเอียดมาเพียง VGA และคุณภาพนั้นสอบตกอย่างแรง ผมขอไม่ลงภาพให้ดูนะครับ เอาเป็นว่ากล้องหน้าคือใช้งานวีดีโอคอลแก้ขัดไปได้ แต่เอามาถ่ายเซลฟี่ไม่เหมาะครับ

มาสรุปกันในส่วนของกล้องจาก LG Leon กันนะครับ

กล้องหลักให้ความละเอียดมา 8 ล้านพิกเซล สำหรับรุ่นเล็กถือว่ากำลังดี ไม่มากหรือน้อยไป เรื่องคุณภาพ โดยส่วนตัวของผม ยังไม่ประทับใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะฟีเจอร์และโหมดการใช้งานต่างๆ แทบปรับตั้งค่าอะไรไม่ได้เลย ตรงนี้น่าจะขัดใจผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปอยู่บ้าง

ส่วนกล้องหน้าก็ตามที่กล่าวในตอนต้น คือมันป่วยหนัก หวังพึ่งพิงจริงจังคงไม่ไหว เป็นเรื่องน่าเสียดายมาก เพราะฟีเจอร์ที่ดีและมีประโยชน์อย่าง Gesture Shot และ Selfie Light Camera ต้องมาตกม้าตาย ตรงที่กล้องหน้าให้ความละเอียดมาน้อยไป แถมคุณภาพยังไม่ผ่านอีกด้วยครับ


 

สรุป LG Leon  


ข้อดี

1. งานประกอบแข็งแรง ดีไซน์สวยงาม จับถนัดกระชับมือ
2. รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด คลอบคลุม 3G ทุกคลื่นความถี่ในบ้านเรา
3. มาพร้อมกับ Android 5.0.1 Lollipop การใช้งานทั่ว ๆ ไปลื่นไหลดีมาก

สิ่งที่ต้องพิจารณา

1. ให้ RAM มาเพียง 768MB และ ROM 4GB ซึ่งในช่วงราคาเดียวกัน หลาย ๆ ค่ายเขาจัดเต็มกว่า
2. กล้องหน้าให้ความละเอียดมาน้อยเกินไป และคุณภาพของกล้องหน้าก็ไม่ผ่านในการใช้งานจริงจัง

ก็คงจะฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ สำหรับรีวิว LG Leon  แล้วพบกันใหม่ในในโอกาสหน้าครับ


สุดท้ายนี้ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ ^^

 

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น