DHL eCommerce จับมือ ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ เปิดจุดบริการ DHL ServicePoint รับส่งพัสดุด่วนในประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มช่องทางในการใช้บริการที่หลากหลายสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์

DHL eCommerce ประเทศไทย บริษัทในเครือ Deutsche Post DHL Group – DPDHL ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านโลจิสติกส์ของโลก ประกาศความร่วมมือการเป็นพันธมิตรกับ ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ นำเสนอบริการรูปแบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มตัวเลือกในการให้บริการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นสำหรับทั้ง “ผู้ขาย” และ “ผู้ซื้อ” สินค้าออนไลน์ในประเทศไทย  ในปัจจุบัน DHL eCommerce ได้เปิดจุดบริการ DHL ServicePoint ในร้านซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์จำนวน 150 สาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อีกทั้งยังวางแผนที่จะเปิดจุดบริการให้ครอบคลุมครบทั้ง 394 สาขาของร้านซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้ DHL สามารถขยายเครือข่าย DHL ServicePoint ให้มีจำนวนมากกว่า 1,000 แห่งภายในปี 2561 เพื่อรองรับจำนวนผู้ประกอบการออนไลน์ที่มีเพิ่มมากขึ้น

 

  • DHL เปิดจุดบริการ DHL ServicePoint ในร้านซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ 150 สาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขยายเครือข่ายจุดบริการรับส่งพัสดุของ DHL eCommerce เพิ่มเป็นกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ
  • DHL วางแผนเตรียมขยายจุดบริการ DHL ServicePoint ให้ครอบคลุมครบทั้ง 394 สาขาของซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ ภายในปี 2561
  • ผู้ใช้บริการสามารถเลือก DHL ServicePoint เป็นทั้งจุดฝากส่ง และจุดรับพัสดุที่เข้าถึงง่ายในที่เดียว

DHL ServicePoint ให้บริการรับส่งพัสดุภายใต้แนวคิด “ร้านค้าภายในร้านค้า” (Shop-within-a-Shop Concept) โดยผู้ใช้บริการสามารถจัดส่งพัสดุผ่าน DHL ServicePoint ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งผู้ใช้บริการจะได้รับการยืนยันการจัดส่งพัสดุผ่านทาง SMS หรืออีเมลได้ทันที

 

“ในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ DHL eCommerce เริ่มให้บริการจัดส่งพัสดุภายในประเทศ เรามองเห็นการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีการขยายตัวอย่าวรวดเร็วควบคู่ไปกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นเราจึงพยายามที่จะพัฒนาการให้บริการของเราให้มีประสิทธิภาพ และมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น การขยายเครือข่ายจุดบริการ DHL ServicePoint เพื่อมอบบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซขนาดกลาง และขนาดย่อม (SME) รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจรูปแบบ C2C (Consumer-to-Consumer) ให้สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากลได้อย่างสะดวกสบาย” คุณเกียรติชัย พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท DHL eCommerce ประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “DHL eCommerce มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ ในการขยายเครือข่ายจุดบริการ DHL ServicePoint ให้เป็นทั้งจุดฝากส่ง และจุดรับพัสดุที่เข้าถึงง่ายในที่เดียว ในขณะเดียวกันการที่ร้านซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์มีสาขาอยู่ในศูนย์การค้าจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกในการรับส่งพัสดุด้วยขั้นตอนการให้บริการที่รวดเร็ว และไม่ต้องรอคิวนานอีกต่อไป”

 

“ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ DHL eCommerce ในการนำเสนอทางเลือกการให้บริการด้านการจัดส่งพัสดุรูปแบบใหม่สำหรับทั้งผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วไป รวมไปถึงลูกค้าร้านหนังสือของเราเองด้วย ทั้งนี้ ด้วยความน่าเชื่อถือในการให้บริการด้านโลจิสติกส์ระดับโลกของ DHL eCommerce ประกอบกับอัตราค่าบริการจัดส่งที่เหมาะสม เราจึงเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าออนไลน์อย่างแน่นอน” คุณทนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว “เราวางแผนที่จะขยายจุดบริการ DHL ServicePoint ให้ครอบคลุมทุกสาขาของซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ ที่ตั้งอยู่ในกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศไทยภายในสิ้นปีนี้ และเพื่อเป็นการตอบรับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล  เราได้เปิดช่องทางการซื้อหนังสือผ่านเว็บไซต์ซึ่งเป็นการกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าตราบใดที่เรามีบริการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพไว้วางใจได้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะยังสามารถขยายตัวไปได้อีกมากอย่างแน่นอน ”

 

นอกจากการเป็นจุดรับฝากส่งพัสดุแล้ว ในอนาคตผู้ใช้บริการยังสามารถเลือกให้ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ เป็นจุดบริการสำหรับการไปรับพัสดุที่สั่งจากร้านค้าออนไลน์ได้อีกด้วย “การตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา การเปิดจุดให้บริการ DHL ServicePoint จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะมอบบริการที่สะดวกสบายให้กับลูกค้าของเรา” คุณเกียรติชัยกล่าว

 

“ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และ DHL eCommerce ก็จะยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอบริการใหม่ๆ เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าในการใช้บริการ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเดินหน้าขยายเครือข่ายจุดบริการ เพิ่มช่องทางในการชำระค่าบริการ และพัฒนารูปแบบการให้บริการครบวงจร เพื่อนำมาซึ่งคุณภาพการบริการที่ดีที่สุดให้คนไทยสามารถเข้าถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างสะดวกและง่ายดาย” คุณเกียรติชัยกล่าวเสริม

 

DHL เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2516 โดยแบ่งออกเป็น 4 สาขาธุรกิจหลักได้แก่ DHL eCommerce ซึ่งได้เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2559 เน้นให้บริการรับและจัดส่งพัสดุด่วนภายในประเทศ บริการจัดส่งพัสดุระหว่างประเทศ และบริการด้านการบริหารคลังสินค้าสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ DHL Express ให้บริการด้านการจัดส่งด่วนระหว่างประเทศ DHL Global Forwarding ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าทางบก ทางเรือ และทางอากาศ และ DHL Supply Chain ให้บริการด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการบริหารการกระจายสินค้า

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น