มาทำความรู้จัก Android Go (Android Oreo Go Edition)

หลังจากที่เรารู้จักกับ Google Phone มาตั้งแต่ยุค Nexus จนมาล่าสุด Android One ที่เราใช้งานกันในปัจจุบัน แต่วันนี้เรากำลังจะมี Android Go ออกมาสู่ตลาด เป็นเครื่องราคาถูกและพร้อมใช้งาน โดยในบ้านเราจะมี Nokia 1 ออกมาทำตลาอดย่างเป็นทางการเป็นรุ่นแรก ซึ่งใน Android Go (Android Oreo Go Edition) จะมาพร้อมกับ Google Service ที่ครบเครื่องพร้อมใช้งาน รวมถึงสามารถใช้งานบนเครื่องที่มี RAM น้อยกว่า 1GB และพื้นที่ 8GB ได้สบายๆ

เมื่อพูดถึง Google Android OS แล้วล่ะก็ เราคงสังเกตเห็นว่า ตัว OS เองมีใช้พื้นที่ในตัวเครื่องมากขึ้นทุกๆ ปีที่ออกมา จนล่าสุดอย่าง Nokia 7 Plus ที่ใช้ Android One เองก็ยังกินพื้นที่ไปถึง 14 GB เลยทีเดียว ซึ่ง Google ออกมาตอบโจทย์เครื่องรุ่นเล็ก สเปคเบา ด้วย Android Go นั่นเอง แต่ว่า Android Go จะเป็นยังไงนั้น เรามาทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นกันหน่อยดีกว่าครับ

 

Android Go มีดียังไง

อย่างที่เกริ่นล่ะครับ แต่จะเอาแบบละเอียดล่ะก็ มานับข้อดีกันดีกว่า

1. มีพืิ้นที่มากขึ้น

พื้นที่ที่เราจะมีเพิ่มขึ้นได้ ก็เนื่องจาก ตัวข้อมูลต่างๆ มีขนาดจำกัด หรือไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากนั่นเอง ซึ่ง Android Go สามารถประหยัดพิ้นที่ได้มากกว่า

ซึ่งเปรียบเทียบกับ Android เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้แล้ว ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า แต่ถ้ามองอีกแง่นึงก็คือ Google เองก็ล้มเหลวในเรื่องของ OS ที่พยายามเอาสิ่งที่ไม่ได้ใช้งานยัดเยียดลงไปในเครื่อง ทำให้ใช้พื้นที่จำนวนเป็น 10GB แค่ลง OS เท่านั้น นั่นจึงเป็นที่มาของ Android Go


นี่เป็นเหตุผลแรกที่ทำให้เครื่อง Android ทั้งหลายที่มีพื้นที่ 8GB ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว พื้นที่เหลือเยอะขึ้น เก็บไฟล์ได้มากขึ้น เครื่องก็จะไม่ช้า ไม่หน่วง และไม่เกิดอาการต่างๆ เนื่องจากพื้นที่หมด แต่อย่างไรก็ตามหากใช้งานไปนานๆ พื้นที่ก็คงเหลือน้อยลง ยังไงการใช้งานระยะยาวก็ยังควรมี micro SD เพิ่มเติม

  2. ประสิทธิภาพที่ดีมากๆ

โดยที่มาของประสิทธิภาพที่ดี ก็มาจากแอปที่ติดตั้งในเครื่องมีขนาดน้อยลง และออกแบบมาสำหรับ Android Go โดยเฉพาะ ตัวแอปที่ถูกติดตั้งมาพร้อมใช้งานหลักๆ จะเป็นบริการต่างๆ ของ Google ซึ่งมีรายชื่อแอปดังนี้

Google Go
Google Assistant Go
YouTube Go
Google Maps Go
Gmail Go
Gboard Go
Google Play Store
Chrome
Files Go

คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะแต่ละแอปเราคงใช้งานกันเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งจะมีขนาดเล็กลง นอกจากแอปของ Google เอง ก็จะมีแอปต่างๆ ที่ออกแบบมาสำหรับ Android Go โดยเฉพาะอีกด้วย คล้ายๆ facebook lite ที่ตัดฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ออกไป แต่ก็สามารถใช้งาน faecbook ได้

   3. ประหยัดการใช้ข้อมูล

เนื่องจากถูกออกแบบมาให้ใช้งานอย่างประหยัด ไม่ใช้แค่พื้นที่เท่านั้น แต่ยังประหยัดในเรื่องของข้อมูลหรือปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ด้วย กล่าวคือมีการออกแบบให้เราสามารถควบคุมและจัดการการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ (ซึ่งจริงๆ มีบน Android มานานแล้ว) ก็เป็นอีกฟีเจอร์นึงที่ออกแบบมาในแบบฉบับ Android Go

4. มีความปลอดภัยสูง

Google ให้ความสำคัญทางด้านความปลอดภัย ดังนั้นจะมีการดูแลตลอด 24 ชั่วโมงจาก Google Play Protect อันเป็นอีกฟีเจอร์นึงที่นอกจากรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด ตามที่ Google บอกไว้ ยังมีเรื่องของ การควบคุมอุปกรณ์กรณีที่เครื่องไม่ได้อยู่กับตัว สามารถล็อคเครื่องได้ และยังสแกนแอปให้เราอยู่เสมอ (แต่ขนาดสแกนแล้วยังมีข่าวแอปที่ไม่ปลอดภัยประจำเลยนะ) และสุดท้ายคงเป็นเรื่องของการท่องเว็บอย่างปลอดภัยผ่าน Google Chrome ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน Google Play Protect อีกด้วย

  5. นักพัฒนาต้องให้ความร่วมมือ

งานนี้ก็ขายนักพัฒนาแอปทั้งหลายด้วย การนำแอปขึ้นได้ไม่ยากตามสูตรของ Google แต่บรรดาแอปทั้งหลาย จะอยู่ในเวอร์ชั่นของ Android Go ไม่ได้เลยหากขาดนักพัฒนา ดังนั้นโครงการนี้ไม่ได้เป็น alpha หรือ beta อีกต่อไป คาดว่าจะมีนักพัฒนาให้ความร่วมมือจำนวนมาก ซึ่งในแง่ของรายละเอียดคงต้องเจาะลึกจาก Google อีกครั้ง

Android Go มาเมื่อใด?

เปิดตัวมาสักพักใหญ่ แต่วันนี้ในประเทศไทย มีการเปิดตัวจำหน่าย Nokia 1 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ใช้ Android Go ณ ตอนนนี้


ซึ่งจริงๆ แล้วมีอีกหลายรุ่น แต่ไม่ได้เข้ามาบ้านเรา เช่น Alcatel 1X หรือแม้แต่ ZTE Tempo Go ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น Android Go ทั้งนั้น สเปคเบามาพร้อมราคาสุดประหยัด ซึ่ง Nokia 1 ที่มีขายในบ้านเราเปิดราคามาที่ 2740 บาทเท่านั้น

สรุป Android Go

เป็น OS รุ่นประหยัด โดยมีพื้นฐานมาจาก Android Oreo 8.1 ซึ่งจะมาพร้อมกับเครื่องสเปคและราคาประหยัดเช่นกัน โดยจะมีแอปพื้นฐานของ Google ลงมาให้พร้อมใช้งาน และยังมีแอปต่างๆ บน Google Play Store ที่เป็นแอปขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งาน ประหยัดพื้นที่ มีเรื่องของความปลอดภัย การประหยัดการใช้งานดาต้า และรองรับนักพัฒนาอีกด้วย ทิ้งท้ายด้วยการอัปเดท OS ได้ถึง 3 ปี และมี Security pacth ทุกเดือน สรุปสั้นๆ ได้ประมาณนี้ แต่โครงการนี้จะเกิดหรือไม่ เพราะ Google เปิดโครงการเครื่องของตัวเองมานานตั้งแต่ Nexus มาจน Android One ที่ชูจุดเด่นเรื่องการอัปเดทที่รวดเร็ว ซึ่งบน Android Go ก็เช่นเดียวกัน จนมาในเวอร์ชั่นที่ 8 ของ Android แล้วก็คิดว่า Android Go น่าจะตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

ถูกใจบทความนี้  79

ใส่ความเห็น