เม้นท์เบา เม้าท์มอย: Doogee แบรนด์น้องใหม่ #MobileExpo

doogee

วันนี้ก็อยากมาแชร์ความเห็นเกี่ยวกับแบรนด์น้องใหม่บนตลาด Smartphone หรือ Android Phone ในตลาดบ้านเรา แน่นอนว่าช่วงนี้ก็ในงาน #MobileExpo รอบแรกต้นปี แบรนด์ Doogee น้องใหม่ในตลาด ที่เปิดตัวจริงๆ ก็มีเครื่องให้รีวิวกันไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ลองหาอ่านรีวิวในเว็บเราได้ และในงาน MobileExpo ปีนี้ก็มาเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการครับ บูธจัดได้สวยงามและน่าสนใจ ยิ่งไปกว่านั้น ราคายังทำให้ตัดสินใจง่ายด้วย สนใจต้องไปดูที่บูธกันนะ แต่ประเด็นวันนี้มีมากกว่านั้น

Doogree-001

สำหรับแบรนด์อย่าง Doogee เท่าที่มีข้อมูล หากเป็นเมืองนอกก็นับว่าเป็นแบรนด์ที่ทำตลาดได้ไม่แพ้แบรนด์ดังๆ เหมือนกัน แน่นอนครับว่าเป็นเรื่องประสิทธิภาพ สเปค คุ้มค่ากับราคา ซึ่งในการทำตลาดบ้านเราก็เช่นเดียวกัน แต่ประเด็นที่จะนำเสนอ และแนะนำให้ลองดูรายละเอียดตัวเครื่องก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมาใช้งานกันนี่ล่ะครับ เนื่องจากงาน Thailand Mobile Expo ที่กำลังจัดอยู่จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ แบรนด์ Doogee ก็ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเปิดตัวในงานก็จะได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่กระนั้นเอง มีความไม่พร้อมอยู่บางประการ ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่ทั้งแบรนด์ และคนซื้อมาใช้งานอย่างเราๆ ควรพิจารณาด้วย

แต่ก่อนจะติ เราก็ต้องชมก่อนใช่ไหมครับ

Doogree-007

Doogee เปิดตัวมาที่ราคาน่าโดนมาก แต่ละรุ่นนี่ต้องบอกว่าจัดให้เต็ม เรียกว่าโค ตะ ระ คุ้มเลย อาทิเช่น รุ่น DG800 ราคาในงานแค่ 3990 บาท สเปคเด่นสุดๆ ก็คงเป็นเรื่องของกล้องด้านหน้า 8 ล้านพิกเซล ขอบอกว่าโหดมาก สเปคก็ Quad-core 1.3 GHz และ RAM 1GB ทั่วๆ ไป พื้นที่ภายใน 8GB โหดต่อที่ 2 คือ แถม Flip Case และ powerbank

Flip case มีแถมทั้งสีขาวหรือสีดำเลือกเอา แต่ประเด็นคือ Flip case นี่ ตรงด้านหลังเป็นระบบทัช สามารถควบคุม หรือถ่ายภาพผ่านเจ้าเคสตัวนี้ได้ด้วย เรียกว่าอยากล้ำก็เปลี่ยนเคส ซึ่งไม่ต้องซื้อเพิ่ม แถมมาให้อยู่แล้ว แล้วดูสิครับแบบนี้ ด้วยราคา 3990 บาท น่าโดนไหมล่ะ?

Doogree-003 Doogree-002

คงไม่ได้ยกตัวอย่างรุ่นอื่นๆ แต่ว่า บอกเลยว่า Doogee จัดเต็มสเปค ในขณะที่ราคาเบาๆ เหมือนที่หลายๆ แบรนด์กำลังลงมาเล่นตลาดความคุ้มค่า โดนใจผู้ซื้ออย่างเราๆ โดย Doogee โดนสุดๆ หลายๆ รุ่น และมีความแตกต่างจาก Android ในตลาด อาทิเช่น รุ่น Titan 2 เครื่องราคาไม่แรง เน้นเรื่องสมบุกสมบัน อันนี้ก็ฉีกแนว จริงๆ ราคาตอนแรกผมก็ไม่รู้นะ มาดูอ่าว 6990 บาท โอว้ นี่มันราคาโดนมาก ปกติวัสดุที่ปกป้องแบบกันกระแทกและกันน้ำ IP67 ได้นี่ ราคาต้องแรงกว่านี้เยอะ แต่เค้าทำมาแบบว่านะ ถ้าต้องการความคงทนก็คงหนีตัวนี้ไม่ได้ เรียกว่า Titan สมชื่อล่ะ

ผมมองว่า Doogee ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน เมื่อเทียบกับเงินที่เสียไป แถมคุณภาพเครื่องเท่าที่ได้จับดูแต่ละรุ่น ทั้งวัสดุ และคุณภาพดูดีกว่าราคาที่จ่ายไปนะ สุดคุ้มว่างั้น แถมเรื่องบริการหลังการขายผมก็เชื่อมั่นได้ว่า Doogee จะดูแลอย่างดีด้วยล่ะ ไม่ต้องห่วง แต่เรื่องศูนย์บริการนี่ไม่ได้ถามมานะ ฮ่ะๆ เอาเป็นว่าเรื่อง Service หายห่วง ในขณะที่บางแบรนด์ หรือผู้นำเข้าที่นำเข้ามา บางทีเรื่องการรับประกันและบริการหลังการขายนี่แทบจะไม่มีเลยนะ ในราคาระดับนี้

 

มาถึงข้อติมั่ง

อันนี้ด้วยอคติล้วนๆ เอ๊ย ไม่ใช่ ด้วยมุมมองที่แบบว่าเดินๆ ดูตามงานหลายๆ แบรนด์ มาเห็น Doogee ซึ่งเห็นความแตกต่าง ที่บางทีผู้ซื้อทั่วๆ ไปอาจจะมองข้ามไปก็ได้ หรืออาจจะมองเหมือนผมก็คงมีล่ะนะ เลยเอามาแชร์กัน

เรื่องแรก โบรชัวร์ราคา อันนี้ก็ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรหรอกนะ แต่อยากบอกว่าได้โบรชัวร์มาเป็นกระดาษก๊อปปี้ขาวดำ ซึ่งมันไม่ค่อยชัด อ่านชื่อรุ่นบางรุ่นนี่ ไม่รู้รหัสรุ่นเลย ผมว่าตรงนี้น่าจะใช้เป็นแบบสีเพื่อให้คนซื้ออย่างเราๆ ได้เห็นรายละเอียดชัดเจนหน่อย ไหนๆ ลงทุนทำตลาดออกบูธงานใหญ่ทั้งที ทำโบรชัวร์แจ่มๆ หน่อย

เรื่องที่สองก็คงเป็นเรื่องรายละเอียดในตัวเครื่อง ที่ผมเรียกว่า ทำมาไม่เสร็จ แต่เอามาขายแล้ว มีอะไรบ้างมาดูกัน

Doogree-006

เมนูภาษาไทย และภาษาอังกฤษปนกัน จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นเมนูภาษาไทยนั่นล่ะ แต่ว่า เมนูส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษ เป็นฟีเจอร์ต่างๆ ที่ Doogee จับใส่มาในเครื่องแต่ละรุ่น ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความแตกต่าง และเป็นฟีเจอร์ล้ำๆ ที่น่าใช้งานทั้งนั้น แต่ประเด็นของผมก็คือ เรื่องความเรียบร้อยของการแปลเมนูให้เป็นภาษาไทย ซึ่งหากสังเกตุดูในแต่ละแบรนด์ จะไม่ค่อยพบเรื่องเมนูผสมภาษา ผมมักจะเจอตอนเครื่องที่เป็น prototype ตอนที่ได้รับมาทดสอบช่วงก่อนขาย แต่นี่เท่าที่ผมเดินดูแล้ว ทุกรุ่นมีลักษณะผสมภาษา แปลไม่เรียบร้อยทั้งนั้นเลย จึงบอกว่าเป็นจุดสังเกตุที่ทำให้เรารู้ว่า แบรนด์ Doogee อาจจะรีบร้อนเอาเข้ามาขายจนเกินไป จริงๆ น่าจะพัฒนาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน ไม่ว่ารายละเอียดนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามนะครับ

หมายเหตุ เครื่องที่ถ่ายภาพมาจากบูธในงาน Mobile Expo เป็นเครื่องทดสอบ ผมไม่ได้ซื้อเครื่องมานะครับ หากใครซื้อมาแล้วมีการแก้ไขเรื่องภาษาแล้วก็ฟีดแบ็คได้นะ

Doogree-004 Doogree-005

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกนิดนึงก็คือ การที่ตัดฟีเจอร์ออกไป โดยที่พนักงานที่ให้ข้อมูลเองก็ยังไม่รู้ ก็นั่งหาเมนูการตั้งค่าเปิดฟีเจอร์ตั้งนาน สุดท้ายก็มารู้ว่ารุ่น DG900 ในต่างประเทศที่จำหน่ายมีฟีเจอร์ touchpad ด้านหลัง สำหรับถ่ายรูปง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ปุ่มกด แต่พอเข้ามาไทย ตัดฟังก์ชั่นนั้นออก ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้แปลกอะไร สเปคไทยกับสเปคเครื่องนอก ก็ต่างกันได้ แต่ จากภาพฝาหลัง ที่มีพลาสติกแนะนำอยู่ จะเห็นว่ามีเรื่อง touchpad ติดเอาไว้ด้วย อันนี้เครื่องที่ขายจริงๆ มีรายละเอียดชัดเจนหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนะครับ

Doogree-008

อีกหนึ่งจุดที่เรียกว่าเป็นบั๊ค ในการใช้งานกล้องด้านหน้า ถ้าไม่ใช่ บั๊ค ก็คงเป็นผมใช้ไม่เป็นเอง พยายามอยู่นานก็เปลี่ยนโหมดไม่ได้ คือกล้องด้านหน้ามีโหมดให้เลือก หน้าสวย หน้าใส หรือเรียกง่ายๆว่า บิ้วตี้โหมด ซึ่งในรุ่น DG700 นี่แจ่มมาก กล้อง 8 ล้านพิกเซล แต่ทว่าเวลาไม่อยากใช้โหมดบิ้วตี้แล้วจะทำไงล่ะ ผมหาทางกดเอาโหมดนี้ออกไม่เจอ กดไปที่ไอคอนเดิม ก็ไม่ได้ ซึ่งปกติกล้องด้านหลังจะมีสัญลักษณ์ให้เลือกหลายโหมดสลับไปมาได้ แต่กล้องด้านหน้าไม่มี ดังนั้นการใช้งานกล้องด้านหน้าเมื่อเปิดโหมดนี้แล้ว จะปิดโหมดนี้ไม่ได้นะ อันนี้ก็คงต้องแก้ไขกันไปในเฟิร์มแวร์หน้า แต่ทว่า ก่อนขายจริง ก็น่าจะทดสอบมาสักหน่อย

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นจากที่ได้ลองจับ ทดสอบ ได้สัมผัส พร้อมได้ข้อมูลจากทางพนักงานนะครับ ใช้เวลาสักไม่กี่สิบนาที ก็พบจุดสังเกตุต่างๆ ที่มาแชร์นี้ล่ะครับ แต่ทว่าเครื่องที่ซื้อจริงอาจจะไม่เจออย่างผมก็ได้ แต่อย่างน้อย ถ้ามีการแก้ไขแล้ว เครื่องที่มาโชว์ในงาน ก็ควรจะเป็นเครื่องที่ใช้เฟิร์มแวร์ตัวล่าสุด แก้ไขปัญหาต่างๆ มาให้เรียบร้อยแล้ว ผมว่าแบรนด์น้องใหม่อย่าง Doogee อาจจะต้องปรับในหลายๆ ส่วนนะครับ  ดีไซน์ สเปค และราคา ไม่ขี้เหร่ ผมว่าชนแบรนด์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ แต่ว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี่ล่ะที่ต้องแก้ไขกันไป ผมล่ะชอบแบรนด์น้องใหม่ เพราะว่าเค้าจะทุ่มสุดตัว เราคนใช้งานก็จะได้ของดีคุ้มค่ากับราคาไปใช้งานกันครับ

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น