ทักทาย วันจันทร์ มันส์เดย์ – Apple iPhone 6 กับบริการหลังการขายและศูนย์บริการ

Apple iPhone 6 Claim

มีเรื่องมันส์ๆ มาเล่าสู่กันฟังครับ กับประสบการณ์ที่เรียกว่าครั้งแรกในการเคลมเครื่อง iPhone 6 กับค่าย Apple ในขณะที่วันนี้กระแส iPhone 6s ในบ้านเรากำลังมาแรงเลยทีเดียว เนื่องจากเพิ่งเปิดวางขายกันได้ไม่กี่วัน รวมถึงเครื่องที่กำลังต้องการในปีนี้ เห็นหลายๆ คนเดินเข้าไปที่หน้าร้าน iStudio ก็มีจำหน่าย ไม่ต้องรอ ไม่ต้องจอง บาง Operator ก็มีเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่พอในช่วงแรกเหมือนเช่นทุกปี แต่ปีนี้ ผมมีความรู้สึกต่าง ออกไป เพราะเหมือนความต้องการมีน้อยลงกว่าปีก่อนๆ อาจจะเป็นเพราะ การเปลี่ยนแปลงของรุ่น s ลงท้าย ไม่ได้ชัดเจนในภายนอก เรียกว่าบอดี้เหมือนกันเลย แต่ว่าความต่างคือ software นั่นเอง แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องอาศัย Hardware ของ iPhone 6s ในการทำงานด้วย ซึ่งจริงๆ การที่จะเพิ่มเงินอีกหมื่นนึงเพื่อการนั้นก็อาจจะดูไม่คุ้มสักเท่าไหร่นัก สำหรับผมนะ ไปรอ iPhone 7 ที่คาดว่าจะเปลี่ยนดีไซน์ หรือใส่เทคโนโลยีแจ่มๆ ที่เห็นชัดเหมือนกับทุกทีที่เปลี่ยนเลขเวอร์ชั่นนั่นล่ะครับ

วกกลับมากับเครื่อง iPhone 6 และศูนย์บริการสักหน่อย ได้ประสบการณ์ที่เรียกว่าขอแชร์ให้เพื่อนๆ ต้องรอบคอบก่อนจะเข้าศูนย์บริการ จริงๆ ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ Apple เท่านั้น แต่เคสนี้ บริการหลังการขายของ Apple ที่เค้าว่าแจ่มที่สุดแล้ว ก็ได้ลองกับตัวเองจึงรู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ Apple จนเกินไป มีอยู่สองสามประเด็นที่จะเล่าให้ฟัง แต่ประเด็นหลักๆ คือ ในการเคลมเครื่อง กรณีส่งไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบรนด์ไหน ญี่ห้อใดก็แล้วแต่ ให้ถ่ายรูปเครื่องของเราเอาไว้ ทุกซอก ทุกมุม ทุกจุด โดยเฉพาะสภาพเครื่องที่ไร้ริ้วรอยต่างๆ เก็บเอาไว้อย่างละเอียดเท่าที่จะละเอียดได้ครับ โดยช่วงสองสามเดือนก่อน ผมเจอเคสนี้กับการเคลมเครื่องของโอเปอเรเตอร์ค่ายนึง เป็นเครื่องแบรนด์ของโอเปอเรเตอร์เลยครับ ซึ่งเคสครั้งนั้น เพราะเชื่อถือว่าเป็นโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ มั่นใจและเชื่อใจ เลยไม่ได้ถ่ายภาพเอาไว้ก่อนส่งไปซ่อม ปัญหาเล็กๆ แค่เรื่องถาดซิม แต่พอรับเครื่องกลับมา สภาพคือเครื่องเป็นรอยแตกชัดเจนมาก แน่นอนว่าพนักงานที่รับเครื่องก็บอกว่าไม่ได้ทำ ก็ไกล่เกลี่ยส่งกลับไปใหม่ ส่งกลับไปมาสองสามรอบ กว่าจะได้สภาพเครื่องที่น่าพอใจ ก็คงจะเปลี่ยนพวกกรอบหรืออะไรมาให้นั่นล่ะ แต่ก็ต้องบอกว่าไม่เนี้ยบเหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนระหว่างการเคลมก็มีระยะเวลาที่เราไม่ได้ใช้เครื่อง โชคดีที่ไม่ซีเรียสมากเพราะมีเครื่องสำรองอยู่แล้ว

และล่าสุดกับ Apple iPhone 6 กับค่ายโอเปอร์เรเตอร์รายใหญ่ เหมือนเดิม ยิ่งเป็น Apple ด้วยแล้ว คำร่ำลือเกี่ยวกับบริการหลังการขายที่ไว้ใจได้ ยิ่งผสมรวมกัน ทำให้ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก่อนส่งไปตรวจสอบ เนื่องจากปัญหาหน้าจอที่ทำงานอยู่แต่ไม่แสดงผล ผ่านไปสองอาทิตย์ก็นัดรับเครื่องคืน เพราะโทรมาบอกแล้วว่าเครื่องมีความชื้น มีค่าซ่อมเป็นหมื่น เราก็โอเคคงไม่ไหว มีประกันแต่ความชื้นนอกเหนือการรับประกัน ก็กะว่าค่อยหาทาง ว่าจะทำไงดี พอไปที่ศูนย์ของโอเปอเรเตอร์ รับเครื่องคืนก็รับเครื่องเซ็นต์เสร็จเรียบร้อย เพราะมั่นใจจึงไม่ได้อ่านเอกสาร รู้แค่ว่ายังไงก็เคลมไม่ได้เนื่องจากเครื่องเกิดความชื้น ก็รับเครื่องและเซ็นต์ หลังจากนั้นก็ตรวจดูร่องรอยว่าเครื่องเป็นยังไงบ้าง แน่นอนว่าขณะนั้นไม่ได้ออกจากศูนย์ ปรากฎว่า iPhone 6 ผม สภาพไม่เหมือนตอนส่งเคลม คือร่องรอยจากการบิ่นของสี และเหมือนโดนโลหะ หรือของแข็งเซาะลงไปเป็นรอยจนสีหลุด และชัดเจนมาก แน่นอนว่าผมก็เจรจากับพนักงานของโอเปอเรเตอร์ และยืนยันว่าไม่ได้ทำ และไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากขอโทษ ซึ่งในตอนนั้นคือ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพเครื่องก่อนส่งไปตรวจสอบ เพราะยังไงเคสแบบนี้ถ้าหากเราไม่มีหลักฐานยืนยัน ยังไงก็เสียเปรียบอยู่ดี แถมเซ็นต์รับเครื่องเรียบร้อยแล้วด้วย มาอ่านคอมเม้นท์คือ เป็นรอยเล็กน้อย แต่สภาพรอยที่เห็นไม่ใช่แค่เล็กน้อยแล้วล่ะ ถ้าพวกรอยขนแมวยังพอรับได้ แต่นี่เหมือนกับโดนพวกของแข็ง ที่ผมคิดก็คือ ไขควง หรืออุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ที่ใช้สำหรับแกะเครื่อง แต่ช่างอาจจะไม่ระวังระหว่างที่ service ทำให้เกิดรอย แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่ได้ทำ เพราะรับเครื่องปุ๊ป ก็ใส่ซองกันกระแทกส่งไปที่ service หลังจากนั้น แกะห่อตรวจสอบและคอมเม้นท์เลย ซึ่งเค้าแจ้งว่า พอแกะห่อแล้วเจอสภาพแบบนี้แล้ว ก็นะ ใครจะไปรู้ เพราะหลังจากนั้นมีหลายคนที่เกี่ยวข้อง ผมก็ไม่รู้หรอกว่ายังไง แต่มันก็คงเกิดหลังจากที่ส่งจากมือผมไปแล้วนั่นล่ะ ซึ่งก็ไม่สามารถรับผิดชอบอะไรได้ ก็พยายามคิดหาเหตุผลและย้อนไปนะว่า เครื่องมีรอยขนาดนี้หรือไม่ แต่ทั้งผม และเพื่อนก่อนส่งก็ยังแกะมาดูกันเลยว่าไม่มีรอย มีพยานบุคคลและมั่นใจมาก เครื่องจริงๆ แล้วอาจจะมีการตกจากการใช้งานบ้าง แต่ว่าไม่ได้รุนแรงและใส่เคสกันกระแทกเอาไว้ตลอด สรุปคือก็เคลียร์ไม่ลง ประเด็นตรงนี้ก็เลยอยากจะบอกว่า ให้ถ่ายรูปเอาไว้ก่อนส่งตรวจสอบครับ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรือค่ายไหนก็ตาม เก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน ไม่งั้นอาจจะเสียใจเหมือนผมก็ได้นะ อ้อ อีกประเด็นคือ iPhone 6 ผมนี่ใส่วิ่งประจำ ก็อาจจะมีพวกเหงื่อ หรือความชื้น อันนี้ก็เป็นไปได้ ทำให้หลุดประกัน ดังนั้น การใช้ iPhone 6 กับการออกกำลังกายก็ต้องระวังกันให้ดี โดยเฉพาะ ออกกำลังกายแล้วมีเหงื่อเยอะๆ ต้องระวังไม่ให้ชื้นหรือเห
งื่อเข้าไปในเครื่องนะครับ แต่ยังไม่จบครับมีต่อ

แน่นอนว่าทำใจรับไม่ได้ เพราะว่าเครื่องดีๆ สภาพดีๆ ส่งไปเคลม หลุดประกันเคลมไม่ได้ไม่ว่า ไม่ได้ติดใจเพราะจากการใช้งานของตัวเอง ก็เป็นไปได้ที่จะมีความชื้น แต่เรื่องร่องรอยจนบื่นนี่จบกัน ถึงเคลมไม่ได้ ผมก็อาจจะขายมือสองก็ว่าไป ซึ่งเจอแบบนี้ราคาก็ตก ถามว่าทำไรได้ไหม? ทำใจสิครับพี่น้อง แต่ไม่ลดละความพยายาม โทรไปที่ Apple support ไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ cc ซึ่งต้องบอกว่า เจ้าหน้าที่ของ Apple Support นี่รับเรื่องและพูดคุยดีมาก และพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนสุดท้าย ก็ให้ลองไปที่ศูนย์ที่ซื้อ แล้วไปโทรกันตรงนั้นเลย เค้าว่าจะเคลียร์ให้ ให้เก็บเคสเอาไว้ โดยที่ให้เอาหลักฐานต่างๆ ที่บ่งบอกว่า ในตอนที่รับเครื่องนั้น มีการตรวจสอบเครื่อง เป็นหลักฐาน ว่าเครื่องไม่ได้เป็นรอย ซึ่งไอ้ใบที่ส่งเครื่องวันแรกก็ดันหายไปไหนไม่รู้ ก็ต้องไปขอ re print ที่ศูยน์บริการเอา ซึ่งเจ้าหน้าที่คนแรกนี่ให้ความหวังกับผมมากว่าจะช่วยอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย แน่นอนผมก็กลับไปที่ศูยน์บริการและ ไปขอปริ้นใบรับเครื่อง ซึ่งก็ไม่ได้มีระบุร่องรอย มีแค่ปัญหาต่างๆ แค่นั้น ร่องรอยตอนรับเครื่องไม่มี และก็จัดให้คุยกัน ซึ่งพนักงาน Apple support นี่เป็นอีกคนจากคนที่รับเรื่อง คุยกันอยู่นานสองนาน คุยกับพนักงานที่รับเครื่องเคลมสักพัก ก็ยังเคลียร์กันไม่ลง พนักงานก็ยืนยันว่าทำตามชั้นตอน และทาง Apple Supportได้คุยกับหัวหน้าที่ดูแลก็ได้รับการยืนยันเช่นเดิม ในระหว่างนั้นผมก็ได้คุยสายกับ Apple Support ด้วย เค้าเข้าใจหัวอกคนเป็น user ที่เดือดร้อนอย่างผม จนผมรู้สึกได้ว่าเหมือนเค้าร้องไห้ คืออินกับ user อย่างผมว่างั้น แต่สุดท้ายก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่าไม่มีหลักฐานในการยืนยันนั่นเอง ว่าเกิดจากอะไรยังไง และได้รับการแนะนำอีกต่อนึงว่าให้ลองเอาเครื่องไปให้ศูยน์ Apple care ที่มี engineer ดูว่าร่องรอยลักษณะนี้จะเกิดจากการ service ได้หรือไม่ วันนั้นก็จบไป พออีกวันนึงก็วิ่งไปที่ Apple Care ไปขอให้เค้าตรวจสอบดู ผลปรากฎว่า จากที่ผมคาดว่าต้องเกิดจากการ service แน่ๆ แต่เปล่าเลย ทาง Apple care เอาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับถอดฝาเครื่อง มาให้ดู ซึ่งไม่ได้โดนจุดที่สีบิ่นออกเลย ทำเอาผมแปลกใจมาก เพราะเป็นเหมือนจุ๊บที่ดูดฝาเครื่องให้ดึงขึ้นไปแค่นั้นเอง แล้วก็อีกอันคือคล้ายๆ เป็น block สำหรับใส่ตัวเครื่องซึ่งไม่ได้เป็นโลหะอะไร ซึ่งทาง engineer ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการ service แน่นอนครับว่าก็ต้องรับสภาพไป จนตอนนี้ก็ทำใจแล้วล่ะ คงทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้

แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ Apple Support ก็ไม่ได้มีอำนาจช่วยเหลือ user ที่เดือนร้อนได้ ก็แค่ได้บ่นและ complain ไปแค่นั้นเอง ทาง Apple ก็จะพยายามโยนความรับผิดชอบเรื่องไปให้ศูนย์บริการ ซึ่งอาจจะถูกแล้วก็ได้เพราะไม่ได้เกิดจาก Apple แต่เกิดความผลิดพลาดไม่รู้ชั้นตอนใดของศุนย์บริการ ซึ่งในฐานะ คนใช้งานตกดำๆ ผมว่าก็ไม่โอเค จริงๆ เรื่องหลังบ้านก็ต้องไปคุยกัน แต่จะให้ลูกค้ามาไล่ตามจนสุดทาง เพราะศูนย์บริการไม่รับผิดชอบจึงไป Apple Support และ Apple Support มีหน้าที่แค่รับเรื่อง และใส่ complain จากลูกค้าแค่นั้น เห็นถามชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับเครื่องและชื่อคุณหัวหน้าเจ้าหน้าที่ท่านนั้นไว้ด้วยนะ โดยเคสของผมอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ หากมีหลักฐานยืนยันอย่างที่ย้ำไปว่าเป็นภาพถ่าย และไม่เซ็นต์เอกสารรับเครื่อง เพราะสภาพเครื่องที่กลับมาไม่สมบูรณ์ (แต่ยังไงก็คงต้องมีภาพถ่ายก่อนหน้านั้นยืนยัน) และเครื่อง Apple iPhone 6 ที่หากไม่โดนเหงื่อจนหมดประกัน จริงๆ ประกันผมจะหมดประมาณวันที่ 10 เดือนนี้ล่ะ ซึ่งจบข่าว ทำใจได้อย่างเดียว และบอกได้เลยว่า ไม่ว่าแบรนด์ไหน เรื่อง service นี่ห้ามไว้ใจเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ให้บริการใหญ่แค่ไหน หรือแบรนด์จะอินเตอร์อย่าง Apple ที่ร่ำลือกันว่าให้บริการที่ดีสุดๆ ก็ตามที พอเกิดเรื่องปุ๊ป ไม่มีใครช่วยเราได้ ต้องช่วยตัวเองและหาหลักฐานมายันเท่านั้น จริงๆ คงไม่ใช่เฉพาะกรณีเครื่อง iPhone 6 หรือพวกโทรศัพท์เท่านั้น ผมว่าอุปกรณ์ทุกอย่างล่ะครับ อย่างน้อยก็หวังว่าเคสนี้จะเป็นตัวอย่างที่ให้เพื่อนๆ ทุกคนไม่พลาดแบบผมก็แล้วกันนะครับ สำหรับผมวันนี้ เลิกเชื่อใจ และมั่นใจแบรนด์อย่าง Apple และโอเปอเรเตอร์อย่างแน่นอน ถามว่าจะใช้บริการโอเปอเรเตอร์นั้นไหม ก็คงยังใช้ต่อไป แต่ก็คงตรวจสอบเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะหากมีเครื่องเข้าไปเคลมอีกจะไม่ให้พลาดเลย และ Apple ก็ใช้ต่อไปล่ะครับ (ฮา) แต่ถ้าซื้อมาใหม่ก็ต้องระวังรักษาให้ดีกว่านี้ จะใส่เล่นกีฬาเหงื่อออกเยอะๆ ก็ต้องระวังให้มากขึ้นล่ะ ไปล่ะครับวันนี้ ขอบคุณที่ตามอ่านจนบรรทัดนี้นะ

ถูกใจบทความนี้  0