การก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี ที่ทุกธุรกิจในไทยไม่ควรมองข้าม เลอโนโว เผยผลวิจัยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของสถานที่ทำงานในเอเชีย ปี 2561

กรุงเทพฯประเทศไทย:, [15 ธันวาคม, 2560] –เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY), ผู้นำด้าน คอมพิวเตอร์อันดับ 1 เผยการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเทรนด์เทคโนโลยีปี 2561 และในอนาคต ผลวิจัยของ ไอดีซี (IDC) ในหัวข้อ Enabling the Future Workspace – Agile, Intelligent and Engaging  คาดการณ์ว่าลักษณะของแรงงานที่เปลี่ยนแปลงและการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรวดเร็วจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานตลอดจนวิธีการทำงานในสถานที่ทำงาน สถานประกอบการในภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทย จำเป็นต้องมีแนวคิดและการบริหารงานแบบองค์รวมและโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลางเพื่อสร้างสำนักงานที่ชาญฉลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจของตนได้

 

 

การก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี ที่ทุกธุรกิจในไทยไม่ควรมองข้าม

เลอโนโว เผยผลวิจัยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของสถานที่ทำงานในเอเชีย ปี 2561

ชี้ เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญเพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งอนาคต

 

ผลการศึกษาของไอดีซี (IDC) พบว่าในปี 2563 จำนวนแรงงานในสถานที่ทำงานที่เป็นคนกลุ่มมิเลนเนียลจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสถานที่ทำงานในภูมิภาคเอเชีย ยกเว้น ประเทศญี่ปุ่น (APeJ) ทักษะในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ของแรงงานกลุ่มมิเลนเนียลและความต้องการขององค์กรในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันจะช่วยผลักดันให้มีการใช้นวัตกรรมที่มีศักยภาพสูงต่างๆ ทั้ง เทคโนโลยีเสมือนผสานโลกจริงและเทคโนโลยีความจริงเสมือน (AR/VR) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์  (AI) และหุ่นยนต์ต่างๆ นั่นหมายถึงความสามารถของคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาให้มีการคิดหาเหตุผล เรียนรู้ และทำงานได้เหมือนมนุษย์

ทั้งนี้ ไอดีซี  (IDC) คาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นประเทศญี่ปุ่น (APeJ) จะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในการเร่งให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (US$600 billion) ภายในปี 2563 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ทั่วภูมิภาค ในการเลือกซื้ออุปกรณ์และการประยุกต์ใช้ ตลอดจนการเสาะหาและเชื่อมโยงกับข้อมูลต่างๆ

5 เทรนด์ด้านเทคโนโลยีสำคัญสำหรับธุรกิจในยุคของการเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวสู่องค์กรมีขีดความสามารถในการแข่งขันแห่งอนาคต

  1. ภายในปี 2562 ร้อยละ 20 ของ 1,000 บริษัทในเอเชียจะใช้บริการแบบ Device as a service (DaaS) และ 1 เปอร์เซ็นต์ จะมีการประยุกต์ใช้บริการ DaaS แบบครบวงจร ซึ่งถือป็นบริการใหม่ที่นำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรให้ผู้ประกอบการตั้งแต่การให้บริการเช่าฮาร์ดแวร์ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการเปลี่ยนแปลงระบบ รวมทั้งเสริมคุณภาพการใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับค่าบริการรายเดือน

2.    ภายในปี 2562 อุปกรณ์ดีไวซ์ 2 ใน 3 (ทั้งพีซี และ แท็บเล็ต) ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 จะถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์ม Unified Endpoint Management (UEM) และ 1 ในทุกๆ 3 ขององค์กรจะมีการจัดการไอทีทั้ง เดสก์ท็อป และอุปกรณ์เคลื่อนที่ ด้วยระบบปฏิบัติการเดียวกัน UEM ซึ่งเป็นแนวทางในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมหลากหลายอุปกรณ์ผ่านการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ควบคุมตัวเดียว

  1. คาดการณ์ว่าภายในปี 2562 การเปลี่ยนแปลงระบบดิจิทัลร้อยละ 40 เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์  (AI) ที่เพิ่มขีดความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในเวลาที่คำคัญทำให้เกิดโมเดลการดำเนินงานและการสร้างรายได้แบบใหม่ๆ

  1. ภายในปี 2020 มีการคาดการณ์ว่าบริษัท 1,000 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียจะใช้การสร้างนวัตกรรมแบบเปิด (open innovation) สร้างโปรเจคใหม่ๆ ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

  1. ภายในปี 2020 มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ของแรงงานจะใช้ประโยชน์เทคโนโลยี AR ผ่านเดสก์ท็อป หรือ สมาร์ทโฟน เพื่อจัดการข้อมูลดิจิทัล ตอบโต้กับโลกภายนอก รวมทั้งสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน

การทำงานอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

เพื่อคงขีดความสามารถในการแข่งขัน ในปี 2561 และในอนาคต ผู้ประกอบการในภูมิภาคและประเทศไทย จำเป็นต้องใช้แนวคิดแบบองค์รวมเพื่อสร้างสำนักงานที่มีความชาญฉลาดในทุกแง่มุม ทั้ง ด้านทางกายภาพ วัฒนธรรมองค์กร และ เทคโนโลยี นอกจากนี้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องตระหนักถึงความท้าทายในการบริหาร การเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องอาศัยการร่วมมือของผู้คนหลากหลายระดับเพื่อนำพาองค์กรไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยไอดีซี  (IDC) ได้ให้คำแนะนำการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 5 ประการ ประกอบด้วย

  1. การเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการ
  2. การเปลี่ยนแปลงข้อมูล
  3. การเปลี่ยนแปลงระบบผู้นำ
  4. การเปลี่ยนแปลงการเชื่อมโยงประสบการณ์
  5. การเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าถึงข้อมูล

เลอโนโวแนะนำแนวคิดบริหารจัดการภายใต้แนวคิดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

เลอโนโว ในฐานะผู้นำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลสำหรับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดการยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลางคือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลง   สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการชาวไทยต้องมองข้ามระบบการทำงานพีซีแบบเดิมๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานอย่างชาญฉลาดและตรงตามความต้องการของพนักงานได้ดีที่สุด ให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบต่างๆ และการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการในการทำงานสมัยใหม่ นำเสนออุปกรณ์ดีไวซ์   เจนเนอร์เรชั่นใหม่ๆ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์และในขณะเดียวกันรักษามาตรฐานในระดับองค์กร ในด้านกายภาพของสถานที่ทำงาน สามารถเปลี่ยนแปลงระบบในรูปแบบ bimodal IT และ การทำงานที่ปราดเปรียวคล่องตัว โซลูชันและโมเดลด้านเชิงพาณิชย์ที่สร้างขึ้นให้เหมาะกับกลุ่มและตลาดต่างๆ ที่มีความแตกต่างกัน และมีความสามารถของอุปกรณ์และการจัดการด้านต่างๆ

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความชาญฉลาด ไอทีไม่ใช่เพียงแค่ ’เทคโนโลยีสารสนเทศ’ แต่เป็น ‘การเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด’ ขับเคลื่อนด้วยบิ๊กดาต้า ระบบคลาวด์ และระบบเทคโนโลยี สภาวะการทำงานที่ชาญฉลาดเกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ทุกส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบคลาวด์สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน ทั้ง พีซี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ลำโพงอัจฉริยะ สมาร์ททีวี และ เทคโนโลยี AR/VR เพื่อส่งมอบข้อมูล บริการ และประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เลอโนโว มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาทั่วโลกราว 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ (US$1.4 billion) โดยมีเป้าหมายในการช่วยให้ลูกค้าสามารถนำพาองค์กรไปสู่ธุรกิจยุคใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด

“เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี เราเชื่อว่าเราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนทางด้านประชากรศาสตร์ และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดจนวิถีการทำงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยไม่ควรคำนึงถึงเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเดียวเท่านั้น แต่การจะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดและก้าวหน้าในยุคใหม่นี้ องค์กรต่างๆ ควรสร้างรากฐาน เพื่อก้าวสู่การเป็นสถานที่ทำงานอย่างชาญฉลาด นั่นหมายถึงการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์กับตัวองค์กรเอง ผนวกกับนวัตกรรมใหม่ๆ นี้ ในด้านเทคโนโลยีคอมพิวติ้งค์ รวมถึงบริการ PCaaS  เทคโนโลยี AI  การทำงานอย่างแบบมัลติดีไวซ์และเทคโนโลยี AR ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอนาคตได้อย่างครอบคลุมที่สุด ” กล่าวโดยคุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว ประจำภูมิภาคอินโดจีน

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 46 พันล้านเหรียญสหรัฐข้อมูลจากบริษัท Fortune 500 และเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจคอนซูเมอร์ คอมเมอร์เชียล และเอ็นเตอร์ไพรซ์ ที่ผ่านมาผลงานของเลอโนโวนั้นเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม พีซี (รวมไปถึงสินค้ายอดนิยมอย่างผลิตภัณฑ์ในตระกูล Think และ Yoga มัลติโหมด) เวิร์คสเตชั่น เซอร์เวอร์ หน่วยความจำ/พื้นที่จัดเก็บข้อมูล สมาร์ททีวี และผลิตภัณฑ์ตระกูลโมบายเช่น สมาร์ทโฟน (รวมไปถึงโมโตโรล่า) แท็บเล็ต และ แอปพลิเคชันร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราที่ LinkedIn ติดตามเราบน Facebook หรือ Twitter (@Lenovo) หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ http://www.lenovothailand.com/

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น