รีวิว Vivo V11 ดีไซน์งามหยดย้อย ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ

Landing Page ฟอรั่ม Google รีวิว Vivo V11 ดีไซน์งามหยดย้อย ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ

  • This topic has 0 ข้อความตอบกลับ, 1 เสียง, and was last updated 1 year มาแล้ว by  Happyman. This post has been viewed 215 times
กำลังดู 0 ความเห็น
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
    • #112066
      Keymaster
      Happyman
      Keymaster

        Vivo V11 สมาร์ทโฟน Mid-range รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมความครบเครื่องรอบด้าน อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล นับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากเรือธง Vivo X21 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากเทคโนโลยีที่จัดเต็มแล้ว Vivo V11 ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ไล่ระดับเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อีกทั้งยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Halo FullViewTM Display ที่มีความสวยงามคมชัด ขนาดใหญ่เต็มตา 6.41 นิ้ว โดยมีพื้นที่แสดงผลสูงถึง 91.27% แถมขอบจอยังบางเฉียบเพียง 1.76 มม. อีกด้วย ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์หรือเล่นเกมได้อรรถรสที่เติมเต็มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี AI อันชาญฉลาดที่พร้อมขับเคลื่อนการใช้งานได้เต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ รวมไปถึงกล้องที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดีในทุกสถานการณ์จากความฉลาดของตัว AI โดย Vivo V11 ถือว่าเป็นรุ่นสานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ V9 ได้อย่างลงตัว

        สเปคเบื้องต้น Vivo V11

        ● จอแสดงผล Halo FullViewTM Display ชนิด Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล กระจกโค้ง 2.5D
        ● ซีพียู Qualcomm Snapdragon 660AIE Octa-core
        ● จีพียู Adreno 512
        ● แรม 6GB
        ● หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card สูงสุดที่ 256GB
        ● กล้องหลังคู่ 12 MP, f/1.8, 1/2.8″, dual pixel PDAF + 5 MP, f/2.4, depth sensor autofocus, LED flash
        ● กล้องหน้า 25 MP, f/2.0
        ● รองรับ 3G/4G ทุกคลื่นความถี่ในไทย
        ● ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.5 (บนพื้นฐาน Android 8.1)
        ● แบตเตอรี่ความจุ 3400mAh รองรับฟีเจอร์ชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging
        ● ขนาดตัวเครื่อง 157.91 x 75.08 x 7.9 ม.ม.
        ● น้ำหนัก 156 กรัม
        ● สี Nebula (ม่วง-น้ำเงิน), Starry Night (ดำ-น้ำเงิน)
        ● ราคาวางจำหน่าย 13,990 บาท

         

        Packaging & Accessories

        ตัวกล่องแพ็กเกจมาในขนาดกะทัดรัดและเลือกใช้โทนสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายเหมือนเช่นเคย ด้านหน้ากล่องพิมพ์รูปตัวเครื่องพร้อมโชว์จุดขายด้วยรูปลายนิ้วมือซึ่งสื่อไปถึงนวัตกรรม In Display Fingerprint Scanning อันลื่อลั่นต่อจากรุ่นพี่ Vivo X21 นั่นเอง

         

        ด้านหลังกล่องนำเสนอฟีเจอร์หลักอันเป็นจุดขาย ซึ่งประกอบไปด้วย ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในจอแสดงผล, กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยความฉลาดล้ำจาก AI, และระบบชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging

         

        สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาจะประกอบไปด้วย

        1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
        2. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม
        3. เคสซิลิโคนชนิดใส

        4. สาย Micro USB + อแดปเตอร์ชาร์จ OUTPUT 5V-2A, 9V-2A รองรับระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging

         

        5.หูฟังสมอลทอร์คแบบอินเอียร์

         

         

        Design & Hardware

        เป็นอีกครั้งสำคัญสำหรับความเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ของสมาร์ทโฟนจากค่าย Vivo โดยในปัจจุบันเราก็คงจะพอมองเห็นแล้วว่าเทรนด์การออกแบบของสมาร์ทโฟนยุคนี้ จะมี Notch หรือรอยบากบนหน้าจอ พร้อมดีไซน์การไล่เฉดสีของตัวเครื่องที่รังสรรค์จากแรงบันดาลใจอันมาจากธรรมชาติเป็นจุดขายหลักนั่นเอง โดย Vivo V11 มาพร้อมดีไซน์รอยบากครึ่งวงกลมในลักษณะของรูปทรงหยดน้ำ ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน และแน่นอนว่าส่งผลให้หน้าจอแสดงผลนั้นมีพื้นที่ต่ออัตราส่วนของตัวเครื่องที่สูงถึง 91.27% แถมขอบจอยังบางเฉียบเพียง 1.76 มม. เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีอัตราการแสดงผลต่อตัวบอดี้สูงลำดับต้น ๆ ของตลาดสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้

        ส่วนดีไซน์การไล่เฉดสีของตัวเครื่อง ทาง Vivo เอง มีการทำ R&D อย่างหนัก และรังสรรค์ Vivo V11 ออกมาด้วยแรงบันดาลใจจากแสงและเงาในโทนสี Starry Night โดยมีแนวคิดจากท้องฟ้าในยามค่ำคืน และผสมผสานความงามระหว่างสีดำและสีน้ำเงิน ส่วนโทนสี Nebula นั้นกำเนิดจากความสว่างของดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับในท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้เกิดเฉดสีฟ้าและม่วงสีม่วงของเนบิวลา ซึ่งให้ฟิลลิ่งประหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาลที่ย่อลงมาสู่มือของผู้ใช้งานนั่นเอง

        ในภาพรวมภายนอก Vivo V11 มาพร้อมดีไซน์ฝาหลังแบบ 3D ที่เน้นความโค้งเว้า พร้อมสอดรับเข้ากับสรีระศาสตร์แถมยังมีน้ำหนักที่เบา จึงทำให้การจับถือมีความกระชับและรู้สึกถนัดมือดีมาก ส่วนในแง่ของงานประกอบ ต้องชมเลยว่า Vivo V11 มีความเรียบร้อยแข็งแรง แน่นหนาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยเมื่อลองกดลองบีบแรง ๆ ก็ไม่พบ defect ในด้านของวัสดุและงานประกอบแต่อย่างใด ตรงนี้ Vivo ยังคงรักษามาตรฐานที่ถือว่าเป็นจุดแข็งจุดขายของทางค่ายไว้ได้อย่างเหนี่ยวแน่น

         

        คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

        ฝาหลังไล่โทนเฉดสีแบบเกลี่ยเล่นระดับได้อย่างงดงาม พร้อมให้สีสันและเปล่งประกายระยิบระยับงามจับตาเมื่อยามกระทบแสงอาทิตย์ หรือแสงไฟนีออน

         

        หน้าจอแสดงผลมาพร้อมเทคโนโลยี Halo FullViewTM Display โดยใช้พาเนลชนิด Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ที่ความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล พร้อมกระจกโค้ง 2.5D สำหรับจุดเด่นของจอแสดง Halo FullViewTM Display บน Vivo V11 ก็คือมีค่า DCi P3 color gamut สูงถึง 99.5% เลยทีเดียว ซึ่งถ้าให้อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ จอแสดงผลของ Vivo V11 มีการแสดงผลของสีสันที่ให้ความสมจริงอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงมาก หากใครที่ชื่นชอบถ่ายรูปและอยากรู้ว่ารูปที่เราถ่ายออกมาให้สีสันตรงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงเหมือนที่ตาเห็นหรือไม่ จอแสดงผลของ Vivo V11 สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดีเลยครับ

         

        สำหรับลำโพงสนทนาจะอยู่ที่ด้านบนสุด โดยออกแบบให้กลมกลืนไปกับขอบของตัวเครื่องได้อย่างลงตัว สำหรับกล้องหน้าจัดวางเลย์เอาท์ไว้ภายในรอยบาก ทำให้ได้พื้นที่แสดงผลที่ใหญ่เต็มตา ตอบทุกโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว และอีกสิ่งที่น่าประจับก็คือ Vivo V11 นั้นติดฟิลม์กันรอยมาให้ตั้งแต่โรงงาน ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะหาฟิลม์ยากเพราะดีไซน์ที่แตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในท้องตลาด

         

        กล้องหลังคู่ Dual Camera ออกแบบจัดวางเลย์เอาท์ไว้ในกรอบสแตนเลสสีทอง ที่ช่วยเพิ่มหรูหราพรีเมี่ยม และมาพร้อมไฟแฟลช LED 1 ดวง ตัวกล้องหลังเลือกใช้เซ็นซอร์แบบ dual pixel ที่มีควาสามารถในการจับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วแม่นยำเพียง 0.03 วินาที สำหรับเซ็นเซอร์ตัวแรกจะมีความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล (โดย 2 เซ็นเซอร์รวมกันเป็น 24 ล้านพิกเซล) มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 และพิกเซลไซส์ขนาด 1.28μm ส่วนกล้องตัวที่ 2 ให้ความละเอียดมาที 5 ล้านพิเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 พร้อม depth sensor ที่ช่วยตรวจจับความลึกหรือระยะห่างของตัววัตถุ ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมโบเก้ได้อย่างสวยงามในสไตล์กล้อง DSLR

         

        ด้านบนของตัวเครื่องจะมีไมค์บันทึกเสียงและยังเป็นไมค์ที่ใช้ในการตัดเสียงรบกวนอีกด้วย

         

        ด้านล้างประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมค์สนทนา, พอร์ต Micro USB, และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ในด้านของคุณภาพเสียงลำโพงของ Vivo V11 ต้องบอกว่าน่าประทับใจครับ แม้จะเป็นลำโพงแบบโมโนแต่ก็ให้สุ้มเสียงที่ดีเกินคาด ทั้งในด้านความดังและความใสเคลียร์ และเมื่อเปิดเร่งระดับเสียงจนสุดเสียงที่ออกมาก็ไม่แตกพร้าแต่อย่างใด

         

        ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์จะอยู่ที่ฝั่งขวาของตัวเครื่อง

         

        สำหรับฝั่งซ้ายจะเป็นที่อยู่ของ ช่องถาดซิม+การ์ด MicroSD

        หนึ่งในจุดเด่นของ Vivo V11 คือการให้ช่องถาดซิมมาแบบ Triple slot ทำให้สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อม ๆ กับการใส่หน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ซึ่งเป็นข้อดีเหนือว่าถาดแบบไฮบริดที่มักนิยมใช้กันในสมาร์ทโฟนยุคนี้

         

        ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo V11

         

        เป็นครั้งแรกของซีรีส์ V ที่ได้มีการนำนวัตกรรมอันล้ำสมัย In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล นับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากเรือธง Vivo X21 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าทำให้ผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ในง่ายขึ้นอีกด้วย

         

        สำหรับการทำงานของ In-Display Fingerprint Scanning จะไม่แตกต่างไปจากเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบปรกติทั่ว ๆ ไป โดยตัวเซ็นเซอร์จะแสดงผลเป็นรูปไอคอนรอยนิ้วมืออยู่ที่ด้านล่างของจอแสดงผล (จะดับไปเองเมื่อเข้าสู่โหมดสแตนบาย) การปลดล็อคเพียงแค่แตะลงไปเบา ๆ ไม่ต้องออกแรงกดลงน้ำหนักมากกว่าปรกติแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อคหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ ซึ่งช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

        ในแง่ของความเร็วถือว่ามีความใกล้เคียงกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบปรกติ ส่วนเรื่องของความแม่นยำนั้นต้องบอกเลยว่าทำได้ดีมาก ๆ เช่นกันครับ

         

         

        การเซ็ตอัพหรือการเพิ่มลายนิ้วมือเข้าไปในระบบ จะใช้วิธีเดียวกับการเพิ่มลายนิ้วมือบนเซ็นเซอร์ที่มีให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไปครับ ผู้ใช้งานไม่ต้องปรับตัวหรือต้องทำอะไรเป็นพิเศษ อธิบายแบบง่าย ๆ เคยใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบปรกติมาอย่างไร เมื่อมาใช้งาน Vivo V11 ก็ใช้งานเหมือนเดิมนั่นเองครับ

         

        ในด้านระบบรักษาความปลอดภัย นอกจากเทคโนโลยี In-Display Fingerprint Scanning ที่เป็นจุดขายหลักแล้ว Vivo V11 ยังมาพร้อม face unlock ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า โดยมาพร้อมอินฟาเรดทำให้ความแม่นยำของ Face Access นั้นเพิ่มมากขึ้น สามารถแสดงจุดต่าง ๆ บนใบหน้าได้ถึง 1,024 จุด ซึ่งส่งผลให้ให้การปลดล็อคโทรศัพท์ได้ง่ายและรวดเร็วแม่นยำ แม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา

         

        Vivo V11 มาพร้อมจอแสดงผล Halo FullViewTM Display ชนิด Super AMOLED ที่ให้สีสันสว่างสดใส มีความคมชัด สามารถแสดงขอบเขตสีได้สมจริงแม่นยำ อีกทั้งยังมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.41 นิ้ว แต่ตัวบอดี้นั้นไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย เพราะ Vivo V11 ออกแบบดีไซน์รอยบากในรูปทรงหยดน้ำ อีกทั้งยังมีขอบจอที่บางเฉียบเพียง 1.76 มม. จึงส่งผลให้มีพื้นที่แสดงผลต่อตัวบอดี้สูงถึง 90.8% เลยทีเดียว เมื่อผสานรวมกับอัตราส่วน 19.5:9 และความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล ทำให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง YouTube, Netflix รวมไปถึงการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

         

        ฟีเจอร์ยอดนิยมของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ต้องมีการแบ่งหน้าต่างเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งบน Vivo V11 นั้นเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านบนขอบจอลงมาด้านล่าง ก็จะสามารถใช้งาน 2 แอปในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที อีกทั้งเรายังสามารถเรียกใช้งานมัลติทาส์กกิ้งหรือโหมดแบ่งหน้าจอ ด้วยการเข้าไปที่แผงการตั้งค่าด่วน (ปัดขอบจอจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน) โดยเลือกไปที่ไอคอน “มัลติทาส์กกิ้ง” นอกจากนี้ยังสามารถแยกหน้าจอข้อความโดยตั้งค่าให้เป็นแบบไอคอนลอยตัว ซึ่งจะสามารถเข้าถึงโหมด .มัลติทาส์กกิ้ง” ได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย

         

        ระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging จากการทดสอบจริง เมื่อลองชาร์จเมื่อระดับแบตเตอรี่เหลือที่ 10% ไปจนถึงระดับ 53% ใช้เวลาในการชาร์จเพียง 35 นาที ถือว่าชาร์จได้ไวน่าประทับใจครับ ทั้งนี้ควรใช้ สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่องนะเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

         

        โหมดเกม นอกจากการปรับแต่งทางด้านสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังมาพร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในด้านการแจ้งเตือนอีกด้วย อาทิการปฏิเสธสาย/การรับสายในแบบเบื้องหลัง / การบล็อคการแจ้งเตือน / สามารถแสดงคีย์บอร์ดในขนาดย่อส่วน เพื่อให้การเล่นเกมบน Vivo V11 มีความราบลื่นต่อเนื่อง โดยไม่มีอาการสะดุดติดขัดมารบกวนใจในขณะเล่นเกม ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถตอบโจทย์คอเกมหรือผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมอย่างจริงจังได้เป็นอย่างดีเลยครับ

         

        Software & Feature

        เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.5 (บนพื้นฐาน Android 8.1) ในด้านยูสเซอร์ อินเทอเฟซ ภาพรวมยังให้ฟิลลิ่งไม่ต่างไปจากสมาร์ทโฟนร่วมค่าย ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้งานสะดวก แต่ก็สามารถปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่นจากธีมที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย ซึ้งพร้อมตอบกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการเปลี่ยนรูปลักษณ์การใช้งานในสไตล์ที่ชื่นชอบได้อย่างลงตัว

         

        Vivo V11 มาพร้อม Jovi AI Engine ผู้ช่วยอันชาญฉลาด โดย Jovi Smart Scene จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการอัพเดตสภาพอากาศพร้อมการแจ้งเตือนการเดินทาง, การออกกำลังกายที่มีการเก็บสถิติครบถ้วน การแจ้งเตือนสิ่งที่ต้องทำ และการแจ้งเตือนในกีฬาที่เราชื่นชอบ เช่นแมตช์การแข่งขันในสัปดาห์นี้เป็นต้น

        นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ผู้ช่วยที่เราน่าจะคุ้นเคยกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ Google Lens ที่ช่วยเชื่อมโยงความสามารถในด้านการค้นหาร่วมกับกล้องถ่ายรูปได้อย่างลงตัว เช่นเรายกกล้องไปที่วัตถุ อย่างเช่นผลไม้หรือตึกอาคารต่าง ๆ ตัว Google Lens สามารถที่จะระบุสถานที่ หรือรายละเอียดของวัตถุนั้น ๆ ออกมาทำให้เราได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นต้น

        สำหรับอีกหนึ่งผู้ช่วยก็คือ Google Assistant ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราผ่านคำสั่งเสียง ซึ่งรองรับการทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการเล่นเพลงหรือวีดีโอ การโทร/การส่งข้อความ การนำทาง ช้อปปิ้งหรือกระทั้งการจองตั๋วเครื่องบินก็ยังทำได้เช่นกัน ถือว่า Vivo V11 มาพร้อมผู้ช่วยที่ทำให้ชีวิตเราความสะดวกสบายได้อย่างแท้จริงเลยครับ

         

        ฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรของ Vivo V11 มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

        ฟีเจอร์อื่น ๆ ในด้านการโทรที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วนและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน เช่นฟีเจอร์บล็อคสาย บล็อคข้อความ ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถบันทึกสายขณะโทรได้โดยตรง ไม่ต้องลงแอปเพิ่มเติมแต่อย่างใด

         

        สำหรับปุ่มนำทาง เราสามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

        สำหรับ Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเองครับ

         

        โหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ทโฟนของค่ายวีโว่ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่นปลดล็อคด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ, การแจ้งเตือน, การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

         

        โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของทางค่ายวีโว่ โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาว ๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวีดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว

         

        โหมดมอเตอร์ไซค์และโหมดสำหรับเด็ก เป็นโหมดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจาก Vivo ไปยังลูกค้าหรือผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างโหมดเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้ ที่เด็กเล็กบางกลุ่มสุ่มเสียงที่จะมีสมาธิสั้น อารมณ์ร้อนและมีพฤติกรรมก้าวร้าวจากการติดเกม ติดโทรศัพท์, Tablet ของผู้ปกครองนั่นเอง ส่วนโหมดมอเตอร์ไซค์ตรงนี้แม้จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเป็นหลักที่จะเลือกปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งการสวมใส่หมวกกันน็อค การปฏิบัติตามกฎจราจร ฯลฯ แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงบวกที่น่าชื่นชมมาก ๆ ครับ

         

        ปิดท้ายกันไปด้วยการจัดสรรพลังงานบน Vivo V11 ครับ

        ในภาพรวมต้องบอกว่า Vivo V11 นั้นมีแบตที่อึดอย่างน่าประทับใจ หากเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไปไม่ได้เน้นเล่นเกม สามารถใช้งามได้ครบ 1 วันแบบสบาย ๆ ตรงนี้นอกจากแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาสูงถึง 3400mAh แล้ว ต้องบอกว่า Vivo V11 ปรับแต่ง Firmware มาได้ดีมาก ทำให้การจัดสรรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         

        Benchmarks & Performance

        ด้วยขุมพลัง Snapdragon 660 แน่นอนว่าไม่ได้แรงเทียบเท่าซีรีส์ 8xx แต่ก็จะมีความโดดเด่นในด้านการจัดสรรพลังงาน รวมไปถึงรองรับ AIE (Artificial Intelligence Engine) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานในภาพรวมร่วมกับ Software หรือแอพพลิเคชั่นอันหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ส่วนในแง่ผลคะแนน Benchmarks ถือว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มาพร้อมความลื่นไหล และความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้แบบสบาย ๆ แถมยังมีจุดเด่นตรงที่มาพร้อม RAM ถึง 6GB แบบ DDR4 อีกด้วย รวมไปถึงเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ Gyroscope, Magnetomete, Accelerometer ส่วนภาครับสัญญาณ GPS ก็มีความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

         

        Multimedia & Entertain

        Music Player มาพร้อมจุดเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ DeepField เอฟเฟ็กต์เสียงที่พัฒนาโดย Vivo ทำให้เสียงที่ได้มีความนุ่มลึก คมชัดใสเคลียร์ รองรับการจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 360องศา อีกทั้งยังปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง Vivo V11 นั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ

         

        มีวิทยุ FM แบบทศนิยมหนึ่งจุดมาให้ใช้งาน ในภาคสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้ครับ ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลัง

         

        VDO Player บน Vivo V11 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

         

        ลองทดสอบเกมฮิต ๆ ในช่วงนี้ดูบ้าง

        Asphalt 9 มาพร้อมกราฟฟิกสวยงาม แน่นอนว่าต้องการทรัพยากรทางด้าน Hardware ที่แรงอยู่ไม่น้อย ซึ่ง Vivo V11 นั้นเล่นเกมนี้ได้ลื่นไหลใช้ได้เลยครับ และไม่พบเจอการสะดุดหรือหน่วงจนผิดปรกติแต่อย่างใด

         

        PUBG สามารถเล่นในระดับความละเอียดระดับกลางได้อย่างลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วงสะดุดติดขัดให้หัวร้อนแต่อย่างใด ส่วน ROV ลากเฟรมเรทสูง ๆ แบบยาว ๆ ในทุกฉากไม่มีตก ไม่ว่าจะช่วงเดินเล่นชิล ๆ หรือยกพวกตะลุมบอนหมู่

        สรุป Vivo V11 จัดเป็นสมาร์ทโฟน Mid-Range อีกหนึ่งรุ่นในตลาด ที่สามารถตอบโจทย์คอเกมได้เป็นอย่างดีเลยครับ

         

         

        Camera & Sample

        กล้องหลังคู่ของ Vivo V11 อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะไม่มีความรู้ ความชำนาญในด้านการถ่ายรูปมาก่อนก็ตาม เช่นฟีเจอร์ AI Scene Recognition ที่สามารถตรวจจับวัตถุหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่หลังกล้องให้แบบอัตโนมัติ จากนั้นจะทำการแยกประเภทพร้อมปรับตั้งค่าการถ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ เช่นเราส่องกล้องไปที่อาหาร ก็จะมีไอค่อนรูปอาหารแสดงขึ้นมาในมุมล่างซ้ายของจอแสดงผล จากนั้นตัว AI ก็จะทำการประมวลผลพร้อมปรับแต่งให้ภาพที่ถ่ายออกมาแล้วมีความสมบูรณ์ที่สุด

         

        สำหรับฟีเจอร์ไฮไลท์ที่เคยมีให้ใช้งานบน Vivo V9 หรือ X21 ก็ยังคงให้มาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น AR Stickers, Bokeh Portrait mode, พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้ามาให้ใช้งานอีกด้วย เช่น AI Low Light ที่ใช้หลักการทำงานเดียวกับโหมด HDR นั่นก็คือการถ่ายภาพซ้อนแบบหลาย ๆ เฟรมจากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดนอยซ์แล้ว ภาพที่ได้ยังมีความสว่างและคมชัดที่ดีขึ้นอีกด้วย

         

        กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียดจัดเต็ม 25 ล้านพิกเซล แน่นอนว่าจุดขายยังคงเป็น AI Face Beauty ที่สามารถใช้ความฉลาดจาก AI มาช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีความสนุกและได้ผลลัพธ์อันน่าประทับใจ แถมยังมีโหมด 3D Face Shaping ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด

        ในส่วนของตัวแอปอัลบั้มบน Vivo V11 ก็มีความฉลาดล้ำด้วย AI ที่ช่วยแยกพร้อมระบุประเภทภาพถ่ายให้โดยอัตโนมัติ โดยแยกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ แกลลอรีรูปภาพ, อัลบั้ม, การระบุภาพ AI เพื่อการค้นหาในภายหลังได้อย่างสะดวกง่ายขึ้น

         

        ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto โดยที่ยังไม่ใช่ AI Face Beauty ภาพที่ได้ให้ความคมชัดที่ดี และสกินโทนก็ก็ดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตาแต่อย่างใด

         

        ลองเปิดใช้งาน AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงาม ขึ้นแบบสัมผัสได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ

         

        นอกจากโหมด AI Face Beauty จะให้ภาพที่ดูสวยงามมีความเป็นธรรมชาติแล้ว Vivo V11 ยังมีโหมด 3D Face Shaping ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส, ปรับโครงสร้างใบหน้า, ปรับให้ดวงตากลมตา, ริมฝีปากอิ่ม, จมูกเรียวโด่ง, คางเรียว เป็นต้น

         

        ฟีเจอร์ AI Selfie Lighting จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเซลฟี่ ซึ่งจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม โดยอัลกอริทึม AI ของ V11 จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมาโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้ทั้งแบบ Natural Light, Studio Light, Stereo Light, Loop Light, Rainbow light, และ Monochrome background

        Natural Light แสงธรรมชาติ

         

        Studio Light, ไฟสตูดิโอ

         

        Stereo Light ไฟสเตอริโอ

         

        Loop Light ลูปไลท์

         

        Rainbow light แสงรุ้ง

         

        Monochrome background ภาพพื้นหลังแบบขาวดำ

         

        AI Blacklight HDR ประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือ เมื่อเราถ่ายเซลฟี่ในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างมาก ๆ หรือเมื่อย้อนแสง ถ้าเปิด HDR จะช่วยในเรื่องการเกลี่ยสภาพแสงโดยรวมและดีเทลของภาพให้มีความสมดุล อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้าของเราไม่ดำเนื่องจากการถ่ายย้อนแสงอีกด้วย

        ตัวอย่างภาพทางซ้ายมือจะเห็นว่าท้องฟ้าและฉากหลังนั้นสว่างจ้าจนเกินไป ส่วนภาพขวาเมื่อเปิด HDR แล้วจะมีการเกลี่ยแสงที่สมดุล อีกทั้งสามารถดึงรายละเอียดกลับมาทั้งใบไม้และท้องฟ้าที่ด้านหลัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา

         

        AR Stickers ฟีเจอร์เด่นจากรุ่นพี่ Vivo V9 อารมณ์ประมาณการใส่อีโมจิหรือสติ๊กเกอร์ 3D น่ารัก ๆ ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งลงไปในรูปถ่ายของเรา โดยรองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและหลัง สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้โหมด AR Selfie สามารถที่จะดีเทคจับภาพได้มากกว่า 1 ใบหน้าพร้อมกัน ทำให้เมื่อเราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ตัวกล้องก็จะใส่ AR Stickers ให้เพื่อนที่อยู่ในเฟรมของเราด้วย

         

        ฟีเจอร์ใหม่บน Vivo V11 ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้สวยงามและสะดวกง่ายดายขึ้นก็คือ AI Portrait Framing นั่นเอง โดยฟีเจอร์นี้ จะตรวจจับภาพใบหน้าบุคคลที่อยู่ในเฟรม พร้อมแนะนำการหันกล้องไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งก็คือการจัดองค์ประกอบของภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดนั่นเอง ตรงนี้ช่วยในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลได้ดีมาก แม้เราจะถ่ายรูปไมเก่งก็ตาม

         

        คุณภาพกล้องหลังของ Vivo V11 อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมากครับ ทั้งความคมชัดและความแม่นยำของไวท์ บาลานซ์ แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่วันถ่ายจริงนั้นเกิดฝนตก อากาศครึ้ม ๆ ไม่มีแสง เลยทำให้ภาพออกมาในโทนอันเดอร์ไปบ้าง

         

        รูปนี้ใช้โหมด Auto ในการถ่าย เพื่อไว้ลองเปรียบกับ Bokeh Portrait mode

         

        เปิดใช้งาน Portrait mode โดยภาพที่ออกมานั้น สามารถละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนตา แถมยังเก็บดีเทลรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นปรอยผม หรือพวกเส้นขอบของเสื้อผ้าได้ค่อนข้างดีอีกด้วยครับ

         

        Auto mode & Portrait mode

         

        Auto mode & Portrait mode

         

        Auto mode & Portrait mode

         

        Auto mode & Portrait mode

         

        Portrait mode

         

        สำหรับกล้องหลังของ Vivo V11 ก็มี AI Face Beauty มาให้ใช้งานไม่ต่างไปจากกล้องหน้าเลยครับ รวมไปถึงฟีเจอร์ Face Shaping ด้วย เรียกว่ากล้องหน้าทำได้อย่างไร กล้องหลังก็ทำได้ไม่แตกต่างกันเลยครับ

         

        ในโหมด AI Face Beauty สามารถเปิดใช้ Portrait mode ทำให้ภาพภาพที่ออกมานอกจากความสวยงามของ Face Beauty แล้ว ยังได้เรื่องของมิติของการละลายฉากหลังจากโหมด Portrait อีกทางหนึ่งด้วย

         

         

        จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังของ Vivo V11 กันต่อได้เลยครับ

         

        คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่


        เปรียบเทียบการเปิดใช้งาน HDR off – HDR on

         

        AI Low Light ที่ใช้หลักการทำงานเดียวกับโหมด HDR นั่นก็คือการถ่ายภาพซ้อนแบบหลาย ๆ เฟรมจากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดนอยซ์แล้ว ภาพที่ได้ยังมีความสว่างและคมชัดที่ดีขึ้นอีกด้วย

         

         

         

        สรุป Vivo V11

        ข้อดี

        1. เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ In-Display Fingerprint Scanning เหมือนรุ่นพี่ Vivo X21

        2. ดีไซน์สวยงาม ด้วยการไล่ระดับเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อีกทั้งตัวฝาหลังยังเป็นแบบ 3D ที่โค้งรับเข้ากับสรีระศาสตร์ทำให้จับถือได้กระชับถนัดมือดีมาก

        3. ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้ามาพร้อมอินฟาเรด ทำให้ปลดล็อคได้รวดเร็วแม่นยำด้วย แม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืด

        4. หน้าจอแสดงผล Halo FullViewTM Display สวยงามคมชัด และเลือกใช้ดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำ อีกทั้งยังมีขอบจอบางเฉียบ ส่งผลให้มีอัตราแสดงผลสูงถึง 90.8% ทำให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง Youtube หรือ Netflix และเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

        5. กล้องหน้าหลัง/ ขับเคลื่อนด้วย AI อันชาญฉลาด และมีฟีเจอร์เด่น ๆ มากมาย ช่วยให้การถ่ายรูปสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะไม่ได้มีความสามารถด้านการถ่ายภาพมาก่อนก็ตาม

        6. การจัดสรรพลังงานทำได้ค่อนข้างดี การใช้งานทั่ว ๆ ไป สามารถใช้งานได้ครบวัน และยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว (Dual-Engine Fast Charging)

        7. การเชื่อมต่อให้มาอย่างครบถ้วน รวมไปถึงรองรับ Full Netcom 4.0 และ Dual VoLTE

        8. ถาดซิมแบบTriple slot ทำให้สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อม ๆ กับการใส่หน่วยความจำภายนอก MicroSD Card

         

         

        สิ่งที่ต้องพิจารณา

        1. ไม่มี NFC
        2. พอร์ตชาร์จยังเป็น Micro USB

         

         

        สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ

        • กระทู้นี้ถูกดัดแปลง 1 year มาแล้ว โดย  Happyman

        นักเขียน บทความและรีวิว สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทุกชนิด Smartphone | Tablet | Gadget | Enterprise IT | Social Media | Wearable | IoTs | Digital Content | Everyting Jingle Bell |

    Go To Topic Listing: Google
    กำลังดู 0 ความเห็น
    • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้
    ผู้แวะเวียนเข้ามาเมื่อ 15 นาที ที่ผ่านมา: สมาชิก 0 ท่าน, Guests 245 ท่าน
    No users are currently active
    สมาชิกที่แอคทีฟเมื่อ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา: สมาชิก 7 ท่าน, Guests 10044 ท่าน
    tcvaio, zaint, galata galata, Chainkubpom, Tanapat, joy669706, Happyman
    สมาชิกคนล่าสุด คือ คุณ whitebeer ยินดีต้อนรับครับ
    สมาชิกออนไลน์พร้อมกันมากสุดเมื่อ 24 Feb 2019 08:48 น. จำนวน 9 ท่าน