บอกเล่า Linksys Velop Mesh’s wifi

Landing Page ฟอรั่ม IT Technology บอกเล่า Linksys Velop Mesh’s wifi

ติดป้ายกำกับ: 

กำลังดู 0 ความเห็น
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
    • #122411
      Keymaster
      Happyman
      Keymaster

        ช่วง #บอกเล่ากันฟัง หลังจากใช้งาน #linksys #velop #meshwifi มา by Pasit Nut Boonyakiat

        6EB27A93-A323-4C1A-9607-611FAFA114782A8BAC5F-BB86-485D-86E9-40BD709661D3

        ในยุคที่เน็ตบ้านเร็วมาถึง 100+Mbps ทำให้เราต้องมาจัดการระบบเครือข่ายภายในบ้านให้รองรับ ก็เลยคิดว่าจะทำระบบ wireless ภายในบ้านให้ดีขึ้น หลังจากศึกษาข้อมูลมาพักนึง ก็ตัดสินใจว่าจะลอง mesh wifi เพราะไม่อยากเดินสาย และไม่ชอบ wifi router แรง ๆ พวก gaming router ที่หน้าตาดูไม่สวยเอาซะเลย

        บ้านผมเป็นทาวน์โฮมสองชั้น เน็ต FTTH เข้ามาที่บ้านโดยวาง GPON ไว้ชั้นล่าง บริเวณกลาง ๆ หน่อย เป็นโซนห้องนั่งเล่น ดูทีวี ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอน ผนังของบ้านทั้งหมด เป็นอิฐมอญแดง ซึ่งกีดขวางสัญญาณ wifi ค่อนข้างมาก ประกอบกับแถว ๆ บ้านก็มี wifi ของแต่ละบ้านปนกันอยู่เต็มไปหมด (โดยเฉพาะคลื่น 2.4) ส่วนคลื่น 5Ghz นั้นก็ทะลุมาแทบไม่ถึงห้องนอนชั้นบน จะเจอปัญหาสัญญาณมาไม่เต็ม speed net ไม่เต็มมาโดยตลอด บางทีถ้าต้องการสปีดเต็ม ๆ ก็ต้องแบกคอมลงมาชั้นล่าง ให้สัญญาณเสถียร

        ตัวที่เอามาใช้งาน คือ Linksys Velop ตัว Triband แบบ 3 node มาลองดูกัน
        #สเปค
        แต่ละตัว สเปคเหมือนกันเป๊ะ เป็น AC2200 ปล่อยคลื่น 2.4Ghz + 5Ghz สองช่อง (status มันจะแจ้งว่า 5GH กบ 5GL) เป็น 2x2MIMO และรองรับ MU-MIMO ภายในมีเสาสัญญาณ 6 เสา แต่ละตัวมีพอร์ตเชื่อมต่อเพียงแค่ LAN/WAN แบบ autosense ไม่ต้องกลัวเสียบผิดเสียบถูก แล้วก็ช่องเสียบปลั๊กไฟ สวิทช์ ปุ่มรีเซ็ต แค่นี้เอง

        #ดีไซน์
        แต่ละ node มาในรูปทรงสูง วางแนวตั้ง สีขาว ๆ ดูคล้าย ๆ airport extreme ย่อส่วนลงมา มีรูระบายอากาศที่ผนังสองด้าน และด้านบน ช่องเสียบสายทั้งหมดซ่อนไว้ด้านใต้ ไฟสถานีมีเพียงดวงกลม ๆ ดวงเดียว ผมชอบการออกแบบสไตล์นี้มาก ดูดีกว่าเราเตอร์แนวแมงกะพรุนเยอะเลย เอาไปวางไว้ตรงไหนก็สวย วางประดับบ้านได้ แถมวัสดุก็ดีมาก ๆ งานประกอบแน่นหนา น้ำหนักแบบมีมวลกำลังดี ไม่เบาหวิวจนแทบจะปลิว

        กล่องใหญ่โต และสวยงามมาก ฝากล่องเป็นแม่เหล็ก ทั้งหมดทำให้รู้สึกพรีเมี่ยมขึ้นมาเยอะ

        ปลั๊กไฟแบบ AC adapter ตัวใหญ่มาก เป็นก้อนสี่เหลี่ยมเสียบกับปลั๊กไฟเลย มาพร้อมขาสำหรับประเทศต่าง ๆ เปลี่ยนได้ง่าย

        #การติดตั้ง
        เริ่มจากหยิบมา 1 node ตัวไหนก็ได้ มันเหมือนกันหมด (ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่มีระบุตัว start node ชัดเจน) เราติดตั้งแบบเบสิค ให้ GPON จาก ISP ทำงานแบบ route mode ไปก่อน โหลด app linksys มาลงบนมือถือ เปิดแอพขึ้นมา ตัวแอพจะมี wizard แนะนำตลอดเลย ตั้งแต่ setup new product แล้วก็มีให้เลือก setup velop เลย จากนั้นหน้าจอก็จะแนะนำเราไปเรื่อย ๆ ให้ต่อสายยังไง เสียบระหว่าง GPON (หรือบ้านใครใช้ ADSL/Docsis ก็ต่อกับ modem นั่นแหละ) มาเข้า velop node ตัวแอพจะค้นหา node เอง แล้วก็จัดการ config ให้เอง พร้อมให้เรากำหนด wifi name/password ขอคอมเม้นท์ว่าการเซ็ตอัพใช้เวลาค่อนข้างนาน จนนึกว่าแฮงค์ แต่มันก็ยังทำงานอยู่นะ ทีนี้ พอเสร็จ node แรก แอพจะถามเราว่าเชื่อม node ถัดไปเลยมั๊ย มันก็จะบอกให้เราหยิบ node 2 ไปเสียบปลั๊ก ในตำแหน่งที่เราจะเอาไปวาง ซึ่งถ้ามันไม่ค่อยเหมาะสมในเรื่องสัญญาณตัวแอพมันจะบอกเอง

        พอเสร็จ node 2 ก็ทำ node 3 ต่อวิธีเดียวกัน แต่ว่าการ setup แต่ละ node กดคลิก ๆ นิดเดียว แต่ใช้เวลาค้นหา และ config ด้วยตัวแอพเองนานมาก ระหว่างนี้ ไฟสถานะที่ node ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนเป็นสีฟ้านิ่ง ๆ คือทำงานได้ปกติ

        พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็ไปปรับ GPON ทำงานเป็น bridge mode แล้วก็ให้ router velop ทำงานทั้ง DHCP, NAT, Port Forwarding ทุกอย่าง

        จริง ๆ velop สามารถทำงานเป็น bridge mode

        #ทดลองใช้งาน
        node ทั้งสามจะทำงานร่วมกันเป็น wifi system เดียวในชื่อที่เราตั้งไว้ตอนติดตั้งตัวแรก โดยไม่แยกคลื่นความถี่ จะ 2.4Ghz หรือ 5Ghz ก็ใช้ชื่อเดียวกัน และ device ที่มา connect มันก็จะเลือกคลื่นที่ดีที่สุดให้เองอัตโนมัติ

        ในแอพจะสามารถดูได้ว่า มีอุปกรณ์อะไรต่ออยู่บ้าง และแต่ละตัวต่ออยู่กับ node ไหน

        เวลาเราเดินเปลี่ยนห้อง ชั้นบนชั้นล่าง เราก็จะเปลี่ยน node ที่เกาะไปตามตำแหน่งของเรา แบบ seamless ไม่มีสะดุด

        ในการติดตั้งที่บ้าน ผมวาง primary node ไว้ที่ชั้นล่าง ติดกับ GPON ส่วน node 2 ไว้บนห้องนอนใหญ่ชั้นสอง และ node 3 ไว้ในห้องเก็บของชั้นสอง หลบ ๆ ไว้เล็กน้อยไม่ให้ดูรกตา
        ผมชอบ router และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คที่ดูสวยงาม วางไว้เป็นของตกแต่งได้ ตัวเก่า airport extreme นี่ก็สวยงามเหมือนกัน

        ในเรื่องสปีด internet ที่บ้านใช้เน็ต 100/50 ลองเดินดูทั่วบ้าน ชั้นบนชั้นล่าง โรงรถ หน้าบ้าน ขอบอกเลยว่า #เด็ดทุกตารางนิ้ว สปีดไม่มีตก ได้ความเร็วเต็ม ๆ ในทุกจุดในบ้าน เข้าห้องน้ำนั่งดูยูทิวบ์ HD ได้เพลิน ๆ ไม่มีสะดุด (ระวังริดสีดวง) ขนไฟล์ขึ้นลง cloud ได้ปรู๊ดปร๊าดมาก แต่ยังไม่ได้ลอง Lan-to-Lan bandwidth ไว้จะลองย้ายไฟล์ใหญ่ ๆ ระหว่างเครื่องในบ้านดู

        สำหรับการ manage โดยไม่ใช้แอพ ก็ยังคงเข้า IP ของ router ตรง ๆ ได้อยู่เหมือน router อื่น ๆ ทั่วไป และสามารถ login ผ่าน smart wifi มาจากภายนอกเน็ตเวิร์คในบ้านได้อีกด้วย แต่การตั้งค่าบางอย่าง ต้องทำในวง local ในบ้านเท่านั้นนะ

        #mesh
        รูปแบบการเชื่อมต่อในบ้านผม เป็นแบบ A->B->C

        ทดลอง down node B ไป พบว่า wifi ยังคงทำงานไม่มีสะดุด แต่สปีดจะลดลงไป พอเข้าไปดูใน app velop administration มันจะขึ้นแจ้งว่า node นึง offline ไป และการเชื่อมต่อจะไปเกาะกับ node ที่เหลืออัตโนมัติ ทั้งนี้ app มี notification เมื่อ node offline ให้เราทราบด้วย

        ทดลอง down node C ได้ผลเหมือน down node B

        แต่ถ้า down node A ที่ต่อกับภายนอก จะทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เลย (แน่นอน เพราะสัญญาณจากภายนอกมาเข้าตัวนี้ตัวเดียว)

        การสั่ง restart ผ่านแอพ จะเป็นการ restart ทั้งสามตัว มันจะไปสั่งการของมันเอง ซึ่งการ restart ทีนึงก็นานเหมือนกัน อาจเพราะต้องรอให้มาครบสามตัว และการทดลอง restart ด้วยมือ พบว่า ลำดับในการ restart node ไม่ได้มีผลต่อการใช้งาน

        #ความร้อน
        wifi เราเปิดตลอดวันไม่มีปิด ดังนั้นเรื่องความร้อนจึงสำคัญไม่ใช่น้อย ตัว velop นี่ก็ร้อนพออุ่น ๆ ไม่ถึงกับมือพอง แต่ก็ไม่ได้เย็นนัก เรื่องการระบายอากาศเรียกว่าออกแบบมาได้ดี

        #featureอื่น ๆ
        ความสามารถที่ติดมาด้วย ก็อย่างพวก device priority หรือการทำ QoS ซึ่งพอเปิดใช้งานแล้ว สปีดตกทั้งเครื่องในลิสต์และนอกลิสต์ เรียกว่า ทำงานมั่วมาก เลยปิดไปซะ
        Parental Control ก็เหมือนกัน เหมือนพวกอะไรที่มันต้องทำ packet inspection นี่ตัว velop จะไม่เก่งเอาซะเลย ถ้าจะใช้งานจริงจังอาจต้องเอาอุปกรณ์อื่นมาเชื่อมต่อทำหน้าที่ตรงนี้ซะ
        การ access ได้จากภายนอกทุกที่ ทำให้การจัดการกับ router ทำได้ง่ายมาก และเทสสปีดได้จากหน้า management เลย ซึ่งจะเป็นความเร็ว wired internet เอาไว้อ้างอิงได้

        อ้อ velop ไม่มี USB port มาให้เลยนะ ไม่สามารถต่อทำ file sharing หรือ printer ได้

        #เทียบกับrepeater
        เคยลอง repeater มาสองสามตัว ไม่ประทับใจเลยซักตัว สปีดหายไปเยอะ ความเสถียรไม่ค่อยได้ แม้ว่าจะทำ speedtest ได้ดี แต่การใช้งานจริง streaming วีดีโอดูแทบไม่ค่อยได้ เทียบกันแล้ว mesh ดีกว่า repeater มาก ๆ

        #สรุป
        สิ่งที่จ่ายไป ก็คุ้มกับสิ่งที่ได้มาอยู่นะ ในเรื่องของฟังก์ชั่น จริง ๆ แล้วก็มี mesh ตัวอื่นๆ ที่ดีกว่า แถมราคาถูกกว่าด้วย แต่สิ่งที่เทใจให้กับ velop คือ วัสดุ ความสวยงาม สามารถจัดวางได้อย่างง่าย ๆ ในทุกที่ในบ้าน และหน้าตาดี ไม่มีเสาให้เกะกะ และหน้าตาไม่ดูดุๆ เหมือนแมงมุม แมงกะพรุน ซึ่งหน้าตาแบบนั้น ลูกผมไม่ชอบ

        Mesh น่าจะตอบโจทย์สำหรับบ้านที่ไม่ต้องการเจาะเดินสาย LAN แต่ต้องการประสิทธิภาพเน็ตเวิร์คแบบดีมาก ๆ อย่างไรก็ดี ถ้าเป็นบ้านสร้างใหม่หรือตกแต่งใหม่ ก็ยังคิดว่า การเดินสาย LAN ทำ hardwire ไปเลย ยังไงก็น่าจะดีกว่าอยู่ดี

        • กระทู้นี้ถูกดัดแปลง 50 years, 6 months มาแล้ว โดย

        นักเขียน บทความและรีวิว สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทุกชนิด Smartphone | Tablet | Gadget | Enterprise IT | Social Media | Wearable | IoTs | Digital Content | Everyting Jingle Bell |

    Go To Topic Listing: IT Technology
    กำลังดู 0 ความเห็น
    • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้
    ผู้แวะเวียนเข้ามาเมื่อ 15 นาที ที่ผ่านมา: สมาชิก 1 ท่าน, Guests 220 ท่าน
    hong2101
    สมาชิกที่แอคทีฟเมื่อ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา: สมาชิก 11 ท่าน, Guests 5757 ท่าน
    hong2101, Happyman, kaew1995, machalerm, ชยดล เติ้ง สุทธาภาศ, zaint, Siriwat Wongsawa, Teerapol Songmueng, water30, john v., PDAMobiz_PR
    สมาชิกคนล่าสุด คือ คุณ kissslg ยินดีต้อนรับครับ
    สมาชิกออนไลน์พร้อมกันมากสุดเมื่อ 24 Feb 2019 08:48 น. จำนวน 9 ท่าน