ดาวโจนส์ปิดบวก 0.98 จุด นลท.เทขายหุ้นกลุ่มเทคโนฯ

Landing Page ฟอรั่ม PDAMobiz Square เรื่องทั่วไป ดาวโจนส์ปิดบวก 0.98 จุด นลท.เทขายหุ้นกลุ่มเทคโนฯ

กำลังดู 0 ความเห็น
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
    • #143617
      Participant
      pibkiz
      Participant

      วันนี้ (20 ก.พ. 64) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรงตัวเมื่อคืนนี้ (19 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ทะยานขึ้นในช่วงที่ผ่านมาท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเข้าซื้อหุ้นที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจซึ่งจะได้ประโยชน์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นทันทีที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชะลอตัวลง

      ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,494.32 จุด เพิ่มขึ้น 0.98 จุด หรือ +0.0031%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,906.71 จุด ลดลง 7.26 จุด หรือ -0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,874.46 จุด เพิ่มขึ้น 9.11 จุด หรือ +0.066%

      ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 0.1%, ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.7% และดัชนี Nasdaq ลดลง 1.6%

      หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งลดลง 1.51% ขณะที่หุ้นบวกนำโดยกลุ่มวัสดุซึ่งเพิ่มขึ้น 1.84%

      หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นเดียร์ แอนด์ โค และหุ้นแคทเธอร์ พิลลาร์ ซึ่งพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงิน, กลุ่มวัสดุ และกลุ่มพลังงาน ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1%

      หุ้นกลุ่มสายการบินในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจะหันไปให้ความสนใจกับการเดินทางเมื่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านพ้นไป

      แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อาทิ ไมโครซอฟท์, เฟซบุ๊ก, กูเกิล และเน็ตฟลิกซ์ ปรับตัวตามแนวโน้มขาลงที่เกิดขึ้นเกือบทั้งสัปดาห์นี้ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์แตะระดับสูงสุดของวันศุกร์ หลังบริษัทเดียร์ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ และรายงานผลกำไรมากกว่า 2 เท่าในไตรมาสแรก เนื่องจากมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นสำหรับเครื่องจักรในการทำฟาร์มและการก่อสร้างอย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้แรงหนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 58.8 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 71 เดือน จากระดับ 58.7 ในเดือนม.ค. โดยดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะขยายตัว ทั้งภาคการผลิตและบริการ

      ด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 6.69 ล้านยูนิตในเดือนม.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 1.5% สู่ระดับ 6.61 ล้านยูนิต โดยยอดขายบ้านมือสองได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ระดับต่ำ และการขาดแคลนสต็อกบ้านในตลาด และเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 23.7% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว

Go To Topic Listing: เรื่องทั่วไป
กำลังดู 0 ความเห็น
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้
ผู้แวะเวียนเข้ามาเมื่อ 15 นาที ที่ผ่านมา: สมาชิก 1 ท่าน, Guests 246 ท่าน
nuart
สมาชิกที่แอคทีฟเมื่อ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา: สมาชิก 8 ท่าน, Guests 5205 ท่าน
nuart, thestreetsweeper88, sophiaalice, Devin Smith, Johns Matt, samurai08, Happyman, Royal Noobs
สมาชิกคนล่าสุด คือ คุณ thestreetsweeper88 ยินดีต้อนรับครับ
สมาชิกออนไลน์พร้อมกันมากสุดเมื่อ 24 Feb 2019 08:48 น. จำนวน 9 ท่าน