ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

Landing Page ฟอรั่ม PDAMobiz Square เรื่องทั่วไป ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

กำลังดู 0 ความเห็น
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
    • #144218
      Participant
      pibkiz
      Participant

      ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ รอดูผลประชุมเฟดคืนนี้

      ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ รอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนวันนี้ ขณะที่เงินบาทค่อนข้างทรงตัว ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 30.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

      ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 17 มีนาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 30.75/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (16/3) ที่ระดับ 30.73/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

      ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวกรอบแคบเทียบเงินสกุลหลัก ก่อนการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนวันนี้

      ขณะที่ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดลบ 127.51 จุด ภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคานำเข้าที่พุ่งขึ้นเกินคาด ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอาจขยายตัวรวดเร็วขึ้นในปีนี้ และอาจผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ หุ้นฮั่งเส็ง

      นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่จะตามมาจากการที่สหรัฐใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเซซิเลีย เราส์ ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวออกมายอมรับว่า อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดเงินเฟ้อจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โจ ไบเดน

      สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 3.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากพุ่งขึ้น 7.6% ในเดือนมกราคม จากที่คาดว่าจะลดลงเพียง 0.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยการร่วงลงของยอดค้าปลีกได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศหนาวจัดในสหรัฐ

      ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ดิ่งลง 3.5% ในเดือน ก.พ. หลังจากพุ่งขึ้น 8.7%ในเดือนมกราคม

      ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยว่า ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวขึ้นมากกว่าคาดในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดีดตัวขึ้น 1.3 % เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4 % ในเดือนมกราคม จากที่คาดว่า จะเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าพุ่งขึ้น 3.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนมีนาคม

      ทั้งนี้ ดัชนีได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาอาหาร, น้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในปีนี้

      สำหรับปัจจัยภายในประเทศค่าเงินบาททรงตัวใกล้ระดับปิดตลาด ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 1.70 จุด โดยดัชนีแกว่งแคบเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ขณะที่ตลาดในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวก ท่ามกลางการจับตาผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดรอดูมุมมองเฟดเกี่ยวกับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ว่าจะเป็นอย่างไร

      ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.7730.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 30.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

      สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/3) ที่ระดับ 1.1897/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดวันอังคาร (16/3) ที่ระดับ 1.1946/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

      ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงหนุนได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในยุโรปด้วย โดยเงินเฟ้อของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นตามคาดในเดือนกุมภาพันธ์ โดยอยู่ที่ระดับ 0% จากคาดการณ์ว่าจะ -0.1%

      ขณะที่สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจ ZEW บ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเยอรมนีเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนมีนาคมออกมา โดยตัวดัชนีดังกล่าวออกมาที่ระดับ 76.6 สูงกว่าระดับคาดการณ์ที่ 74.0 ซึ่งได้แรงหนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี

      โดยบรรดานักลงทุนยังคงมุ่งความสนใจไปที่การประชุมเฟด 2 วัน ในวันที่ 16-17 มีนาคมนี้ เนื่องจากวิตกว่าการปรับตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา อาจกระตุ้นให้เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินเร็วกว่าคาด

      ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1884-1-1.1908 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1905/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

      สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/3) ที่ระดับ 109.13/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (16/3) ที่ระดับ 109.11/13 เยน/ดอลลาร์

      ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ภาคครัวเรือนญี่ปุ่นถือครองสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1,948 ล้านล้านเยน (18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2563 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนลดการใช้จ่าย และหันมาเพิ่มการสำรองเงินสดในครัวเรือน

      สำหรับปัจจัยที่ทำให้ภาคครัวเรือนถือครองสินทรัพย์เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลออกโครงการแจกเงินสด 100,000 เยนให้กับประชาชนทุกคนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกิจกรรมทางธุรกิจผ่านทางการสนับสนุนการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชน

      ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.96-109.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.12/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

      สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.15/0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 3.4/4.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

Go To Topic Listing: เรื่องทั่วไป
กำลังดู 0 ความเห็น
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้
ผู้แวะเวียนเข้ามาเมื่อ 15 นาที ที่ผ่านมา: สมาชิก 4 ท่าน, Guests 225 ท่าน
rosemarygellibra, aretha4641, rachael3356, gregg31u06
สมาชิกคนล่าสุด คือ คุณ lucilleodonovan ยินดีต้อนรับครับ
สมาชิกออนไลน์พร้อมกันมากสุดเมื่อ 19 Jan 2022 06:49 น. จำนวน 12 ท่าน