Netizen ลงนามวางระบบ SAP กับ Thai KK ดีลประวัติศาสตร์มี User มากสุดในอาเซียน มั่นใจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกว่า1เท่า ชี้เทรนด์ Cloud Technology มาแรงเหตุปลอดภัยสูง

Netizen ลงนามข้อตกลงวางระบบ SAP Business ByDesign Arabica กับ Thai KK มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท มีจำนวน User 150 ราย แบบ Real Cloud ERP มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจให้สามารถทำงานได้แบบReal time เชื่อมโยงการทำงานทุกสาขา ให้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นเพิ่มประสิทธิผลการทำงานที่แม่นยำ ระบบที่ทันสมัย รวมถึงมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง สามารถตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการธุรกิจ ในยุค Digital 4.0 ได้อย่างครบถ้วน  มองเทรนด์ Enterprise Application กำลังเข้าสู่ยุคของ Cloud Technology มากขึ้น เหตุการฝากระบบไว้กับระบบ Cloud Platform ที่ได้มาตรฐานรับรองสากลเป็นตัวช่วยสร้างความมั่นใจว่าระบบและข้อมูลสำคัญขององค์กรจะปลอดภัยจากภัยคุกคาม

นายกฤษดา สาธุกิจชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (Netizen) เปิดเผยว่า ในฐานะที่ปรึกษาการวางระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ ERP (Enterprise Resource Planning) ได้มีการลงนามติดตั้งระบบ SAP Business ByDesign Arabica ให้บริษัท บริษัท ไทย เคเค กรุ๊ป จำกัด (Thai KK) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประเภท ลาเบล เทปกาว และเมลามีน รายใหญ่ซึ่งมีหลายสาขากระจายอยู่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม โดยระบบที่ใช้สำหรับลงนามครั้งนี้ Netizen และSAP ได้ร่วมกันพัฒนาในการปฏิวัติวงการซอฟต์แวร์ ERP ที่เป็นระบบ Real  Cloud ERP ที่แท้จริง ด้วย SAP Business ByDesign โดย Netizen ได้นำเสนอซอฟต์แวร์บริหารจัดการทั้งองค์กร ในเวอร์ชั่น “Netizen ByDesign Arabica” ที่ Netizen ได้นำระบบของ SAP มาพัฒนาให้กับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งถือเป็นการให้บริการที่มีการพัฒนาต่อยอดเพียงรายเดียวในประเทศไทย

 

โดยระบบนี้ สามารถเชื่อมโยงการทำงานได้แบบ Real time ซึ่งผู้ใช้งานระบบสามารถเข้าถึงการทำงานได้อย่างรวดเร็ว และทันท่วงที อีกทั้ง SAP Business ByDesign version Netizen ByDesign Arabica จะเป็นการปฏิวัติวงการ SAP ERP ที่ได้มีการรับรองจากกรมสรรพากร เป็นครั้งแรก (หมายเลข 0550) ซึ่งจะทำให้ลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์นี้สามารถเชื่อมโยงระบบการจ่ายภาษีกับสรรพากรได้อย่างถูกต้อง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือสำหรับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และยังช่วยตอบสนอง Lifestyle การดำเนินธุรกิจในยุคของ Cloud ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทางธุรกิจได้อย่าง รวดเร็ว คล่องตัว รองรับการขยายตัวทางธุรกิจไปยังสาขา ทั้งใน และต่างประเทศ ได้ง่าย และทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึง Netizen ByDesign Arabica สามารถตอบโจทย์กระบวนการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากที่สุดในเรื่องของการรองรับรายงานการจัดการทางภาษี ให้กับองค์กรได้อย่างครบถ้วน

สำหรับการลงนามในครั้งนี้มูลค่าโครงการกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงนามครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการใช้บริการ จำนวนผู้ใช้งาน (User) 150 ราย มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของปรากฎการณ์ดิจิทัล – ดิสรัปชั่น (Digital Disruption) ด้วยการทรานส์ฟอร์มองค์กรให้สามารถแข่งขันได้บนโลกธุรกิจ ส่งผลให้องค์กรต่างๆต้องมองหาระบบซอฟต์แวร์องค์กรที่มีความปลอดภัยสูงเข้ามาช่วยส่งเสริมศักยภาพองค์กร การนำ Technology Cloud มาใช้กับองค์กร จึงตอบโจทย์การรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับ บูรณภาพ ความพร้อมใช้งาน และความเป็นส่วนตัว และต้องมีที่ปรึกษาด้าน Cloud Technology ที่สามารถดูแลได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ Infrastructure, Platform ไปจนถึง Application Layer หรือที่เราเรียกว่า SaaS (Software as a Service) ที่เหมาะสม และมีมาตรฐานในการควบคุม จะทำให้องค์กรสามารถป้องกันภัยไม่ให้เกิดความเสี่ยงของข้อมูลที่จะรั่วไหลออกไป ซึ่ง Netizen ได้ให้คำปรึกษา และวางระบบ  ดูแลลูกค้าให้กับองค์กรชั้นนำมาแล้วกว่า 100 รายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

 

มร.ฟาบิโอ ตีวิติ รองประธานบริหารฝ่ายขาย และกลยุทธ์บริษัท ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น บริษัท เอส เอ พี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การวางระบบระบบ SAP Business ByDesign Arabica ให้ Thai KK ครั้งนี้จะช่วยให้ Thai KK ได้รับซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพและมีการอัพเดทตัวเองตลอดเวลา เนื่องจากเป็นซอฟต์แวร์ที่เป็น Real Cloud ERP ซึ่ง Software จะมีการ Upgrade Version และเทคโนโลยีใหม่ๆตลอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกของยุคดิจิทัล พร้อมมีที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเป็นผู้ให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจโดยเน้นที่การพัฒนาธุรกิจ และให้เกิดความมั่นใจทั้งในส่วนของมาตรฐานของซอฟต์แวร์ รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลต่างๆภายในองค์กร ซึ่งต่างจากซอฟท์แวร์เดิมที่เป็นการซื้อขายซอฟต์แวร์แบบซื้อขาด ต้องมีการจ่ายค่าบำรุงรักษารายปีแต่กลับไม่ได้นวัตกรรมใหม่ๆจากซอฟต์แวร์ เนื่องจากต้องรอการอัพเกรดเวอร์ชั่น ซึ่งทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาองค์กรไปตามยุคสมัย ก็จะเปลี่ยนมาเป็นการซื้อแบบ Subscription มากขึ้น

จากจุดแข็งนี้จึงทำให้ เอสเอพี  กลายผู้นำในด้านซอฟต์แวร์ระบบการจัดการองค์กร ที่ช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรในทุกขนาดมีประสิทธิภาพ จากทีมสำนักงานเบื้องหลังไปสู่ห้องประชุม จากคลังสินค้าสู่หน้าร้าน จากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสู่โทรศัพท์พกพา เอสเอพี ช่วยให้บุคลากรและองค์กรทำงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยให้เข้าถึงตลาดได้อย่างลึกซึ้ง นำมาซึ่งความสามารถในการแข่งขันและบทบาทผู้นำของตลาด แอพลิเคชั่นและบริการของเอสเอพีช่วยให้ผู้ใช้กว่า 365,000 ราย สามารถดำเนินธุรกิจอย่างก้าวหน้ามีผลกำไร ปรับตัวได้ฉับไว และเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายเชวง อยู่วิมลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทย เคเค กรุ๊ป จำกัด (Thai KK)  เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปสู่ต่างประเทศมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซีย และเวียดนาม อีกทั้งบริษัทยังมีแผนที่จะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้ บริษัทจึงได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านระบบ เพื่อช่วยในการบริหารงานช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานซึ่งเป็นส่วนช่วยในการขยายขีดความสามารถในการขยายธุรกิจ ซึ่งการลงนามครั้งนี้จะช่วยให้Thai KK  มีการบริหารจัดการธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และยังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและการขยายธุรกิจได้มากขึ้นในรูปแบบที่ซอฟท์แวร์เดิมไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีขีดความสามารถจำกัด

โดยที่ผ่านมาบริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตเฉลี่ยประมาณ 15-20% และคาดว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงระบบในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถและผลักดันให้ผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงระบบในครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีความเป็นมาตรฐานสากล และสามารถต่อยอดขยายธุรกิจของ Thai KK ทั้งการติดต่อกับบริษัทชั้นนำของไทย และของต่างชาติ

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น