แนะนำจุดเด่นที่น่าสนใจของ Nextbit Robin สมาร์ทโฟนน้องใหม่ ที่มาพร้อมความอินดี้และไม่ได้มีดีแค่ Cloud-First !!!

Nextbit Robin_1-tile

  หลังจากงานเปิดตัว Nextbit  Robin http://goo.gl/vOfUAQ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย Feedback ส่วนใหญ่ชื่นชอบเรื่องดีไซน์อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่อีกหลาย ๆ มุมมอง ก็ยังคิดว่าสเปคต่อราคานั้นแรงเกินไปนิด แถมยังดูเหมือนว่าเจ้า Nextbit  Robin นั้นยังมีจุดขายที่ไม่สุด ๆ สักด้าน เช่นเรื่องกล้องหรือระบบเสียง ตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องปรกติของมุมมองและการทำตลาดจากแบรนด์อื่น ๆ ในประเทศไทยครับ ที่ได้สร้างมาตรฐานไว้ว่าต้องเน้นความคุ้มค้า หรือไม่ก็ชูจุดขายหลัก ๆ ออกมาสักด้าน เช่นเรื่องกล้อง หรือระบบเสียงตามที่ได้กล่าวไว้ในต้อนต้น สำหรับแบรนด์น้องใหม่อย่าง Nextbit  Robin ที่ชูจุดขายหลักเรื่อง Cloud-First ถึงแม้จะยังไม่โดนเด่นแบบครบเครื่อง แต่ก็มีหลาย ๆ สิ่งที่ถือว่าเป็นจุดขายได้เหมือนกันนะ ส่วนจะมีอะไรบ้างขอเชิญติดตามอ่านกันได้เลยครับ     

Nextbit Robin_21

Nextbit Robin_20

แบรนด์ Nextbit เริ่มต้นจากโครงการระดมทุนใน Kickstarter ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักโครงการนี้กันมาบ้างแล้ว ผมไม่ขอลงรายละเอียดเชิงลึก  สำหรับ Founder หรือผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ทั้ง 3 ท่าน เป็นผู้ที่คว่ำหวอดอยู่ในแวดวงสมาร์ทโฟนมาอย่างยาวนาน เคยร่วมงานกับบริษัทชั้นนำของโลกมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Google , Android และ HTC รวมไปถึงทีมงานของแบรนด์ Nextbit อีกหลาย ๆ ท่านก็ผ่านการร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่มาแล้วเช่นกันทั้ง Apple, Dropbox, Cyanogen, Amazon เป็นต้น

แนวคิดของแบรนด์  ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 ท่าน อยากสร้างสมาร์ทโฟนที่มีความแตกต่างไปจากท้องตลอด โดยเป็นสมาร์ทโฟนที่มีเอกลักษณ์ทั้งในแง่ของดีไซน์ และฟีเจอร์  โดยส่งรุ่น Robin ลงมาชิมลางตลาดเป็นรุ่นแรก  และบอกเลยว่าได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาดตั้งแต่เริ่มเปิดระดมทุนใน Kickstarter ครับ

Nextbit Robin_22

สำหรับดีไซน์ของ Nextbit  Robin ใช้แนวคิดในเรื่องรูปทรงเรขาคณิตของสีเหลี่ยมและวงกลม นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และรวมไปถึงการเลือกใช้โทนสีที่เราไม่ค่อยได้เห็นในสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไป แถม Nextbit Robin ยังได้รางวัล Winner ของ Red Dot design award 2016 อีกด้วยนะครับ

Nextbit Robin_36

ทางด้านสเปคที่เปิดตัวออกมานั้น จัดอยู่ในกลุ่มของ Mide-range หรือตลาดระดับกลาง สเปคในภาพรวมจึงมีความใกล้เคียงกับพวกเรือธงปีแล้วอย่าง LG G4, Nexus 5X

Nextbit Robin_23

จุดขายหลักที่ทางค่าย Nextbit  ชูเป็นไฮไลท์ก็คือระบบ cloud นั่นเอง โดยระบบ cloud ของ Nextbit จะแตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งทางแบรนด์ได้อธิบายไว้ดังนี้

(Cloud-First) ซึ่งทำผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงแอพพลิเคชั่นและมัลติมีเดียไว้บนคลาวด์ได้แบบไม่มีวันเต็ม นอกจากนี้ ยังมีความอัจฉริยะโดยเมื่อหน่วยความจำในตัวเครื่องใกล้เต็ม โทรศัพท์จะทาการสำรองข้อมูล รูปภาพ วีดีโอ และแอปพลิเคชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้งานขึ้นไว้ที่ระบบคลาวด์แบบอัตโนมัติ จากนั้น “Nextbit Robin” (เน็กซ์บิท โรบิน) จะทำการปรับขนาดไฟล์ของรูปภาพ และ วีดีโอ ที่อยู่บนเครื่องให้มีขนาดเล็กลง และลบแอปพลิเคชั่นออกจากเครื่อง เหลือแต่เพียงไอคอนทิ้งไว้ เพื่อทำให้พื้นที่ในเครื่องว่างให้ได้มากที่สุด และ หากผู้ใช้งานต้องการเรียกใช้แอพพลิเคชันหรือข้อมูลที่ถูกซิ้งค์ขึ้นคลาวด์ไปแล้ว ก็สามารถเรียกคืนกลับได้ในทันทีที่

นอกจากดีไซน์กับระบบ Cloud-First เจ้า “Nextbit Robin”  ยังมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มารับชมกันต่อครับ

Nextbit Robin_35

ผมขออธิบายแบบภาษาบ้านๆ เพื่อความรวดเร็ว ที่เห็นในกราฟคือผลทดสอบเรื่องภาครับสัญญาณโทรศัพท์ของ Nextbit Robin เทียบกับ iPhone 6+ Sony Z5P ตัว Nextbit Robin มีภาครับสัญญาณที่ดีกว่าทั้ง 2 รุ่นครับ แถมด้วยการที่รองรับคลื่นความถี่ทั้ง 3G- 4G LTE ครอบคลุมเกือบทั่วโลก (คล้าย ๆ iPhone) ไม่มีการแบ่งคลื่นตัดยอดความถี่ออกแบบซอยรุ่นเหมือนสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไปครับ

Nextbit Robin_34

และตามด้วยผลทดสอบในการใช้งานด้านเอนเตอร์เทน เมื่อเทียบกับ iPhone 6+ Sony Z5P แล้ว Nextbit Robin ทำผลงานได้ดีกว่า

ข้อมูลโม้หรือมีการอุปโลกน์หรือเปล่า ตรงนี้มีผลทดสอบหรือข้อมูลรองรับนะครับ

Nextbit Robin_31 

Nextbit Robin_32

เช่นคุณภาพของจอแสดงผล ที่มีการทดสอบแล้วทั้งในเรื่องความสว่าง สีสัน มุมมอง โดย Nextbit Robin มีจุดเด่นในการแสดงผลของสีเขียวและสีแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Nextbit Robin_33

ทางฝั่งของลำโพงก็เป็นแบบลำโพงคู่สเตอริโอ ที่มาพร้อมกับ Dual Smart Amplifier คุณภาพที่ได้ถือว่าดีในระดับหนึ่งเลยครับ (รอทำคลิปทดสอบ)

 

Nextbit Robin_27

Nextbit Robin_29 

Nextbit Robin_28 

กล้องอาจจะไม่ได้จัดเต็มหรือชูเป็นจุดขายหลัก แต่คุณภาพเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วถือว่า Nextbit Robin นั้นทำผลงานได้ดีครับ โดยได้คะแนนไปถึง 81 คะแนน เมื่อเทียบกับคะแนนสูงสุด ณ ปัจจุบันคือ Galaxy S7 edge ที่ได้คะแนนอยู่ที่ 88

 

Nextbit Robin_26

เมื่อเทียบกับรุ่นที่มีสเปคใกล้เคียงกัน Nextbit Robin มี Performance ที่ดีกว่าครับ

 

Nextbit Robin_30

รวมไปถึงระบบ Quick change ที่มีประสิทธิภาพอันโดดเด่น

 

Nextbit Robin_24

ระบบสแกนลายนิ้วมือที่รวดเร็วแม่นยำ และยังมาพร้อมฟีเจอร์การปกป้องข้อมูลเมื่อมีการเชื่อมต่อหรือซิงค์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเข้าไปอีกหนึ่งชั้น

 

Nextbit Robin_25

สุดท้าย ฟีเจอร์ที่อาจจะไม่เจาะทุกกลุ่มตลาด แต่มันเจ๋งมาก ๆ โดยที่ไม่เคยมีใครกล้าคิดกล้าทำมาก่อน

นั่นก็คือแบรนด์ Nextbit เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถ Unlock Bootloader ได้โดยที่ไม่หมดประกัน ผู้ใช้งานจะ Root จะลง Custom ROM ลง MOD ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ หากเครื่องมีปัญหาจากการที่เรา Root ลง Custom ROM หรือ MOD ทางแบรนด์ก็รับซ่อมให้ทุกกรณี ไม่มีการโบ้ยการอ้างว่าเครื่องถูก Root ถูกดัดแปลง Software แล้วประกันต้องขาดเหมือนแบรนด์อื่น ๆ ครับ

อธิบายเพิ่มเติม บางแบรนด์จะอนุญาตให้ผู้ใช้งาน Unlock Bootloader ได้เช่นกัน เช่น HTC และ Sony แต่ทว่าทางแบรนด์จะตีว่าเครื่องนั้น ๆ หมดประกันทันทีเมื่อมีการปลดล็อค Bootloader ครับ

ข้อดีของการที่แบรนด์ Nextbit เปิดให้ Unlock Bootloader ได้โดยที่ไม่หมดประกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้แบบไม่มีขีดจำกัด

เช่นลง MOD กล้องของแบรนด์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, ลง MOD Audio Effects เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง, ลง MOD เพิ่มฟีเจอร์ที่ไม่ได้มีอยู่ในโทรศัพท์มาตั้งแต่ต้น เช่น การบันทึกเสียงสนทนาระหว่างโทร ฯลฯ เป็นต้น

และยังรวมไปถึงการอัพเกรดของตัว OS เวอร์ชั่น บ่อยครั้งที่เราเห็นบางแบรนด์ ไม่ยอมอัพเกรดข้ามเวอร์ชั่นให้กับสมาร์ทโฟนบางรุ่น เช่นจากแอนดรอยด์ 5.0 ไปยัง 6.0 จะด้วยเหตผลใดก็ตามแต่ สรุปผู้ใช้งานถูกลอยแพครับ แม้จะรักจะชอบรุ่นนี้เพียงใด แต่ท้ายที่สุดก็ต้องตัดใจลา เพราะบางแอพหลักหรือบางเกมที่เราใช้งานบ่อย ๆ อาจจะมีอัพเดตและรองรับการทำงานร่วมกับ Android เวอร์ชั่นล่าสุดเท่านั้นเป็นต้น

การแก้ปัญหาหรือทางออกของผู้ใช้งานคือการลง Custom ROM ข้ามเวอร์ชั่นนั่นเอง แต่ถ้าเครื่องเราไม่สามารถ Unlock Bootloader ทุกอย่างก็จบครับ

การที่ Nextbit เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถ Unlock Bootloader โดยไม่หมดประกัน จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ แถมทาง Nextbit  เองก็มีคอมมูนิตี้รองรับซัพพอร์ตผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการลง Custom ROM หรือ MOD ต่าง ๆ อยู่แล้ว โดยทีม developer ส่วนหนึ่งก็มาจาก CyanogenMod นั่นเอง ฉะนั้นจึงวางใจ้ได้เรื่องการซัพพอร์ตครับ ยังไง ๆ Nextbit Robin ก็ไม่โดนลอยแพอย่างแน่นอน

 

สรุปส่งท้ายครับ จุดเด่นและจุดขายหลักของ Nextbit Robin จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนครับ

1. ดีไซน์

2. ระบบ Cloud-First เป็นแบรนด์แรกของโลก

3. อิสระในการใช้งานและการรับประกันด้วยการอนุญาตให้ Unlock Bootloader ได้โดยที่ไม่หมดประกัน

สำหรับคนที่คิดว่าสเปคต่อราคานั้นแพงเกินไป เมื่ออ่านบทความนี้ก็น่าจะมองเห็นภาพรวมในแง่มุมอื่น ๆ ของตัว Nextbit Robin ได้บ้าง และสิ่งหนึ่งที่หลายคนลืมคิดไปก็คือ Nextbit นั้นกำเนิดจากโครงการ Kickstarter นะครับ ไม่ได้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เหมือนแบรนด์สมาร์ทโฟนหัวแถวของวงการ ที่มีกำลังทรัพย์หรือกำลังต่อรองกับซัพพลายเออร์ ฉะนั้นเมื่อมองในรูปของ Startup ที่เปิดตัวโปรดักส์ได้ขนาดนี้ ผมถือว่าสมเหตสมผลและมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ

 

ถูกใจบทความนี้  1