พาชิม Nitro Cold Brew ณ Eureka Coffee Tap by Samsung Galaxy Note 8

เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะเสพติดกาแฟเหมือนกับผมคือวันๆ นึงยังไงก็ต้องขอให้ได้ดื่มด่ำกาแฟอย่างน้อยวันละแก้ว ซึ่งแรกเริ่มเสพกาแฟอาจจะยังไม่เสพติดรสชาติมากนัก แต่หากกินไปสักพักก็คงเริ่มมองหาร้านที่ทำกาแฟอร่อยๆ แน่นอน และวันก่อนได้มีโอกาสไปค้นพบร้านกาแฟไม่ไกลออฟฟิศเท่าไหร่ อยู่ใกล้ตึกอื้อจือเหลียง ชื่อร้านว่า Eureka Coffee Tap ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้คงเป็นเรื่องกลิ่นของกาแฟที่ไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้แต่เป็นกลิ่นหอมชวนทานนั่นเอง โดยในชีวิตประจำวันผมเองก็ไม่ได้พกกล้องถ่ายรูปไปไหนมาไหนก็ได้แต่ใช้มือถือซึ่งตอนนี้ที่ถืออยู่ก็คือ Samsung Galaxy Note 8 ในการรีวิวนั่นเอง 

ขัดจังหวะก่อนจะอ่านรีวิวร้านกาแฟกันนิดนึงด้วยเรื่องกล้องของ Galaxy Note 8 ซึ่งตัวเครื่องมีกล้องหลังสองตัวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยกล้องตัวหนึ่งมีมุมมองกว้าง ค่ารูรับแสง F1.7 และอีกตัวเป็นเลนส์ซูมหรือเทเลโฟโต้ ค่ารูรับแสง F2.4 และตัวเครื่องยังมีซอฟต์แวร์ในการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอหรือชัดตื้นที่ชื่อว่า Live Focus อีกด้วย และรีวิวนี้ทุกภาพถ่ายผ่าน Galaxy Note 8 ทั้งหมดไม่มีการปรับแต่งใดๆ เพิ่มเติมนอกจากย่อขนาดและใส่ลายน้ำเท่านั้น

เอาล่ะกลับมาอ่านรีวิวร้านกาแฟกันต่อ Eureka Coffee Tap ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1 ใกล้กับตึกอื้อจือเหลียง อยู่ข้างร้านขาหมูเซนต์หลุย (มีก่วยเตี๋ยวแคระด้วย) นั่นล่ะ โดยหากเดินไปจากทางตึกอื้อจือเหลียง หน้าซอยจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ร้านนึง

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแนว Loft โดยผนังร้านนี่ดูเหมือนจงใจกะเทาะสีออกมาเพื่อให้เห็นความดิบของปูนและอิฐมอญเลย ส่วนเคาน์เตอร์ใช้หินอ่อนเรียบเนียน พร้อมทำเป็นบาร์ไว้นั่งชิมกาแฟดวลกับคนชงก็ว่ากันไป

เมนูของทางร้าน Eureka นั้นมีทั้งเมนูกาแฟธรรมดาอย่างพวก Espresso, Cappuccino ฯลฯ แต่ผมไปทั้งทีไม่ลองที่ดูทั่วไปหรอก หันไปเห็นเมนูนึงซึ่งชอบมากคือ Nitro Cold Brew ที่เป็นกาแฟสกัดเย็นผ่านการหมักในน้ำเย็นเป็นเวลานานจากนั้นอัดไนโตรเจนเข้าไปเพื่อให้มีความซ่า หอมนุ่มขึ้นมาและดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟแท้ๆ เต็มๆ ส่วนราคาก็ 90 บาท เอ้า ถูกกว่า Starbucks ตั้งเกือบครึ่ง ลองสิครับ รออะไร

Nitro Cold Brew ที่ว่านั้นอยู่ในแท่นกดอันนี้ล่ะ แต่ไม่แน่ใจเฉพาะอันแรกหรือไม่เพราะตอนกดเค้ากดอันแรกออกมา ส่วนใครไม่ดื่มกาแฟจะไปลอง Nitro  Thai Tea ก็มีนะ

ด้วยพลานุภาพแห่งเลนส์ซูมและ Live Focus บน Samsung Galaxy Note 8 ทำให้เราสามารถถ่ายรูปแท่นกด Nitro Cold Brew ออกมาแบบละลายหลังทิ้งได้แบบนี้ ซึ่งข้อดีของ Live Focus บน Samsung Galaxy Note 8 คือเราสามารถกลับมาปรับแต่งความละลายได้ภายหลังอีกด้วย เผื่อในตอนแรกถ่ายแล้วละลายน้อยหรือมากไปก็มาแก้ไขกันได้

หลังกดออกมาเรียบร้อยจะได้กาแฟออกสีน้ำตาลอ่อนแบบนี้ ซึ่งสีของ Nitro Cold Brew จะค่อยๆ เข้มขึ้นหากปล่อยทิ้งเอาไว้ วิธีดื่มก็ไม่ยาก ยกดื่มซะ จะได้ลิ้มรสฟองด้านบนเสมือนดื่มเบียร์และได้ความนุ่มของกาแฟที่สกัดผ่านน้ำเย็นมาเต็มๆ ซึ่งรสชาติกาแฟที่ได้ก็คือนุ่มนวลละไม มีความหวานในตัวของกาแฟมันเองโดยไม่ต้องเติมน้ำเชื่อม ไร้รสเปรี้ยวที่ติดปลายลิ้น ถ้าใครเคยทาน Cold Brew บางที่หรือกาแฟดำบางที่อาจจะได้รสเปรี้ยวติดปลายลิ้นซึ่งจะรู้สึกแปลกๆ

และอย่างที่บอกไปตอนต้นว่าไม่มีกลิ่นเหม็นของกาแฟ คือบางเจ้าที่ทำกาแฟขายและใช้เครื่องชงกาแฟผ่านน้ำร้อน บางทีกรรมวิถีหรือเมล็ดกาแฟมันไม่โอเคกลิ่นเหม็นของกาแฟจะออกมาทันทีและบางครั้งจะได้กลิ่นไหม้ของกาแฟที่โดนน้ำร้อนลวกด้วย แต่อันนี้มันเป็นการสกัดเย็นฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นดังกล่าว

อันนี้ปล่อยไว้สักระยะ จะเห็นว่าสีเริ่มเหมือนโค้กละ เอ้ย เหมือนกาแฟดำอันนี้เข้าใจว่าเพราะไนโตรเจนคงหายไปกับอากาศล่ะมั้ง ฮ่าๆ แต่กาแฟยังมีรสชาตินุ่มอยู่นะ ส่วนภาพนี้ไม่ได้ใช้ Live Focus แต่ใช้เลนส์ซูมถ่ายภาพและวัตถุห่างจากฉากหลังจึงมีความละลายอยู่เบาๆ

เปลี่ยนไปดูบรรยากาศร้าน Eureka ที่ชั้นสองกันบ้าง คือด้านล่างก็อย่างที่เห็นคือมีบาร์ให้นั่งและโต๊ะกลมๆ 2 โต๊ะ แต่ถ้าใครจะนั่งดื่มด่ำกาแฟทางร้านมีที่นั่งชั้นสองซึ่งมีทั้งโต๊ะกลม โต๊ะเหลี่ยม และมีการใช้เก้าอี้หวายพร้อมเบาะวางไว้ให้เราค่อยๆ จิบกาแฟ ดื่มด่ำรสชาติไปได้

ที่ชอบมากเลยก็คือการตกแต่งของร้านที่แม้จะเป็นแนว Loft จนเห็นผนังอิฐมอญก็ตามยังสามารถวาดรูปของรัชกาลที่ 9 ไว้ที่ผนังด้วย ซึ่งนับว่าสวยจริงๆ

สำหรับผมการถือ Samsung Galaxy Note 8 มาใช้ถ่ายรูปรีวิวต่างๆ แทนกล้องใหญ่นี่นับว่าใช้งานแทนได้ในระดับนึงเลยทีเดียว คือถ้าไม่เจอสภาพแสงย่ำแย่หนักมากก็นับว่าสามารถนำมาใช้ทำงานหรือทำให้เราได้รูปอย่างที่ต้องการได้ดีในระดับพอใจเลยล่ะ แล้วเพื่อนๆ ล่ะ พอใจกับกล้องของ Galaxy Note 8 มากน้อยแค่ไหนกันครับ

ถูกใจบทความนี้  4

ใส่ความเห็น