รีวิว! YUNDOO Y8 กล่อง Android TV Box รุ่นแฟลกชิฟ สเปคจัดเต็ม ตอบทุกโจทย์ด้านความบันเทิง !!

 กล่องแอนดรอยด์ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะแข่งกันในเรื่องสเปคต่อราคา ซึ่งทำให้ในภาพรวม ๆ ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันในแง่ของ Hardware ภายในมากนัก ที่เหลือก็ขึ้นกับวัสดุ ดีไซน์และ Firmware ที่ใครจะปรับแต่งมาได้ดีกว่ากัน  ทั้งนี้สำหรับคนที่ไม่เกี่ยงในเรื่องงบประมาณ ทางฝั่งกล่องแอนดรอยด์เองก็มีรุ่นแฟลกชิฟไม่ต่างไปจากสมาร์ทโฟนเลยครับ โดย YUNDOO Y8 ที่นำมารีวิวในวันนี้คือรุ่นเรือธง ที่มาพร้อมสเปคจัดหนัก และให้พอร์ตการเชื่อมต่อมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 , USB Type-C, Wifi 5GHz เป็นต้น และแน่นอนว่าสนนราคาค่าตัวของ YUNDOO Y8 ก็ค่อนข้างแรงตามสเปค Hardware ไปด้วย แต่ถ้าใครไม่มายด์เรื่องนี้ YUNDOO Y8 สามารถตอบทุกความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ให้ความสมูทลื่นไหลสุด ๆ ซึ่งหาไม่ได้ง่าย ๆ ในกล่องแอนดรอยด์ทั่วไปในท้องตลาดครับ  

สเปคเบื้องต้นของ YUNDOO Y8

● ซีพียู Rockchip RK3399 ARM Cortex-A53,ARM Cortex-A72 2.0GHz 64Bit
● จีพียู  ARM Mali-T860MP4
● แรม  4GB
● ความจุ 32GB
● Support 5.1 Surround Sound Output
● Wifi Dual Band 2.4 GHz / 5 GHz
● Bluetooth 4.1 + EDR
● ระบบปฏิบัติการ Android 6.0
● Interface: DC 5V,HDMI,LAN,Optical,Reset Port,SD Card Slot,USB 3.1 Type-C,USB2.0,USB3.0
● Package Contents: 1 x YUNDOO Y8 TV Box, 1 x Power Adapter, 1 x Remote Control, 1 x HDMI Cable, 1 x English User Manual

YUNDOO Y8 ราคาปรกติ 5,013 บาท https://goo.gl/GX6z7b

ใช้โค้ทส่วนลด GBENov9

ราคาสุทธิ  3,660 บาท  สั่งซื้อได้ที่นี่ https://goo.gl/GX6z7b

 

 

Unboxing

 

ตัวกล่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับหลาย ๆ รุ่นที่ผมเคยรีวิวมาครับ สำหรับด้านหลังจะมีการแปะสเปคเบื้องต้นมาให้อ่านกันพอสังเขป

อุปกรณ์ภายในกล่องของ YUNDOO Y8 จะประกอบไปด้วย

1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ

2. สาย HDMI

 

 

3. รีโมตคอนโทรล

และจะเห็นว่า YUNDOO Y8 นั้นใส่ใจในทุก ๆ องค์ประกอบ ตัวรีโมตนั้นมีวัสดุที่ค่อนข้างดีมาก มีการใส่ลวดลาย Texture และดีไซน์ให้รองรับเข้ากับสรีระของฝ่ามืออีกด้วยครับ

 

 

4. Power Adapter ที่เห็นในรูปคือเป็นของ UK Plug ครับ เขาส่งมาให้ผิด จริง ๆ ต้องเลือกเป็น US หรือ EU Plug แต่ทว่า UK Plug ก็สามารถใช้งานในบ้านเราได้เช่นกัน เพราะปลั๊กไฟสมัยใหม่ ส่วนใหญ่จะรองรับปลั๊กได้หลายหลายรูปแบบ แต่ถ้าจะสั่งซื้อจริง ๆ แนะนำให้เลือกไปที่ US หรือ EU Plug เพื่อความสะดวกคล่องตัวในการใช้งาน

 

 

 

ในด้านดีไซน์ จะมาในทรงเหลี่ยม ๆ ไม่แตกต่างจากกล่องแอนดรอยด์ทั่วไป โดยด้านบนจะออกแบบด้วยการเล่นระดับของพื้นผิวทำให้ดูมีมิติมากขึ้นครับ  ส่วนด้านงานประกอบนั้นปึ๊กใช้ได้ คือมีความแน่นหนาที่ดีมาก ส่วนวัสดุหลักจะเป็นโพลีคาร์บอเนตหรือพลาสติกนั่นเอง โดยค่าย YUNDOO เลือกใช้พลาสติกเกรดที่มีคุณภาพสูงและมีการใส Texture ในสไตล์ brushed metal มาบนพื้นผิวด้านบน จึงให้ฟิลลิ่งเหมือนโลหะเลยครับ

 

ลองเปรียบเทียบกับกล่องแอนดรอยด์รุ่นอื่น ๆ จะเห็นว่า YUNDOO Y8 มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าเล็กน้อย

 

จากนี้ไปดูในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อที่ให้มาบน YUNDOO Y8 กันครับ

ด้านหน้าจะมีเพียงปุ่มพาวเวอร์สำหรับการเปิด/ปิดตัวกล่อง และสกรีนชื่อแบรนด์ไว้ที่ด้านซ้าย

 

 

ด้านซ้ายจะมีพอร์ต USB Type-C, USB 3.0 และช่องใส่หน่วยความจำภายนอก SD CARD

 

ด้านหลังจะประกอบไปด้วย DC Input, พอร์ต Sound Optical, R Port, LAN (gigabit แบบมีไฟ), HDMI พอร์ต, และสุดท้าย USB 2.0 จำนวนสองพอร์ต

 

ฝั่งขวาจะเรียบ ๆ โล่ง ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตการเชื่อมต่อใด ๆ

 

สำหรับด้านล่างจะมียางรองกันลื่นทั้ง 4 มุม พร้อมช่องระบายความร้อนของตัวกล่อง

 

Software

YUNDOO Y8 เปิดตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 แม้จะไม่ใหม่ล่าสุด แต่การใช้งานจริงบนกล่องแอนดรอยด์ Android 6.0 ค่อนข้างที่จะมีปัญหาน้อยกว่า 7.0 ครับ

 

User interfac

YUNDOO Y8 ออกแบบหน้าโฮมโดยแบ่งออกเป็น 5 แท็บหลัก ประกอบไปด้วย

1. HOME  (หน้าเริ่มต้นที่เข้าถึงแอพหลักของตัวกล่อง)

2. Recommend (แอพแนะนำ)

3. Online (แอพที่ต้องมีการเชื่อมต่อเน็ต)

4. Local  (แอพภายในตัวกล่องที่ไม่ต้องเชื่อมต่อเน็ต)

5. Settings (การตั้งค่า)

 

สำหรับแอพที่บันเดิลให้มาก็ถือว่าไม่เยอะครับ โดยที่เห็นในรูปจะมีหลายแอพรวมไปถึงเกมที่ผมดาวน์โหลดมาติดตั้งในภายหลังด้วย

 

เมนูการตั้งค่า จะมีทั้งแบบเป็น tile ที่ครอบทับด้วย UI และแบบปรกติที่มีให้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

 

มีลูกเล่นในด้านการปรับแต่งหน้าตามาให้ใช้งานเล็กน้อย สำหรับคนที่ขี้เบื่อก็มีธีมให้เลือกเปลี่ยนครับ

 

การตั้งค่าหรือฟีเจอร์ทั่ว ๆ ไป จะไม่แตกต่างไปจากกล่องแอนดอรยด์ทั่วไปในท้องตลาดครับ แต่ก็จะมีความยืดหยุ่นกว่าพวกกล่องแอนดรอยด์ที่เลือกใช้ UI แบบ Pure Android อยู่บ้าง  ซึ่งขอสรุปสั้น ๆ ว่าฟีเจอร์และการตั้งค่าบน YUNDOO Y8 มีความยืดหยุ่นที่ค่อนข้างดีมากครับ

 

นอกจากแอพ Kodi ที่มีการบันเดิลติดตั้งมาให้ตั้งแต่โรงงานแล้ว ตัวกล่อง YUNDOO Y8 ยังมี TV Store ที่เป็นศูนย์กลางในด้านความบันเทิง โดยเราสามารถติดเตั้งแอพด้านการรับชมภาพยนต์หรือรายการทีวีผ่านแอพที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลายครับ

 

การใช้งานเบราเซอร์บน YUNDOO Y8 มีการตอบสนองที่ค่อนข้างดีมาก ให้ความลื่นไหลสุด ๆ แม้จะเปิดใช้งานในโหมด Desktop ก็ตาม

 

ชิปเซ็ต Rockchip นั้นเด่นในเรื่องการเรนเดอร์วีดีโออยู่แล้ว เมื่อบวกกับสเปคที่จัดเต็มทำให้การใช้งานด้านความบันเทิงอย่าการเล่นวีดีโอ ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดสูงระดับ Full HD หรือ 4K นั้นเล่นได้อย่างสมูทลื่นไหล โดยไม่พบเจออาการสะดุดติดขัดให้กวนใจแต่อย่างใดเลยครับ

 

นอกจากเด่นในเรื่องวีดีโอแล้ว ด้านการฟังเพลงก็แจ่มไม่แพ้กัน โดย YUNDOO Y8 นั้นมีแอพ Music Player ที่มีคุณภาพดีมาให้ใช้งานกันด้วย ซึ่งปรกติบนกล่องแอนดรอยด์จะไม่เน้นด้านการฟังเพลงสักเท่าไหร่

 

ด้านการเล่นเกมขอบอกเลยว่า ลื่นไหลสุด ๆ ด้วยสเปคที่ให้มา YUNDOO Y8 รองรับเกมที่มีกราฟิค 3D แบบโหด ๆ ได้ทุกเกมที่มีอยู่บนสโตร์ ใครเป้นคอเกมรับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ

 

ผลคะแนน Antutu ได้ไป 77165 ซึ่งสูงกว่าสมาร์ทโฟน Mid-range ในยุคนี้เสียอีก ตรงนี้การันตีเรื่องความสมูทลื่นไหลในการใช้งานได้ระดับหนึ่งเลยครับ

 

จากนี้มารับชมกันต่อในรูปแบบของคลิปวีดีโอครับ

 

สรุป YUNDOO Y8 


เป็นกล่องแอนดรอด์ที่เร็วแรงลื่นไหลที่สุด เท่าที่ผมเคยได้รีวิวมาครับ แถมพอร์ตการเชื่อมต่อยังให้มาแบบครบ ๆ ทั้ง USB 3.0 , Type-C และสุดท้ายสิ่งที่ต้องชมก็คือ Firmware ปรับแต่งมาดีมาก ๆ ไม่เจออาการแครช หน่วง หรือสะดุดให้หงุดหงิดใจเลย แม้จะเป็น Android 6.0 ก็ตาม แต่ทั้งนี้ด้วยราคาค่าตัวที่แรงเอาเรื่อง สำหรับคนที่มองหาความคุ้มค่าคงต้องผ่านไปที่รุ่นอื่น ๆ ส่วนคนที่งบประมาณไม่จำกัดก็จัดได้เลยครับ เพราะช่วงนี้เขามีโปรโปรโมชั่นคูปองส่วนลดให้ด้วย เอาเป็นว่าใครที่ชื่นชอบความแรง YUNDOO Y8 ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน หากเพื่อนๆ  สนใจสามารถสั่งซื้อได้ตามรายละเอียดด้านล่างครับ

 

YUNDOO Y8 ราคาปรกติ 5,013 บาท https://goo.gl/GX6z7b

ใช้โค้ทส่วนลด GBENov9

ราคาสุทธิ  3,660 บาท  สั่งซื้อได้ที่นี่ https://goo.gl/GX6z7b

 

ถูกใจบทความนี้  19

ใส่ความเห็น