รีวิว DTAC Eagle 5.0

dtac-eagle-5-0-00

ตลาดสมาร์ทโฟนปัจจุบันดุเดือดจริงๆ ไม่ว่าจะแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ต่างก็เข็นสมาร์ทโฟนออกมากันไม่รู้กี่รุ่น แน่นอนว่าเหล่าผู้ให้บริการเครือข่ายก็เข็นสมาร์ทโฟนของตนเองออกมาเหมือนกัน และวันนี้จะมารีวิวสมาร์ทโฟนจากค่ายสีฟ้าตัวท็อปกับ DTAC Eagle 5.0 ให้อ่านกันนะครับ

ขอขอบคุณ DTAC ที่ให้ยืมเครื่องมาทดสอบ

DTAC Eagle 5.0 Specification
– หน้าจอ HD ขนาด 5 นิ้ว
– Chipset Mediatek MT6582 Quad Core 1.3GHz
– GPU Mali-400
– Ram 1GB
– หน่วยความจำภายในเครื่อง 8GB
– รองรับ Micro SD Card สูงสุด 32GB
– รองรับการใช้งาน 2 ซิม (Micro Sim + Sim)
– กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ขนาด 2,000mAh
– Android 4.4.2
– ราคา 3,790 บาท
– ลูกค้าแฮปปี้ที่กดรับสิทธิ์ภายใน 31 พ.ค. 58 และเติมเงิน 100.-/เดือน รับฟรี! โบนัสค่าโทร 3,800.- เน็ต 2 GB และเล่น LINE + Facebook ไม่อั้น กด *399*119#โทรออก
– รายละเอียดอื่นๆ >>> ที่นี่

1.แกะกล่อง

dtac-eagle-5-0-01

เครื่อง DTAC Eagle 5.0 ที่ได้มารีวิวเป็นสีทองครับแต่ด้านหน้าเป็นสีขาว สีกล่องก็สีขาวๆ ซึ่งด้านหน้ากล่องจะบอกชัดเจนว่าเป็นรุ่นอะไรพร้อมรูปตัวอย่างของเครื่องให้ดู ละทางขวาของกล่องจะมีสเปคของตัวเครื่องบอกครับ ส่วนด้านอื่นๆ นั้นก็โล่งๆ ไม่มีอะไร

dtac-eagle-5-0-02

เปิดกล่องมาต้องเจอ DTAC Eagle 5.0 นอนรออยู่นะครับ

dtac-eagle-5-0-03

อุปกรณ์ในกล่องมีดังนี้
1.ฟิล์มกันรอย
2.Small Talk
3.Adapter
4.สาย Micro USB
5.แบตเตอรี่
6.คู่มือ

dtac-eagle-5-0-04

ยืนยันกันด้วยภาพว่า Eagle 5.0 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2,000mAh ครับ

dtac-eagle-5-0-05

ในถุงที่ห่อตัวเครื่องไว้มีคู่มือเล็กๆ ด้วยบอกว่าปุ่มไหนใช้งานอะไรบ้าง

dtac-eagle-5-0-06

เครื่องใหม่สดๆ ซิงๆ ยังไม่ผ่านมือชายใดเลยครับ ต่อไปเรามาดูตัวเครื่องกันดีกว่า

dtac-eagle-5-0-07

ด้านหน้าตัวเครื่องขาวเนียนมากครับ

dtac-eagle-5-0-08

ด้านหลังสีทองเงาๆ ครับ

dtac-eagle-5-0-09

มาดูตัวเครื่องใกล้ๆ กันดีกว่า
– ด้านหน้า: เหนือหน้าจอมีลำโพงสำหรับสนทนา ทางซ้ายมีไฟแจ้งเตือน LED ส่วนทางขวามีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ด้านล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัส 3 ปุ่ม ซึ่งสามารถตั้งค่า 2 รูปแบบ
– ด้านหลัง: ด้านบนมีกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลชอยู่ทางด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นลำโพง ตรงเกือบกลางฝาหลังมีโลโก้ DTAC และด้านล่างมีบอกว่าเครื่องนี้ ZTE เป็นคนผลิตครับ (ZTE Blade L3 Apex)

dtac-eagle-5-0-10

ด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.

dtac-eagle-5-0-11

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่มลดเสียง

dtac-eagle-5-0-12

ด้านล่างตัวเครื่องมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาและช่องเสียบสายชาร์จ/Micro USB

dtac-eagle-5-0-13

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่ม Power

dtac-eagle-5-0-14

แกะฝาหลังดูหน่อย Sim 1 เป็นแบบ Micro Sim, Sim 2 เป็นแบบปกติครับ ส่วนช่องใส่ Micro SD Card อยู่เหนือช่องใส่ Sim 1

dtac-eagle-5-0-15

ขนาดเมื่ออยู่ในมือ ไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ

dtac-eagle-5-0-16

Eagle 5.0 มีหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 8GB

dtac-eagle-5-0-17

มาพร้อม Android 4.4.2 ครับ

dtac-eagle-5-0-18

Ram 1GB เหลือใช้งานเยอะพอตัวครับ

2.User Interface, Benchmark

UI

User Interface ของ Eagle 5.0 จะแปลกไปกว่าชาวบ้านหน่อยตรงหน้า Launcher ที่จะไม่มีหน้า Home ครับ คือรวมกันเลยระหว่างหน้า Home และ App Drawer อารมณ์เดียวกับ iPhone โหลดแอพอะไรมาก็จัดหน้าเอาเลยครับ

Status Bar ก็มาในรูปแบบคลาสสิคตามรูปแบบของ Pure Android 4.4 ครับโดยแบ่งเป็น 2 หน้า หน้านึงเอาไว้ดูแจ้งเตือนต่างๆ อีกหน้านึงเอาไว้เป็นทางลัดในการเปิดปิด Wi-Fi, Bluetooth อื่นๆ

Family Mode

familymode

Eagle 5.0 มีอีก Launcher นึงโดยใช้ชื่อว่า Family Mode ซึ่งโหมดนี้จะทำให้สมาร์ทโฟนดูเหมือนฟีเจอร์โฟนทันทีครับ เป็นแถบๆ ใหญ่ๆ กดใช้งานได้ง่ายๆ จะเพิ่มแอพเข้าไปในหน้าแรกก็สามารถทำได้อีก จำนวนหนึ่งที่เหลือก็ไปกดเลือกที่ More Apps เอาครับ ซึ่งโหมดนี้เหมาะสำหรับคนที่พึ่งหัดใช้งานสมาร์ทโฟนและยังใช้งานไม่เป็น มาใช้แบบนี้จะคุ้นเคยมากกว่านะ

Sim Management

simmanagement

การจัดการซิมก็เหมือนรุ่น 2 ซิมทั่วไปครับ สามารถตั้งค่าได้ว่าจะใช้ Sim ไหน โทร, ส่งข้อความ เป็นประจำเลยหรือจะตั้งว่าถามทุกครั้งเมื่อจะทำการโทรหรือส่งข้อความก็ได้ครับ แน่นอนว่าเรื่องการใช้งาน Data ก็เช่นกันสามารถใช้งานได้ทั้งสองซิมเลย

Hard Key

hardkey

DTAC สมาร์ทโฟนทุกรุ่นไม่เว้นแม้แต่ Eagle 5.0 จะสามารถตั้งค่าปุ่มสัมผัสด้านล่างหน้าจอได้ครับว่าจะใช้ในรูปแบบไหนระหว่าง
1. Menu Home Back
2. Back Home Menu

Benchmark

benchmark

ทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่อง Eagle 5.0 หน่อยได้ผลดังนี้ครับ
– Antutu 17,976
– Quadrant 6,982
– Geekbench: Single Core 350, Multi Core 1151
– Multitouch สูงสุด 2 จุด

3.กล้องถ่ายรูป

camera

Eagle 5.0 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล หน้าตาการใช้งานกล้องเป็นแบบ Mediatek Style เนื่องจากการใช้งานชิปเซ็ตของ Mediatek ซึ่งการใช้งานก็เรียบง่ายครับมีปุ่มเปิดปิด flash hdr และสลับกล้องหน้าอยู่ด้านขวาบนเลย ส่วนแถบด้านซ้ายมีโหมดถ่ายรูปประกอบด้วย Auto, Live Photo, Beauty และ Panorama ครับ

ในเรื่องของการถ่ายวิดีโอนั้นสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p หรือ Full HD

แต่ภาพที่ได้จากการถ่ายรูปออกมาจะเป็นอย่างไร ลองมาดูกันครับ ทุกรูปไม่มีการปรับแต่งใดๆ เพียงแค่ย่อขนาดลงมาเท่านั้น และใช้โหมด Auto  ในการถ่ายรูปด้วยครับ

dtac-eagle-5-0-sample-picture-01

dtac-eagle-5-0-sample-picture-02

dtac-eagle-5-0-sample-picture-03

dtac-eagle-5-0-sample-picture-04

dtac-eagle-5-0-sample-picture-05

dtac-eagle-5-0-sample-picture-06

dtac-eagle-5-0-sample-picture-07

dtac-eagle-5-0-sample-picture-08

dtac-eagle-5-0-sample-picture-12

dtac-eagle-5-0-sample-picture-09

ภาพนี้เปรียบเทียบระหว่าง Normal กับ HDR ครับ จะเห็นว่า HDR ของ Eagle 5.0 ไม่ได้ช่วยเก็บรายละเอียดภาพเลย เพียงแต่ทำให้ภาพสว่างขึ้นเท่านั้น

dtac-eagle-5-0-sample-picture-10

ปิดท้ายด้วยภาพพาโนรามาครับ

กล้องหน้า

frontcamera

Eagle 5.0 มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Beauty ครับ แต่กล้องหน้านี่ไม่กว้างเท่าไหร่นะ แขนสั้นๆ อาจจะลำบากหน่อย ฮ่าๆ

dtac-eagle-5-0-sample-picture-11

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าครับ (ซ้าย) โหมดปกติ, (ขวา) โหมด Beauty

4.การเล่นเกมส์

games

ด้วยสเปคของ Eagle 5.0 ซึ่งปัจจุบันคงต้องให้อยู่ที่ระดับ Entry แล้วเพราะว่าตัวชิปเซ็ตที่ใช้คือ Mediatek 6582 Quad core 1.3GHz ที่มาพร้อม GPU Mali-400 นั้นออกมานานมากแล้วครับ คือใช้กันมาเป็นปีๆ แล้ว ทำให้การเล่นเกมส์อาจจะมันส์ได้ไม่สุดเท่าไหร่ โดยผมทดสอบจากการเล่นเกมส์ Modern Combat 5 นั้นสามารถทำได้ค่อนข้างดีมีอาการกระตุกให้เห็นบ้างบางจังหวะ แต่ก็ยังพอเล่นได้ครับ แต่เจอหลุดจากเกมส์ไป 2-3 รอบเหมือนกัน และ Cookie Run ก็พอเล่นได้ครับแต่มีอาการกระตุกเป็นบางช่วง อาจทำให้กระโดดพลาดแล้วเสียชีวิตกันได้ ซึ่งหากจะเล่นเกมส์จริงๆ คงต้องปรับลดภาพในเกมส์ให้เป็นแบบต่ำเพื่อความลื่นไหลในการเล่นครับ

สรุป

ข้อดี
– ราคาประหยัด โปรโมชั่นค่อนข้างคุ้มสำหรับระบบเติมเงิน
– หน้าจอสีสันสวยงามสดใส
– ได้กล้องหน้าความละเอียดสูงดี ในระดับราคานี้ไม่ค่อยมีนัก
– ใช้งาน 2 ซิมได้ พกเครื่องเดียวอยู่

ข้อเสีย
– Touchscreen เพี้ยนบ้าง บางจังหวะกดแล้วตอบสนองช้า เวลาเล่นเกมส์นี่ลำบากเลย (ทดสอบผ่านแอพ Multitouch tester เวลาลากจุดสัมผัส 2 จุดมาวนรอบๆ กันจะเพี้ยนทันที มีจุดนึงหลุดตลอดทั้งที่มือยังกดหน้าจออยู่)
– โหมด HDR ไม่มีประโยชน์อะไร แทนที่จะช่วยเก็บรายละเอียดภาพให้ดีขึ้น
– แบตเตอรี่น้อยเกินไปหากเทียบกับขนาดหน้าจอ คงต้องพกแบตสำรองติดตัวหากออกข้างนอกทั้งวัน

ถูกใจบทความนี้  0

ใส่ความเห็น