รีวิว Fitbit Ionic สุดยอด Smart Sport Watch

วันนี้มาเรื่องสายสุขภาพกันบ้างครับ กับ Fitbit ที่เพิ่งเปิดตัวเจ้า Fitbit Ionic ไปไม่นานนี้ หลังจากที่ใช้งานกันเต็มๆ ผมจึงพามาชมรีวิวการใช้งานกันครับ ว่าเจ้า Fitbit Ionic มีดีแค่ไหน ไม่ใช่แค่ Sport watch ตามปกติที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ แต่ว่ายังเป็น Smartwatch ในตัวอีกด้วย ทำได้ทั้งลงแอปต่างๆ เพิ่มความสามารถให้ตัวเอง ยังสามารถเก็บเพลงไว้ในตัวโดยมีพื้นที่ให้ 4GB เชื่อมต่อกับหูฟัง bluetooth เพื่อฟังเพลงได้ และยังรองรับการจ่ายเงินด้วย Fitbit Pay อีกด้วย และยังใช้งานได้ถึง 3 วันอีกด้วย ในบรรดา Smartwatch ที่ครบเครื่องก็มีไม่กี่เจ้า และ Fitbit Ionic เป็นหนึ่งผู้ท้าชิงที่ครบถ้วนกระบวนความ

 

Fitbit Ionic เป็นรุ่นที่ครบเครื่องที่สุด ณ ตอนนี้ เรียกว่าเป็นรุ่นต่อยอดจาก Fitbit Surge ที่มี GPS ในตัว สามารถแทรคเส้นทางการวิ่ง หรือการปั่นได้ และที่มากกว่านั้นก็คือเป็น Smartwatch ที่สามารถลงแอปเพิ่มเติมได้ และยังสามารถใช้ Fitbit Pay เพื่อจ่ายเงินซื้อของได้ด้วย แต่ก็ยังอยู่ระหว่างเริ่มต้น ซึ่ง Fitbit เองขึ้นชื่อเรื่องการแทรคแอคทิวิตี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ทว่า มาวันนี้ได้อัพเกรดตัวเองไปอยู่ในฝั่งของ Smartwatch เรียบร้อย หลังจากที่ลุยตลาด Sport Watch มาสักพัก งานนี้ต้องเรียกว่ารวมข้อดีทั้งหมดมาอยู่ใน Fitbit Ionic รุ่นนี้ มีอะไรบ้างมาชมกันครับ

 

มาเริ่มกันด้วยรายละเอียดตัว Fitbit Ionic กันก่อน

ขนาด : (WxLxH) 25.5×4.23×1.1 cm

น้ำหนัก : 0.4 kg

การรับประกัน : 1 Year

รายละเอียด

– วัสดุแบบพรีเมี่ยม อลูมิเนียม เกรด 6000 แข็งแรงและมีน้ำหนักเบา

– หน้าจอสี HI-RES ทัชสกรีน เพิ่มพิกเซลและขยายความสว่างได้สูงสุด 1000 nits.

– หน้ากันรอยขีดด้วย Gorilla Glass 3 ทนทานและทนต่อแรงกระแทก

คุณสมบัติ

– Personal Coaching : โค้ชแนะนำออกกำลังกายบนหน้าปัด

– Heart Rate : เซนเซอร์วัดชีพจร PurePulse ตลอด 24 ชั่วโมง

– Built-in GPS : ระบบ GPS ในตัว ติดตามเส้นทาง ระยะทาง, ความเร็ว, Pace

– Water Resistant up to 50M & Tracks Swims : กันน้ำ 50 เมตร พร้อมโหมดว่ายน้ำ

– Store Music : จัดเก็บและเล่นเพลงจากนาฬิกาโดยเชื่อมต่อหูฟังบลูทูธ

– Apps : สามารถโหลดแอพเพิ่มเติมเพื่อรับคุณสมบัติใหม่ๆ

– Built-in NFC : จัดการดูแลการใช้งานบัตรเครดิตผ่าน NFC

– WiFi antenna (802.11 b/g/n) : เสาสัญญาน WiFi ในตัว

– แจ้งเตือนให้แอคทีฟ เพื่อลุกก้าวเดิน 250 ก้าว/ชั่วโมง

– ติดตามการว่ายน้ำ นับรอบ, ระยะเวลา, แคลอรี่

– โหมดออกกำลังกาย Muti-Sport ติดตามการออกกำลังกายดูสถิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอ

– Sleep Stage ตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับอย่างละเอียด

– เก็บ/เล่น เพลงกว่า 300+ เพลง จากนาฬิกา

– ปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาด้วยดีไซน์ใหม่ๆ

ข้อมูลจำเพาะ

ภายใน Fitbit ionic มี 8 เซนเซอร์ ดังนี้

– Altimeter

– 3-axis accelerometers

– Digital compass

– GPS

– Optical heart rate monitor

– Ambient light sensor

– Sensors & Components

– Vibration motor

อายุการใช้งานแบตเตอรี่

– GPS battery life : lasts up to 10 hours

– Battery type : Lithium-polymer

– เวลาชาร์จเต็ม : 1-2 ชั่วโมง

ขนาดข้อมือสำหรับ Fitbit Ionic

ภายในกล่องมาพร้อมสาย 2 ขนาด S และ L สามารถเปลี่ยนสายได้เอง

– Small ขนาด 5.5 – 6.7 นิ้ว

– Large ขนาด 6.7 – 8.1 นิ้ว

สินค้าภายในเซต ประกอบด้วย

– Fitbit Ionic watch Classic wristbands (small and large)

– Charging cable

Call Center / ช่องทางการรับประกัน

บริษัท บันเลือง ชินอินเตอร์ จำกัด(ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย)

เบอร์โทรศัพท์เพื่อสอบถามการใช้งานเบื้องต้น : 02-314-4142 (ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์)

รายละเอียดจาก shopat24

แกะกล่องดูตัวเรือนกันหน่อย

มาแกะกล่องกันครับ สำหรับราคาของเจ้า Fitbit Ionic อยู่ที่ 14,900 บาท แต่ตอนนี้หาซื้อกันได้ราคาดีกว่านี้แล้วล่ะ ซึ่งมีให้เลือกขนาดตามสูตรเดิมนะ


งานนี้รับประกันโดยบริษัท บันเลือง ชินอินเตอร์ จำกัด นะครับ 1 ปีเต็ม ซึ่งเจ้า Fitbit Ionic กันน้ำด้วย เพราะการันตีว่าใส่ว่ายน้ำได้

ตัวกล่องก็มีขนาตามนี้ครับ ซึ่งสามารถเลือกได้ แต่เลือกได้ในที่นี้หมายถึง เลือกเปลี่ยนเอาในกล่องเลย เพราะหน้ากล่องก็บอกเอาไว้แล้วว่า เล็ก+ใหญ่


ด้านหลังก็มีรายละเอียดครบถ้วน แต่รายละเอียดต่างๆ ยังเป็นภาษาอังกฤษอยู่นะ


มีแนะนำรายละเอียดเอาไว้ครบ ซึ่งเจ้า Fitbit Ionic รุ่นนี้สามารถถอดเปลี่ยนสายเองได้ง่ายๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นเลยล่ะ


ด้านข้างกล่องมีบอกฟีเจอร์ต่างๆ เอาไว้ครบ


กล่องจริงๆ ด้านในเป็นแบบนี้ครับ เรียบๆ และมีโลโก้ Fitbit อยู่ตรงกลาง

มาแกะกล่องกันจริงๆ ซะที


อุปกรณ์ต่างๆ มีตามนี้เลยครับ มีตัวสายชาร์จ และสายนาฬิกาขนาดเล็ก ถ้าใหญ่หรือเล็กไปก็เปลี่ยนได้เลย ถอดเปลี่ยนสายเองได้ง่ายอีกด้วย


สายจะเป็ฯลักษณะนี้ครับ ตัวสายเป็นสีเดียวกับที่ติดมากับเรือน


สายชาร์จจะมีขั้วคอนแทคแบบนี้ คือออกมาแต่ละรุ่นใช้ด้วยกันไม่ได้ ก็คนละซีรีส์ด้วยล่ะครับ แต่บางแบรนด์ซีรีส์ใกล้เคียงกันก็ใช้สายชาร์จรุ่นเดียวกันได้นะ


ตัวหน้าจอเป็นกระจกแบบกันรอยขีดข่วนในระดับที่ว่าดีเลยทีเดียว ใช้มาสักพักใหญ่ ยังหาริ้วรอยได้ยาก และตัวเรือนเองก็ทำมาจากอะลูมิเนียมเกรดดี กันรอยขีดข่วนระดับนึงเช่นกัน


ด้านหลังเซ็นเซอร์ที่เป็น purepulse แทรคเรื่องหัวใจได้ทั้งวัน


ปุ่มทางด้านซ้ายมือ สำหรับ back สำหรับถอยกลับไปก่อนหน้านี้ หรือจะเรียกว่าปุ่ม cancle ก็ได้


อีกสองปุ่มก็คือเป็นปุ่มใส่คำสั่ง โดยการเลือกจากหน้าจอ โดยส่วนใหญ่ถ้าหากการออกกำลังกาย ปุ่มบน (ขวามือของภาพ) จะเป็นปุ่มหยุด ส่วนปุ่มล่าง (ซ้ายมือของภาพ) จะเป็นปุ่มเริ่ม หรือตกลง


ตัวล็อคสายทำออกมาได้แน่นหนาดี


เวลาชาร์จจะเป็นลักษณะนี้ โดยหน้าสัมผัสและสายจะเป็นลักษณะของแม่เหล็ก สะดวกไปอีกแบบนึง

โดยการจับคู่ ดูคู่มือเอาครับ ไม่ยาก มีคำแนะนำทุกขั้นตอน ขออนุญาตข้ามการจับคู่ไปเลยละกัน  มาดูหน้าปัทม์หน่อย มีเมนูอะไรอยู่บ้าง อ้อ โดยตัว watchface สามารถเปลี่ยนได้ โดยดาวโหลดที่ fitbit app store ซึ่งมีเปลี่ยนได้เพียบเลย




เมนูต่างๆ ที่เป็น default มีเท่านี้เลยครับ ซึ่งเป็นแค่การใช้งานพื้นฐาน ยังมีการใช้งานอื่นๆ อีกเพียบที่ลงเพิ่มเติมได้ รวมถึงยังสามารถลงเพลงเพื่อเอาไว้ฟังตอนออกกำลังกายโดยไม่ต้องพึ่ง smartphone อีกด้วย แจ่มเลย

มาดูเรื่องแอปกันบ้างครับ

ตัวแอปสามารถใช้งานได้ทั้งบน Android, iOS และยังมี Windows 10 อีกด้วย ไม่รู้ว่าจะมีใครใช้ Windows 10 Mobile อยู่หรือเปล่า ก็ยังรองรับนะ


หน้าสรุปรวมมีรายละเอียดต่างๆ บอกไว้ครบเช่นกัน ถ้าหากมีอุปกรณ์อื่นๆ เช่นเครื่องชั่งน้ำหนัก Fitbit Aria ก็จะถูกซิงค์ข้อมูลลงในนี้ด้วย แต่ถ้าไม่มีก็กรอกมือเอาก็ได้


มี watchface ให้เลือกเพียบ โดยเราเข้าไปที่ Apps ในหน้าการจัดการ Fitbit Ionic

ซึ่งการลงแอปเพิ่ม รุ่นนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ Fitbit เลยครับ  และรุ่นอื่นๆ ก็คงจะตามมา งานนี้อาจจะยังมีแอปน้อยแต่อนาคตก็ไม่แน่

ตัวอย่างรายงานแทรคการนอน ซึ่งจุดเด่นก็คือแทรคตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เหมือนค่ายอื่นๆ ที่ไม่สามารถแทรคนอนตอนกลางวันได้ หรือต้องกดปุ่มเพื่อเริ่มจับเวลาการนอน แต่ Fitbit แทรคการนอนได้ดีจริงๆ


ตัวอย่างรายงานการเต้นของหัวใจ จะเห็นว่ามีแทรคตลอดวันเช่นเดียวกัน มีบอกด้วยว่าขณะพัก หัวใจเต้นอยู่ที่เท่าไหร่ พร้อมสรุปและดูย้อนหลังได้


หน้าสรุปการออกกำลังกาย มีแจ้งรายละเอียดต่างๆ ไว้ครบเช่นกัน ถ้าวิ่งก็จะมี pace บอก มีโซนหัวใจ และแคลลอรี่ที่เผาผลาญ


จริงๆ ตัวแอปยังมีเรื่องของ Fitbit Coach ที่มีโค้ชมาคอยสอนรายละเอียดการออกกำลังกายด้วยนะ โหลดเพิ่มเอา

สรุปจากการใช้งานจริง


ปกติผมจะเป็นคนวิ่ง ปั่น และว่ายอยู่ประจำ อยู่แล้ว เนื่องจากเจ้า Fitbit Ionic รองรับการออกกำลังกายได้มากมาย แน่นอนว่าพื้นฐานอย่าง ออกกำลังายทั่วๆ ไป ก็ได้ วิ่ง ว่าย ปั่นได้หมด แบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน ถ้าเปิด GPS หรือฟังเพลงหนักๆ ระยะเวลาก็ลดลงไปตามปกติ

เอาเรื่องวิ่งก่อน สิ่งนึงที่ Fitbit Ionic ควรแก้ไขก็คือเมนูสำหรับใช้งานขณะหยุดวิ่ง หรือเมื่อเสร็จการออกกำลังกาย ทั้งๆ ที่มีปุ่มกดอยู่ แต่ในตอนที่เราเสร็จภาระกิจแล้ว หน้าสุดท้ายจะมีขึ้นการยืนยันการออกกำลังกายที่หน้าจอแทนปุ่มกด ใช้ปุ่มกดด้านข้างเพื่อทำการยืนยันไม่ได้ ก็ทำให้ไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่สำหรับคนออกกำลังกาย และมีเรื่องของการยกเลิกการออกกำลังกาย ซึ่งไม่มีจ้า มีแต่ให้ยืนยันกันไป หากเรากดผิด ก็ต้องกดจบกิจกรรมนั้นๆ แล้วค่อยไปลบในแอปทีหลัง และอีกสิ่งนึงก็คือเมื่อเราเริ่มโหลดแอปลงไปพอสมควร การเรียกเมนูการออกกำลังกายขึ้นมาต้องใช้เวลาสักแป๊ปนึง ซึ่งก็ไม่ได้นานมาก แต่ต่างจาก Fitbit Surge หรืิิอ Blaze ที่พอเรียกการออกกำลังกายไม่ว่าจะวิ่ง หรือปั่น ไม่กี่วินาทีก็เริ่มได้เลย แต่ถ้าเป็นเจ้า Fitbit Ionic นี่รอสิบวินาทีขึ้นไปเลยนะ ความฉลาดมากับความไม่คล่องตัว รายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างครบ แต่ก็จะไม่มีฟีเจอร์แจ่มๆ อย่างพวก Vo2Max อะไรเทือกๆ นั้น ซึ่งถ้าในด้านการออกกำลังกายโดยภาพรวมถือว่าดี แต่ถ้าจะเอาละเอียดมากๆ ก็คงไม่ตอบโจทย์ล่ะนะ


คราวนี้มาลองเรื่องการว่ายกันบ้าง วิ่งกับปั่นก็คล้ายๆ กัน แต่พอมาว่ายน้ำ ก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป ซึ่งหลักๆ คือการแทรคระยะทาง หากเราว่ายสระมาตรฐาน อย่างเช่น สระ 25 เมตร มาลองแทรคดูพบว่า Fitbit Ionic แทรคได้แม่นยำจริง ทั้งนี้ยังมีบอกด้วยว่าเป็นการว่ายน้ำท่าไหน ฟรีสไตล์ หรือกรรเชียง ความฉลาดตรงนี้คือจากเซ็นเซอร์สามแกนนี่ล่ะ

และการกันน้ำไม่ต้องห่วง เพราะกันได้ 100% ใส่อาบน้ำก็ได้ ไม่ต้องกลัวน้ำเข้า

ทิ้งท้ายด้วนเทรนด์ของการฟังเพลง อันนี้คือข้อดีที่เราไม่ต้องพก Smartphone ติดตัวก็ได้ สามารถฟังเพลงได้โดยเชื่อมต่อหูฟัง bluetooth เข้ากับ Fitbit Ionic เลย หรือจะใช้เป็นการคอนโทรลเพลงจาก Smartphone ก็ได้ อันนี้มีทางเลือกให้เราแล้วแต่ถนัด

สรุปอีกสักรอบ

คือจริงๆ โดยรวมถือว่าดี ตัวเรือนสวยงาม ดีไซน์ผมว่าผ่าน หลายคนคงชอบ รวมถึงผมเองก็ชอบ วัสดุดี กันรอยได้ดีในระดับประทับใจจริงๆ ทั้งหน้าจอทั้งตัวเรือน สายก็ถอดเปลี่ยนเองได้ง่ายด้วย ราคาก็ไม่แพงมาก แลกมากับฟีเจอร์ที่ครบเครื่องขนาดนี้ แต่ก็ยังมีที่อยากได้เพิ่ม คืออย่างแบตอึดแต่ก็ยังไม่ที่สุด จริงๆ ควรจะอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ด้วยฟีเจอร์ที่ครบ หน้าจอสี อยู่ได้ประมาณ 3-4 วันก็เก่งแล้ว ยิ่งออกกำลังกายเปิด GPS บ่อยๆ ฟังเพลงไปด้วย ก็ลดไวไปตามสัดส่วนการใช้งาน เรื่องเมนูและการใช้งานออกกำลังกายผมว่ายังออกแบบมาตอบโจทย์ยังไม่ครบนะ ยังขาดอยุ่หน่อยๆ ได้การใช้งานที่หลากหลายจากการลงแอปเพิ่ม แต่ก็แลกด้วยความช้าของการทำงาน เวลาโหลดเมนูเพื่อจะออกกำลังกายกว่าจะออกมาได้ ก็รู้สึกว่าช้า ถึงแม้ว่จริงๆ อาจจะไม่ช้ามากนัก แต่ความช้าจะเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อเราลงแอปเยอะขึ้นด้วย สำหรับคนที่ออกกำลังกายหลายประเภท Fitbit Ionic เหมาะเลย แต่ถ้าเจาะลึกก็อาจจะไม่เหมาะเท่า ซึ่ง Fitbit เองเด่นในเรื่อง activity tracker มานานแล้ว จุดนี้ทำได้ดีเหมือนเดิม เช่นการนอน การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แอปและรายงานก็มีแอคเค้าท์ซิงค์ข้อมูลเก็บไว้ไม่หายไปไหน ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้ Fitbit รุ่นใหม่ก็ตาม โดยภาพรวมถือว่าคุ้มค่ากับราคาแล้วล่ะครับ

ถูกใจบทความนี้  9

ใส่ความเห็น