รีวิว Fujifilm X-A3 กล้อง Mirrorless สุดฮิต – ภาคแนะนำตัว

Fujifilm X-A3-012

ต้องบอกเลยว่าผมเอง ไม่ใช่เซียนกล้องนะ เอาแค่ใช้ถ่ายรีวิวต่างๆ ก็จบ ไม่ได้แบบวัดแสงอะไรเทือกๆ นั้น มันก็มีบ้าง แต่ไม่ได้รู้อะไรเลย แต่เห็นว่า Fujifilm เค้าดังเรื่อง Mirrorless กล้องตัวเล็ก แต่คุณภาพไม่ธรรมดามาตั้งแต่ช่วงต้นๆ จริงๆ ต้องบอกว่าผมเป็นแฟน Canon นะ ปกติ DSLR ก็ Canon มาตลอด ใช้สองตัว ก่อนหน้านี้ก็กล่องดิจิตอลธรรมดาตามเทรนด์ ก็ Canon นี่ตัวแรกเลยที่เปลี่ยนค่าย ผมเลยมาแนะนำตัว แบบบ้านๆ ตามประสามือใหม่ก็แล้วกัน Fujifilm X-A3 ราคาค่าตัวก็ 23,990 บาท เท่านั้นเอง หาโปรผ่อนเอานะครับ

ด้วยกล้องยอดฮิตตอนนี้ ตอนที่เดินไปถอยนี่ มีแต่คนถาม และหลายคนก็สอยออกไปจากร้านทั้งนั้นเลย พยายามเดินหาข้อมูลแต่ละร้าน ก็มีแถมไม่เท่ากันนะ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น ของผมเดินหาร้านที่ผ่อนบัตรได้ 0% ก็มาตกสุดท้ายกับ Big Camera เพราะบัตรที่มีพอดี เห็นว่าประกันศูนย์ 1 ปีเหมือนๆ กัน คิดว่าคงไม่เจอแจ๊คพ็อตนะผม ฮ่ะ งานนี้หากใครอยากดูสเปค ก็ไปดูกันได้ที่ลิงค์นี้นะครับ เอาล่ะ มาเริ่มกันดีกว่า

Fujifilm X-A3-051

กล่องสีดำ น่าจะเหมือนรุ่นที่แล้วนะ อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่ะๆ ตัวกล่องก็ไม่ใหญ่ไม่โต ขนกลับบ้านได้สบายๆ

Fujifilm X-A3-052

มีแถมเลนส์คิท มาให้ด้วย เป็น 16-55mm F3.5-5.6 OIS II ที่ผมชอบก็คือกันสั่นนี่ล่ะ มือผมไม่นิ่งอย่างแรง อย่างน้อยมีกั่นสั่นระดับ 2 ก็คงพอช่วยผมได้บ้าง นี่แอบคาดหวังไว้เยอะเลยนะ

Fujifilm X-A3-056

ในกล่องมีอุปกรณ์ที่ให้มาแค่เนี้ยล่ะครับ เมมโมรี่ 16GB นี่ไม่พอแน่ๆ บังเอิญมี 64GB อยู่แล้ว ก็เอามาใช้งานเลย อ้อ ที่ผมซื้อมาคือ มีฟิลเตอร์อีกอันนึงนะ เอาไว้ป้องกันเลนส์ เห็นคนขายเค้าแนะนำ ก็เลยจัดมา ราคาเลยเกิน 23,990 บาทไปซะงั้น เกินงบที่คิดไว้ไปสักหน่อย

Fujifilm X-A3-018

สำหรับหน้าตาก็ประมาณนี้เลยครับ ถามว่ารูปลักษณ์ดูดีแค่ไหน ผมว่าก็คลาสสิคตามแบรนด์ล่ะ เพราะยอ่างที่รู้ว่า Fujifilm นี่มาตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์ม เค้าก็มีชื่อเสียงในระดับนึงอยู่แล้ว จนมายุคของดิจิตอล เรื่อยมา ผมก็เพิ่งเห็นช่วงนี้ล่ะที่คนหันมาเล่นกันเยอะ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น สีที่มีให้เลือกคือสีชมพู และสีน้ำตาล ซึ่งตอนแรกกะถอยสีชมพู ซึ่งเหมาะกับผมที่สุดแล้ว เอ๊ยไม่ใช่ เหมาะกับคุณแฟน ต่างหาก ผมกะว่าจะเกาะขอใช้แค่ครั้งคราวแค่นั้นเอง แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไร ใครที่อยากได้เห็นว่าต้องมัดจำกันเลยทีเดียว มีจำกัดมากเลยสีชมพูเนี่ย

Fujifilm X-A3-005

ด้านบนมีโหมดมากมายให้เลือก ปกติผมนี่มืออาชีพเลยครับ อาชีพออโต้ ฮาาา เจอโหมดแบบนี้มือใหม่อย่างผม งงไม่ใช่น้อย จริงๆ คู่มือเค้าก็มีเขียนนะ แต่ไม่เคยแกะอ่านสักกะที เดี๋ยวค่อยๆ ศึกษาไป จะว่าไป นอกจากโหมดต่างๆ ให้เลือก ที่เป็นลักษณะหมุนไปเรื่อยๆ อันนี้คือหมุนได้ไม่มีที่สิ้นสุด คือไม่มีล็อคนั่นเอง หลังๆ ก็คงมีหลายรุ่น หลายแบรนด์ที่เป็นลักษณะนี้มั้ง เข้าใจว่า แต่ที่ผมเคยใช้ DSLR สมัยก่อน มันล็อคนะ แต่อาจจะคนละแบรนด์กันด้วยล่ะ ปุ่ม shutter นูนออกมาก็กดง่ายอยู่นะครับ ปุ่มเปิด และปิด ก็เป็นลักษณะหมุนจากทางด้านหน้าของตัวกล้องเอง ตอนแรกก็งงๆ อยู่ แม้แต่ปุ่ม เปิด ปิดกล้อง ผมยังงง เลยคิดดู ฮ่ะๆ บอกแล้วว่าใหม่มากจริงๆ สุดท้ายเป็นปุ่มปรับชดเชยแสงนั่นเอง

Fujifilm X-A3-006

สังเกตดูแล้ว ทั้งสองปุ่มที่ปรับทั้งโหมดต่างๆ รวมถึงที่ปรับชดเชยแสง เป็นลายอย่างที่เห็นน่ะครับ คือเวลามือจับแล้วจะรู้สึกสากๆ แต่เวลาหมุน ก็จะตามนิ้วเรามาเลย สาเหตุที่ออกแบบนี้ ผมก็เดาว่าให้ใช้งานได้ง่าย ถ้าเป็นพื้นผิวแบบเรียบ คงหมุนแล้วลื่นน่าดู ส่วนล้อเลื่อนสีดำๆ สำหรับปรับ ss

Fujifilm X-A3-007

ไล่ลงมาดูด้านล่าง ก็มีปุ่มอีกเพียบเลย  ตามนั้นสัญลักษณ์ที่บอกไว้เลยครับ อันนี้ขอผ่านไปก่อน คงต้องมาลงรายละเอียดเรื่องเมนูต่างๆ กันอีกที ผมว่าคนที่เคยใช้งานหรือเพิ่งเคยใช้งานก็เข้าใจไม่ยากแน่นอน แค่ลองเล่น และใช้เวลาศึกษาสักพักนึงก็คงคล่องเองล่ะ ว่าอะไรคืออะไร

Fujifilm X-A3-008

อีกฝากนึง ฝั่งนี้คือแฟลช ที่ติดตัวมา ยังไม่ได้ลองใช้งานจริงๆ จังๆ ก็เลยไม่รู้ว่ายิงได้ไกลแค่ไหน และถ่ายในที่มืดแล้วจะยังไงต่อ อันนี้ก็ต้องลองกันหน่อย

Fujifilm X-A3-019

ดูด้านหน้ากันสักหน่อย ตรงปุ่ม Fn คือฟังก์ชั่น ซึ่งเอาไว้ปรับ ISO ซึ่งเจ้า Fujifilm X-A3 นี่รองรับ ISO ถึง 25600 เลยทีเดียว จะเยอะไปไหนก็ไม่รู้

Fujifilm X-A3-010

ด้านข้างมีปุ่มเปิดแฟลชครับ ง่ายๆ เลย และที่คล้องสายห้อยคอ ส่วนลายหนังสีน้ำตาลก็ดูสวมงามตามสไตล์ Fujifilm

Fujifilm X-A3-014

พอกดปุ่มเปิดแฟลช แฟลชจะดีดขึ้นมาก็จะประมาณนี้เลย แอบตกใจเล็กๆ แบบว่าดีดขึ้นมาแรงในระดับนึงเลยทีเดียว

Fujifilm X-A3-021

ดูด้านหน้าอีกมุมนึง จะเห็นว่ามีปุ่มปรับ S, C, M อยู่ด้วย สำหรับปรับ Auto หรือ Manual Focus

Fujifilm X-A3-028

ลองมาดูอีกด้านนึงครับ

Fujifilm X-A3-030

ฝั่งนี้ขาดไม่ได้เลย การเชื่อมต่อผ่าน HDMI ส่งภาพขึ้นหน้าจอได้ทันที และพอร์ท microUSB สำหรับชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล

Fujifilm X-A3-024

ส่วนด้านล่างพื้นฐานเลยก็คือ ช่องใส่แบตและเมมโมรี่ รวมถึงช่องสำหรับใส่ขาตั้งกล้อง มาตรฐานสากล

Fujifilm X-A3-025

เปิดออกมาก็ประมาณนี้ครับ ส่วนเมมโมรี่ผมใช้งานแบบ microSD ซึ่งจัดมาราคาไม่แรงมากนัก ความเร็วพอใช้งานได้ ใช้อยู่ที่ 64GB

Fujifilm X-A3-026

แบตเตอรี่ขนาด 1260 mAh ผมว่าใช้งานทั่วๆ ไปคงพอ แต่ปกติแล้วผมจะซื้อสำรองเอาไว้อีกก้อน สำหรับ Fujifilm X-A3 นี่ก็คงเหมือนกัน คงหาสำรองเอาไว้สักก้อนนึงจะได้ไม่ติดขัดเวลาไปออกทริปเป็นเวลานานๆ (ยังกับจะได้ไปออกกับเขาด้วย :-P) ผมก็ยังไม่ได้ลองนะว่าถ่ายต่อเนื่องได้สักกี่ชั่วโมง

Fujifilm X-A3-035

เลนส์ คิท 16-50 สำหรับมือใหม่อย่างผมถือว่าแจ่มแล้วล่ะครับ คงเล่นได้อีกนานเลยกว่าจะทะลุ ค่อยไปหาเลนส์ตัวอื่นๆ มาเพิ่มเติม แต่โดยทั่วๆ ไป ผมจบที่ เลนส์คิทเนี่ยแหล่ะ เนื่องจากงบประมาณจำกัด ฮ่า ส่วน CMOS ของกล้องรุ่นนี้จัดมาให้ 24 ล้านพิกเซล

Fujifilm X-A3-036

จะซูมก็ได้ในระดับนึงเลยนะ แต่พอใส่เลนส์เข้ากับตัวกล้องแล้ว น้ำหนักเพิ่มขึ้นพอตัวเลยทีเดียว น้องๆ DSLR รุ่นเล็กๆ เลย

Fujifilm X-A3-044

ที่ผมชอบที่สุดก็คงเป็นเรื่องของ OIS ที่กันภาพสั่นไหวล่ะครับ อันนี้เดี๋ยวต้องลอง

Fujifilm X-A3-038

อีกจุดเด่นนึงของเจ้า Fujifilm X-A3 ก็คือหน้าจอแสดงผลยื่นออกมาได้ และพับเก็บได้อย่างสะดวก เอาไว้ทำไม่กันล่ะนะ

Fujifilm X-A3-042

เขาก็เอาไว้ถ่ายเซลฟี่กันยังไงล่ะ ผมนี่ฉลาดน้อยจริงๆ ปกติก็ไม่ค่อยได้ถ่ายอยู่แล้วล่ะ แต่โหมดนี้ผมว่าบรรดาคุณผู้หญิงต้องชอบแน่ๆ เพราะเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลย และสามารถปรับได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว เห็นถนัดชัดเจนเวลาเซลฟี่

Fujifilm X-A3-046

ลองเปิดใช้งานดูสักหน่อย แหม่ อะไรๆ ก็ใหม่ แบบว่าเห่อสุดๆ แถมยังใช้ไม่คล่องด้วย ฮ่ะๆ อ้อตัวหน้าจอแสดงผลนี่ ขนาด 3 นิ้วนะครับ แนะนำให้ติดกันรอยเลยนะครับ ถ้าร้านค้าไม่ติดให้ก็หาซื้อเลย ไม่งั้นเป็นรอยขีดข่วนแล้ว ต้องทำใจอย่างเดียว และเราจะเห็นรอยตลอดทุกครั้งที่ใช้งานซะด้วย

Fujifilm X-A3-012

ขนาดเหมาะมือจริงๆ หลังๆ ผมก็ไม่ค่อยได้พก DSLR ไปถ่ายภาพสักเท่าไหร่ เวลาไปเที่ยวกับครอบครัวก็อาศัยกล้องมือถือเนี่ยแหล่ะ แต่อย่างว่ามันก็มีข้อจำกัด ก็หวังว่า Fujifilm X-A3 จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานของผมได้ อย่างน้อยก็เรื่องขนาดและการพกพา ส่วนน้ำหนักเบากว่าเดิมไม่เท่าไหร่

สรุปทิ้งท้ายสักหน่อย

ผมเองยังใหม่กับ Fujifilm X-A3 การใช้งานครั้งแรกกับค่ายนี้ และรุ่นนี้ต้องบอกเลยว่ายังไม่เข้ามือ แต่พอใจกับขนาดและน้ำหนัก และการพกพานี่ล่ะครับ เรื่องดีไซน์ก็คงตามสไตล์ Fujifilm คลาสสิคดี แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าคลาสสิคแบบนี้ มีคนใช้จำนวนไม่น้อยเลย ตั้งแต่รุ่นก่อนหน้านี้แล้ว ภาพและสีที่เป็นธรรมชาติ ไม่โอเว่อร์เกินไป อันนี้ต้องลองถ่ายภาพกันสักหน่อยล่ะ สำหรับตอนนี้คงมาบรรยายความรู้สึกที่ได้ลองจับ ก็ใหม่ สด ซิง รู้สึกดี ขี้เห่อ เป็นธรรมดา ซึ่งจริงๆ แล้ว เจ้า Fujifilm X-A3 ยังมีทีเด็ดซ่อนไว้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น โหมด Portrait Enhancer หรือเซลฟี่ ที่ถ่ายสนุก ถ่ายมาโครได้ใกล้ถึง 7 เซนติเมตร และสามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone ทั้ง Android และ iOS เพื่อการถ่ายโอนภาพได้ไม่ยากเลย ผมว่า ผมน่าจะตัดสินใจถูกแล้วที่เลือก Fujifilm X-A3 รุ่นนี้นะ เพราะแค่บอดี้ และภาพรวมๆ ภายนอกนี่ก็ได้ใจไปแล้ว เหลือตอนการใช้งานนี่ล่ะ ไว้คราวต่อๆ ไป ถ้าได้ภาพแล้วค่อยเอามาโชว์ก็แล้วกัน กับ บรรดาฟังก์ชั่นต่างๆ นะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถูกใจบทความนี้  1