Review: iMI I9 ฟีเจอร์โฟน & แฟชั่นโฟน ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานของคนทุกกลุ่ม !!

 เอ่ยชื่อแบรนด์ iMI เชื่อว่าผู้ใช้งานในบ้านเราคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะแบรนด์นี้บุกเบิกตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเรามาสักพักใหญ่ ๆ แล้วครับ โดย iMI เปิดตัวในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2557 และถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ล่าสุดไอมี่พลิกเกมด้วยการ Rebranding ครั้งใหญ่ มุ่งไปที่ตลาดมือถือแบบฟีเจอร์โฟนเป็นหลัก พร้อมส่งโปรดักส์ตัวใหม่ล่าสุดมาลงตลาดบ้านเรา โดยเป็นฟีเจอร์โฟนที่มาพร้อมความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานทั้งผู้ที่ชื่นชอบ ฟีเจอร์โฟน & แฟชั่นโฟน รวมไปถึงสามารถเป็นเครื่องสำรองสำหรับคนที่มีสมาร์ทโฟนได้อีกด้วยครับ  

สเปค iMI i9

● หน้าจอแสดงผลขนาด 2.31 นิ้ว ความละเอียด 320×240 พิกเซล
● หน่วยประมวลผล MediaTek MTK 6572
● แรม 32MB (ในรุ่น 2G) / 256MB (ในรุ่น 3G)
● ความจุ 32MB (ในรุ่น 2G) / 512MB (ในรุ่น 3G)
● รองรับ Micro-SD Card ที่ความจุสูงสุด 32GB
● กล้องหลังความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล แบบฟิกโฟกัส พร้อมไฟแฟลช (รุ่น 2G) / 2 ล้านพิกเซล (รุ่น 3G)

● แบตเตอรี่ความจุ 900 mAh
● รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด ( 2 Sim Standby)
● รองรับคลื่นความถี่ 2G = 900/1800MHz
● รองรับคลื่นความถี่ 3G = 850 /2100MHz
● สีที่มีวางจำหน่าย 
แดง, ชมพู, บลอนซ์เงิน, เขียวมิ้นต์, ทอง และดำ

ราคา iMI i9 ( รุ่น 2G)  1,699 บาท

ราคา iMI i9 ( รุ่น 3G)  2,299 บาท

 

 

 

Packaging & Accessories

 

กล่องแพ็กเกจออกแบบมาอย่างสวยงาม โดยตัว Box Set นี้มีชื่อว่า iMI Magic Box ซึ่งเป็นแพคเกจจิ้งเอนกประสงค์แบบ 3 in 1 ที่มาพร้อมความสามารถดังนี้

1. เป็นได้ทั้งลำโพงบลูทูธ (Bluetooth Speaker)
2. แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank)
3. โคมไฟสีสันสดใสสวยงาม (Light Box)

สำหรับกล่อง Gift Set จะไม่ได้เป็นชุดของแถมมาตรฐาน ตรงนี้ขึ้นอยู่กับดีลของร้านค้าหรือโปรโมชั่น ณ ขณะนั้นครับ

 

 

ของแถมในกล่อง Gift Set ให้มาแบบจัดเต็มมาก บางอย่างอาจจะไม่ได้ใช้กับ iMi I9 โดยตรง แต่ก็สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ได้เช่นกันครับ

 

 

 

ตัวกล่องแพ็กเกจ Magic Box จะหุ้มพลาสติกที่สกรีนจุดขายของ iMI I9 ไว้อย่างครบถ้วน อาทิเช่น ตัวเครื่องที่มีหลากหลายสีสันให้เลือกใช้งาน, ฟีเจอร์การซิงค์ข้อมูลและใช้งานด้านโทรศัพท์ร่วมกับสมาร์ทโฟนผ่านการเชื่อมต่อทางบลูทูธเป็นต้น รวมไปถึงการที่ได้พรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์คือคุณ เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ มาเป็นหนึ่งในจุดขายอีกด้วย

 

 

หลังจาก Rebranding ครั้งใหญ่ทางค่าย iMI มีการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนโลโก้มาเป็นรูปเมล็ดข้าว ซึ่งสามารถสื่อได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงเป็นอัตลักษณ์ตัวแทนที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านานก็ย่อมได้เช่นกันครับ นับว่าเป็นการออกแบบโลโก้ที่เข้าถึงคนไทยได้อย่างแท้จริง

 

ตามที่เกริ่นไปตัวกล่อง Magic Box นั้นมาพร้อมฟังก์ชั่นแบบ 3 in 1 กล่าวคือคือสามารถใช้งานเป็นลำโพงบลูทูธในตัว โดยด้านใต้กล่องจะเป็นที่อยู่ของดอกลำโพง ซึ่งเวลาที่เราเล่นเพลงผ่านลำโพง เสียงก็จะดังออกมารอบข้างแบบ 4 ทิศทาง และนอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องเสียงเบสด้วยลักษณะของการใช้ลมกระทบพื้นผิวที่อยู่ด้านล่างนั่นเองครับ

 

ด้านล่างของตัว Magic Box จะมีปุ่มคอนโทรลที่ประกอบไปด้วย ปุ่มพาวเวอร์ เปิด/ปิดลำโพง, ปุ่มเล่น/หยุดเพลง, ปุ่มเล่นเพลงถัดไป ส่วนพอร์ต Micro USB จะเป็นพอร์ตสำหรับชาร์จไฟให้กับตัวลำโพง

 

แปลงร่างเป็นพาวเวอร์แบงค์เพื่อชาร์จไฟให้กับ iMI I9 ได้อีก 1 โหมด และสิ่งที่ชอบก็คือการทำงานนั้นจะแยกกัน ทำให้เราสามารถชาร์จไฟไปด้วย พร้อมเชื่อมต่อลำโพงในโหมดบลูทูธไปด้วยได้ตามปรกติ

 

 

สุดท้าย คือโหมด Light Box ที่เป็นโคมไฟเรืองแสงหลากหลายสีสัน การเรียกใช้งานโหมดนี้ให้กดที่ปุ่มพาวเวอร์ติดกัน 2 ครั้ง

สำหรับสีของไฟ Light Box จะเป็นแบบแรมดอมสลับหมุนวนไปเรื่อย ๆ ดูสวยงามจับตาดีมาก ๆ เลยครับ โดยเฉพาะเมื่อเราใช้งานในยามค่ำคืนหรือในที่แสงน้อย ๆ ซึ่งผมลองถ่ายภาพมาให้ดูตามตัวอย่างด้านล่างครับ

 

  

เวลาใช้งานในที่แสงน้อยหรือยามค่ำคืน เมื่อเปิดทั้งลำโพงและ Light Box ก็จะให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในงานปาร์ตี้เลยครับ

 

 

 

ได้เวลาแกะ Magic Box ออกมาเพื่อยลโฉม iMI I9 กันแล้วครับผม

 

 

เมื่อดึงฐานกล่องด้านล่างออกมาจะพบกับกล่องของตัวฟีเจอร์โฟน iMI I9 ที่จัดวางอยู่ด้านใน

 

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาจะประกอบไปด้วย

 

 

 

1. อแดปเตอร์ชาร์จ 5V/500MA แปะโลโก้ iMI พร้อมใช้โทนสีเดียวกับตัวเครื่อง

2. สาย Micro USB สำหรับโอนถ่ายข้อมูลและชาร์จไฟ

 

3. ชุดหูฟังสมอลทอร์คแบบอินเอียร์ โดยพอร์ตจะเป็น Micro USB เนื่องจาก iMI I9 ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้นั่นเอง

 

4.คู่มือการใช้งานฉบับย่อและใบรับประกันสินค้า

5. เคสซิลิโคนแบบใส

6. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม

 

Design & Hardware

 

 

iMI I9 มีดีไซน์เพรียวบางสวยงาม พร้อมแฝงความโมเดิร์นอยู่ภายใน และแน่นอนครับการที่ชูจุดขายเป็นฟีเจอร์ & แฟชั่นโฟน ค่าย iMI จึงใส่ใจเรื่องดีไซน์และรายละเอียดเป็นพิเศษ

โดย iMI I9 นั้นมาพร้อมโทนสีที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลายสีสัน และตัวเครื่องเลือกใช้กระจก 3D ทั้งด้านหน้าและหลัง ผสานด้วยขอบเฟรมโพลีคาร์บอเนตที่เคลือบโครเมี่ยมในโทนสีที่เรียกแบบไทย ๆ ว่าสีเขียวปีกแมลงทับ (เฉพาะในสีเขียวมิ้นต์) ดีไซน์ในภาพรวมนั้นมีความโค้งรับเข้ารูปทั้ง 4 มุม นอกจากสวยงามแล้วยังกระชับเข้ากับสรีระของฝ่ามือในยามจับถือได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับด้านงานประกอบนั้นแรียบร้อยแข็งแรงดี ทำที่ได้ลองสัมผัสใช้งานจริงทั้ง กด ๆ บีบ ๆ ยังไม่พบ defect แต่อย่างใด สรุปด้านวัสดุและงานประกอบนั้นสอบผ่านครับ

 

iMI I9 มีหน้าจอแสดงผลขนาดหน้าจอ 2.31 นิ้ว ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล แต่ไม่ได้เป็นจอทัชสกรีนเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป อย่าเผลอไปกดกันนะครับ (ฮ่า)

สำหรับแผงปุ่มกดตัวเลขจะเป็นแบบสัมผัสทัชสกรีน (capacitive button) พร้อมไฟแบล็คไลท์ในตัว ซึ่งฟิลลิ่งก็ประมาณเหมือนที่เราใช้งาน 3 ปุ่มนำทางบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์บางรุ่นนั่นเองครับ

 

 

ขอบเฟรมเป็นโพลีคาร์บอเนตเคลือบโครเมี่ยมที่มีความเงางามและสะท้อนแสงแววาว โดยเครื่องสีเขียวมิ้นต์ตัวขอบเฟรมจะใช้โทนสีเขียวปีกแมลงทับ ซึ่งดูโดดเด่นสะดุดตาดีมาก ๆ

สำหรับฝั่งซ้ายของตัวเครื่องจะเรียบ ๆ โล่ง ๆ ส่วนฝั่งขวาจะมีรูสำหรับการรีเซ็ทโทรศัพท์ หากตัวเครื่องมีอาการค้างหรือไม่ตอบสนองการทำงาน

 

 

 

การจัดวางเลย์เอาท์ด้านบนจะมีเพียงปุ่มพาวเวอร์ เปิด/ปิดเครื่อง ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วย พอร์ต Micro USB ช่องใส่ซิมและ MicroSD Card และไมค์สนทนา สำหรับลำโพงหลักของตัวเครื่องจะอยู่ที่เดี่ยวกับลำโพงสนทนา คืออยู่ด้านบนของจอแสดงผลนั่นเองครับ


ตัวถาดซิมเป็นแบบไฮบริดสล็อต คือต้องเลือกใช้งานในแบบ 2 ซิมการ์ดหรือ 1 ซิม + MicroSD Card

 

 

กล้องหลังมาพร้อมความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล แบบฟิกโฟกัสพร้อมไฟแฟลช 1 ดวง ที่สามารถทำหน้าที่เป็นไฟฉายยามฉุกเฉินได้ด้วยการกดปุ่มเลข 0 ค้างไว้ 5 วินาที สำหรับคุณภาพจากกล้องอย่าไปคาดหวังอะไรมากมายนะครับ เอาไว้ถ่ายแบบขำ ๆ พอได้

 

ตัวเครื่องมีความเพรียวบาง กะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เมื่อลองวางเทียบกับ iPhone 6s ก็จะเห็นความแตกต่างด้านขนาดได้อย่างชัดเจนครับ

 

Software & Feature

การแสดงผลของหน้าจอหลัก ก็ตามสไตล์ของฟีเจอร์โฟนทั่ว ๆ ไป คือมีบอกวันที่, เวลา, ชื่อเครือข่าย, ระดับเบตเตอร์ที่มุมขวา, และสัญลักษณ์การเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่มุมบนด้านซ้ายเป็นต้น

 

เมนูอินเตอร์เฟซภายในจะเป็นแบบไอคอน 3×3 แถว โดยประกอบไปด้วย

1. สมุดโทรศัพท์ 

2. คอลเซ็นเตอร์ (ดูประวัติการโทร , การตั้งค่าการโทร)

3. ข้อความ

4. การตั้งค่า (ทั้งหมดของตัวเครื่อง)

5. มัลติมีเดีย (อัลบั้มภาพ, เครื่องบันทึกวีดีโอ, เครื่องเล่นเพลง, วีดีโอ,  เครื่องเล่นเสียง, เครื่องบันทึกเสียง, วิทยุ FM)

6. จับภาพระยะไกล  (รีโมตกล้องบนสมาร์ทโฟน และรีโมตควบคุมเครื่องเล่นเพลง)

7. ตัวเรียกหมายเลขบลูทูธ (โหมดเลือกการเชื่อมต่อบลูทูธของเครื่องกับดีไวซ์อื่น ๆ )

8. กล้องถ่ายรูป

9. การจัดระบบงาน (บลูทูธ, ปฏิทิน, เครื่องคิดเลข, นาฬิกาปลุก, เวลาทั่วโลก)

 

 

 

นอกจากนี้ เรายังสามารถเข้าถึงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยการกดที่ปุ่มเมนูแล้วตามด้วยปุ่มตัวเลข ซึ่งจะฟิกตามตำแหน่งการจัดวางของไอค่อน

รวมไปถึงสามารถตั้งปุ่มคีย์ลัดเพื่อเรียกใช้หรือเข้าสู่เมนูย่อยได้ทั้งปุ่มควบคุมทิศทางและปุ่มตัวเลขอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าถึงเมนูต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

จากนี้มาดูฟังก์ชั่นการใช้งานที่น่าสนใจของ iMI I9 กันครับ

 

1. ฟังก์ชั่นข้อความและรายชื่อชุดเดียวกัน

หนึ่งในไฮไลท์ที่ชูออกมาเป็นจุดขายของ iMI I9 ก็คือฟีเจอร์แชร์ข้อความและรายชื่อชุดเดียวกัน โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการแจ้งเตือนและสามารถใช้งานรายชื่อร่วมกับสมาร์ทโฟนเครื่องหลักเมื่อเราเชื่อมต่อกับ iMI I9 ผ่านทางบลูทูธ ทำให้การแจ้งเตือนข้อความต่าง ๆ จะแจ้งเตือนทั้งบนสมาร์ทโฟนที่เป็นเครื่องหลักพร้อมแสดงผลบน iMI I9 ไปพร้อม ๆ กันด้วย


นอกจากนี้ยังรองรับการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียยอดนิยมจาก Facebook, Line หรือ Gmail ได้อีกด้วย ทำให้ iMI I9 เป็นฟีเจอร์โฟนที่ทำอะไรได้มากกว่าการเป็นแค่เพียงเครื่องสำรองอย่างเดียว ตามที่ได้เกริ่นไปในตอนต้นนั่นเองครับ

 

2.ฟังก์ชั่นสายเข้าพร้อมกัน

ฟีเจอร์นี้ จริง ๆ แล้วก็คือ Bluetooth Call ที่มีให้ใช้งานในสมาร์ทวอทช์บางรุ่นนั่นเอง หลักการทำงานก็คือเมื่อเราเชื่อมต่อ iMI I9 ผ่านทางบลูทูธกับสมาร์ทโฟนเครื่องหลัก เวลาที่มีสายเรียกเข้ามาก็จะดังพร้อมกันทั้ง 2 เครื่อง ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะรับหรือปฏิเสธจากเครื่องไหนก็ได้ ตรงนี้มีประโยชน์มากครับ เพราะบางครั้งเราอาจจะชาร์จสมาร์ทโฟน หรือจัดเก็บไว้ในกระเป๋า ทำให้ไม่สะดวกในการหยิบเครื่องหลักขึ้นมา แต่เราก็ยังสามารถรับสายจาก iMI I9 ได้เลย ทำให้ไม่พลาดทุกเหตุการณ์การช่วงสำคัญของในแต่ละวันครับ

 

 

3. ฟังก์ชั่นป้องกันการสูญหาย

 

ฟีเจอร์นี้จะเป็นการแจ้งเตือนทั้งเสียงและการสั่น เมื่อตัวเครื่อง iMI I9 ของเราอยู่ห่างจากสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออยู่ในระยะเกิน 10 เมตร หรือเมื่อสัญญาณการเชื่อมต่อของ Bluetooth หลุดออกจากกัน ฟีเจอร์นี้จะช่วยป้องกันการเผลอลืมวางสมาร์ทโฟนไว้ไกลตัว ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก ๆ อีกหนึ่งฟีเจอร์เลยครับ

 

4. ฟังก์ชั่นรีโมตชัตเตอร์ และ รีโมตคอนโทรคเครื่องเล่นเพลง

 

 

 

 

ฟีเจอร์นี้จะแปลงร่างให้ iMI I9 ของเรากลายเป็นรีโมตชัตเตอร์ ที่สามารถลั่นชัตเตอร์เพื่อถ่ายรูปจากกล้องบนสมาร์ทโฟนผ่านทาง iMI I9 ได้ไม่ต่างไปจากบลูทูธรีโมตทั่วไปในท้องตลาด นอกจากนี้เรายังสามารถใช้งานเป็นมิวสิคคอนโทรล เพื่อควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนเครื่องหลักได้อีกทางหนึ่งด้วยครับ

ทั้งนี้ในสมาร์ทโฟนของเราต้องลงแอพ BT Notifier ไว้ด้วยจึงจะใช้งานได้ และตอนนี้ยังไม่รองรับการใช้งานบน iOS นะครับ

 

5.ฟังก์ชั่นนับก้าวเดิน

เป็นฟังก์ชั่นรองรับผู้ที่รักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยเราสามารถดูอัตราการออกกำลังกาย และอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ผ่านทางตัวเครื่อง iMI I9 ได้โดยตรง (รองรับเฉพาะรุ่น 3G)

 

6. มัลติมีเดีย

 

 

 

ด้านมัลติมีเดียเมนูนี้จะเป็นศูนย์รวมทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ โดยประกอบไปด้วย อัลบั้มภาพ, เครื่องบันทึกวีดีโอ, เครื่องเล่นวีดีโอ, เครื่องเล่นเสียง, เครื่องบันทึกเสียง, วิทยุ FM

สำหรับการเล่นเพลงผ่านตัวเครื่องนั้นทำได้ครับ แต่ต้องใส่การ์ดหน่วยความจำไว้ด้วย เพราะความจุภายในตัวเครื่องนั้นไม่เพียงพอ ส่วนวิทยุ FM ที่ให้มาจะเป็นแบบทศนิยม 1 จุด ส่วนภาครับสัญญาณอยู่ในระดับปานกลาง คือไม่ดีมากแต่ก็ไม่ถึงกับแย่จนใช้งานไม่ได้

สุดท้าย ตัวจัดการเอกสารที่ให้มา เมนูนี้จริง ๆ แล้วก็คือโปรแกรมไฟล์เมเนเจอร์นั่นเอง หากเราไม่ได้เชื่อมต่อผ่านทาง PC เพื่อโอนถ่ายข้อมูล เราก็สามารถจัดการไฟล์ต่าง ๆ  ผ่านทางตัวจัดการเอกสารที่ให้มาได้เช่นกันครับ

 

 

7. การตั้งค่าทั่วไป

 

 

 

 

 

 แม้การใช้งานของฟีเจอร์โฟนจะเน้นไปที่ความเรียบง่าย ไม่เหมือนสมาร์ทโฟน แต่ในภาพรวมฟังก์ชั่นหรือการตั้งค่าเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานบน iMI i9 ก็ถือว่าให้มาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Tool หรือเครื่องมือเบสิคที่ควรมีติดเครื่องไว้ อย่างไฟฉาย, เครื่องคิดเลข, ปฏิทิน, เวลาทั่วโลก, หรือไฟล์เมเนเจอร์ก็มีมาให้ใช้งานอย่างครบถ้วน รวมไปถึงการตั้งค่าด้านความปลอดภัยก็มีมาให้ใช้อีกด้วยเช่นกันครับ

 

สรุป iMI i9

แม้ฟีเจอร์โฟนจะเดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะล้มหายตายจากไปแต่อย่างใด เพราะว่าในปัจจุบันมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบ และยังคงเลือกใช้แต่ฟีเจอร์โฟนอยู่ไม่น้อย ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะจะต้องการใช้งานเพียงแค่โทรเข้า/ออกเป็นหลัก ฉะนั้นสมาร์ทโฟนจึงดูเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นอยู่บ้าง และจากการที่ค่าย iMI ทำการ Rebranding ครั้งใหญ่ มุ่งไปที่ตลาดมือถือแบบฟีเจอร์โฟนแทนนั้น ต้องบอกว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่มองไกลและไม่เหมือนใครจริง ๆ เลยครับ

 อีกทั้งการเปิดตัวโปรดักส์ iMI i9 นั้นยังสามารถผสานกลมกลืนทั้งกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนได้อย่างลงตัว ด้วยรูปลักษ์โฉบเฉี่ยวทันสมัย แถมมาพร้อมความสามารถที่ทำได้มากกว่าการเป็นเครื่องสำรอง ทั้งฟังก์ชั่นข้อความและรายชื่อชุดเดียวกัน, ฟังก์ชั่นสายเข้าพร้อมกัน, รีโมตชัตเตอร์ และ รีโมตคอนโทรคเครื่องเล่นเพลง เรียกว่าเป็นเครื่องสำรองของคนที่มีสมาร์ทโฟนอยู่แล้วก็ได้ หรือจะเป็น standard alone ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบฟีเจอร์โฟน & แฟชั่นโฟนก็ยังไหวเช่นกัน

 หากจะให้สรุปสั่น ๆ เราให้นิยามของ iMI i9 นั้นเป็นฟีเจอร์โฟน ที่โดดเด่นด้านดีไซน์ มีความเพรียวบาง แต่แฝงความโมเดิร์นอยู่ในตัว ส่วนด้านความสามารถนั้นหากมุ่งไปทางฟีเจอร์โฟนก็ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วนกระบวนความเท่าที่ฟีเจอร์ & แฟชั่นโฟนควรจะทำได้ หากมองในแง่การเป็นเครื่องสำรองของสมาร์ทโฟน เมื่อเหลี่ยวมองไปยังฟีเจอร์โฟนในท้องตลาด ณ ปัจจุบัน ก็ยังไม่เห็นมีใครที่จะดีพร้อมพอจะเป็นคู่แข่งของ iMI i9 ได้เลยครับ 

สรุปส่งท้าย iMI i9 คือความลงตัวของคนที่ชื่นชอบฟีเจอร์โฟน และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อใช้งานเป็นเครื่องสำรองที่สามารถทำอะไรได้มากมายไปกว่าการโทรเข้า/ออกเพียงอย่างเดียวครับ

สำหรับ iMI i9 ณ ตอนนี้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee, Big C รวมไปร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วไป

สนนราคาค่าตัว iMI i9

iMI i9 ในรุ่น 2G เคาะราคาที่ 1,699 บาท

iMI i9 ในรุ่น 3G เคาะราคาที่  2,299 บาท

 

 

ปล. นอกจาก iMI i9 ที่ทางเว็บได้มารีวิวในวันนี้แล้ว ทางค่าย iMI ยังมีรุ่น X mini ซึ่งมีสเปคภายในเหมือนกับ iMI I9 ทุกประการ เพียงแต่จะมีความต่างกันที่ดีไซน์ของฝาหลังเท่านั้น โดยทั้ง 2 รุ่นเคาะราคาค่าตัวออกมาเท่ากันทั้งในรุ่น 2G และ 3G ส่วนช่องทางการวางจำหน่าย iMI I9 จะ Exclusive วางจำหน่ายที่ Lazada พร้อมแถม Gift set ส่วน รุ่น X mini จะ Exclusive ขายที่ Shopee พร้อมแถม Giftset ด้านฟีเจอร์ของทั้ง 2 รุ่นจะเหมือนกันทุกประการ ก็ขึ้นอยู่กับดีไซน์แล้วครับ ว่าผู้ใช้งานจะชื่นชอบในสไตล์ไหนมากกว่ากัน

สำหรับบทความรีวิว ฟีเจอร์ & แฟชั่นโฟน iMI i9 ก็ขอลากันไปแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้าครับ

ถูกใจบทความนี้  12

ใส่ความเห็น