รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade แบตอึดขึ้น แจ่มได้อีก

จากที่เคยทดสอบใช้งาน Jabra Elite Sport ที่ใช้เทคโนโลยี True Wireless ซึ่งตอนนี้มีออกมาให้ใช้งานกับเพียบแล้วล่ะ โดยเมื่อต้นปีเพิ่งเปิดตัวกันไป มาช่วงปลายปีแบบนี้ ก็จัดมาอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งเป็นรุ่นอัพเกรด ใช้ชื่อว่า Jabra Elite Sport Upgrade นั่นเองครับ โดยมีแบตอึดขึ้น สีสวยขึ้น ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเรื่องการใช้งานต่างๆ ที่สมบูรณ์ทุกการออกกำลังกายด้วย Jabra Sport Life App

คงไม่มีอะไรมากไปกว่าเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดครับ ซึ่งเจ้า Jabra Elite Sport Upgrade รูปร่างทุกอย่างแทบจะเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ว่ามีสีเขียวมะนาว และมีอีกสีให้เลือกคือสีเทา แต่สีฮีโร่งของเขาคือสีเขียวมะนาวนี่ล่ะเรียกว่าสวยกว่าเดิม และยังมีแบตที่อึดขึ้นถึง 50% เลยทีเดียว ไม่พอครับ ยังรองรับมาตรฐาน IP67 คือกันน้ำได้ลึก 1 เมตร ในระยะเวลา 30 นาทีอีกด้วย ซึ่งเห็นมาตรฐานนี้แล้ว ทุกกีฬาที่เสียเหงื่อเรียกว่าไม่ต้องกลัวพังเลย มีแต่กีฬาว่ายน้ำนี่ล่ะที่ยังไม่รับ แน่นอนว่าไม่เหมาะกับกีฬาที่ต้องดำน้ำนะ ยังวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้เช่นเดิม

มาดูสเปคกันหน่อย โดยอ้างอิงจากสเปคของ Jabra Elite Sport เดิม

Packaging dimensions : L120 x W45 x H179 mm
Dimensions Earbuds : L 27 x W 30 x H 22.5 mm
Charging case: L 72 x W 51 x H 26.5 mm
Weight Earbuds: 6.5g x2
Charging case: 67g
What’s in the box Charging: Case, micro USB cable, 3 sets of Silicon EarGels, 3 sets of Foam EarGels, 3 sets of EarWings, Quick Start Guide, Warranty- and Warning Leaflets Charging time: 2 hours
Certifications: Bluetooth 4.1, CE, FCC, IC, RoHS, REACH
Warranty:1 year (3 years with in-app registration)
Bluetooth device: Yes
Operating range :Up to 10 meters (33 feet)
Connection (mini jack, USB, etc): Micro USB
Talk time: Up to 3 hours
Standby time: 200 hours
Speaker size: 6.8×5.1mm
Speaker sensitivity: 103dBSPL at 1kHz/1mW
Speaker impedance: 16ohm ±15% at 1kHz
Speaker max input power: 8mW
Speaker frequency range: 20Hz to 20kHz
Microphone type: 4 x MEMS
Microphone sensitivity: -38 dBV/Pa
Microphone frequency range: 100Hz to 10kHz
Supported Bluetooth profiles: Headset profi le v1.2 , hands free profi le v1.6, A2DP v1.2, AVRCP v1.5
Operating temperature: -10° C to 55° C (14 F to 131 F)
Storage temperature: -40° C to 65° C
Reliability testing: IP67 rated, drop, strength, dirt, temperature & humidity tested
Paired devices: Up to 8 – connected to one at a time
Charging plug dimensions: 5 PIN micro USB / B Type / W 8.7 x L 5.0 x H 2.4 mm (W 0.34 x L 0.2 x H 0.1 in)
Material used: Silicon Rubber, PARA (polyarylamide), PC/ABS, PC, PP, TPU, TPE-V, TPE-S Pairing PIN: 0000

โดยเวอร์ชั่น Upgrade นี้คืออัพเกรดแบตขึ้นไปอีก 50% งานนี้ใช้งานกันยาวๆ สบายๆ เลย

มาดูรูปร่างหน้าตากันหน่อย ตัวกล่องออกแบบมาขนาดและรายละเอียดเหมือนเดิมเกือบทุกอย่าง ยกเว้นตัวรูปร่างของเจ้า Jabra Elite Sport ที่เป็นสีเขียวมะนาว

ลองเปรียบเทียบกันกับตัวเดิมจะเห็นว่ามีแค่สีและตัวแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น

จริงๆ ตัวกล่อง ข้างนอกมีดีไซน์ต่างกันนิดหน่อยครับ

มาแกะกล่องดูด้านในบ้าง ยังให้อุปกรณ์มาครบถ้วน ที่แจ่มก็คือ มีทั้ง ear tips, ear busd ขนาดต่างๆ หรืออาจจะเรียกว่า ear gel และ ear wing งานนี้มีทั้งสีเขียวและสีดำให้เลือกด้วย ซึ่งเชื่อขนมกินเลยว่าต้องเลือกสีเขียวอย่างแน่นอน

ซูมดูสักหน่อย จะว่าไปสีดำก้โอเคนะ ส่วนตัว ear tips คือ มีทั้งที่เกี่ยวหูและแบบะรรมดา อันนี้แล้วแต่ความถนัดและรูปร่างของใบหูเรา

ส่วนรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ Jabra Elite Sport เดิม แตกต่างกันตรงสี การทำงานก็เช่นเดิม ซึ่งเป็นหูฟังแบบ True Wireless ที่ไม่มีสาย หรือไร้สายอย่างแท้จริง รวมถึงสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ในขณะออกกำลังกาย ซึ่งจะมีโค้ชบอกเราระหว่างออกกำลังกายด้วย ผ่านตัวแอป Jabra Sport Life

โดยเจ้า Jabra Elite Sport Upgrade มีไมค์ถึง 4 ตัว เรื่องคุยสายนี่สบายๆ ได้ยินชัดเจน น้ำหนักเบา ใส่ได้ตลอดอีกต่างหาก แต่ก็มีเรื่องของความคุ้นเคยนั่นล่ะครับ ถ้าหากชินแล้วน้ำหนักก็ไม่ได้มากมายสักเท่าไหร่ ก็จะมีแต่เรื่องสีสันที่อาจจะสะดุดตาเพื่อนๆ มาทักกันบ้างว่าใส่อะไรยังไง เพราะปกติทั่วๆ ไปหูฟังส่วนใหญ่จะมีสาย ซึ่งตามที่เห็นในภาพปุ่มกดจะอยู่บนตัว Jabra Elite Sport Upgrade ซึ่งด้านซ้ายเป็นปุ่มเร่งและลดเสียง และถ้ากดค้างเอาไว้จะเปลี่ยนเป็นการเลื่อนเพลงไปข้างหน้หรือกลับไปเพลงก่อนหน้าได้อีกด้วย

ในขณะออกกำลังกายเรามักจะมีเหงื่อไหล มากน้อยก็แล้วแต่ ซึ่ง Jabra Elite Sport Upgrade ป้องกันเหงื่อและน้ำในมาตรฐาน IP67 แต่อย่าเสี่ยงเอาไปว่ายน้ำนะ ส่วนปุ่มทางด้านขวามือนี้ จะเพิ่มความสะดวกในการออกกำลังกายให้เราเลยล่ะ อันนี้สำคัญ โดยปุ่มลักษณะทึบเป็นการควบคุมการเปิดใช้งาน Jabra Sport Life โดยการกดค้าง และควบคุมเวลาออกกำลังกายจะเรียกโค้ชออกมาบอกว่าขณะออกกำลังกายมีรายละเอียดอะไรบ้าง แต่ถ้ากดครั้งเดียว ขณะฟังเพลงจะเป็นการหยุดเพลงชั่วคราวหรือเริ่มเพลง ส่วนอีกปุ่มนึงจะใช้สำหรับเปิดให้เสียงด้านนอกเข้ามาได้ ทำให้การออกกำลังกายนอกสถานที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยการกดสองครั้ง

ด้านล่างตรงหูด้านขวา จะเป็นเซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็รู้ว่าหัวใจเราเต้นอยู่ที่เท่าไหร่ และมากหรือน้อยเกินไป ซึ่งมีการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายอย่างเช่น Vo2Max และ Cooper Test ได้อีกด้วย

ตรงส่วนของ contact หน้าหรือสัมผัที่เห็น เราใช้สำหรับชาร์จกับแท่นชาร์จแบบพกพา ซึ่งจะใช้งานได้สูงสุด เมื่อรวมกับแท่นชาร์จแบบพกพาแล้วมากกว่าเดิม 50% หรือประมาณ 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งผมหายห่วงเรื่องนี้ การวิ่งหรือออกกำลังกายสัก 1-2 ชั่วโมงสบายๆ อยู่แล้ว ปกติวิ่งก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง กลับมาก็ชาร์จใส่ dock ซะออกไปใช้งานตอนกลางวันได้ต่ออีกทั้งวัน ฟังเพลงบ้าง คุยโทรศัพท์บ้าง รอดวันครับ

มาดูตอนเปลือยกันหน่อย การใส่ทั้ง ear tips และ ear buds ก็ไม่ยากนะครับ ง่ายมากๆ ไม่ต้องกลัวเรื่องการเปลี่ยนขนาด

โดยทั้งสองข้างเหมือนกัน มีหลายขนาดให้เลือก ตามขนาด S M L ที่เห็นด้านบน ต้องมีสักขนาดที่เหมาะกับหูของเราล่ะน่า

เปรียบเทียบกับรุ่นเดิมสักหน่อย Jabra Elite Sport Upgrade ดูสวยกว่าไหม ก็ไม่เชิงนะ ผมว่าสีดำก็สวยได้เทรนด์ไปอีกแบบ ส่วนตัว Jabra Elite Sport Upgrade เป็นสีเทาก็เลยดูสว่างกว่าหน่อย

อาจจะมีเรื่องของราคาที่แตกต่าง อันนี้ Jabra Elite Sport Upgrade ราคา 9,990 บาท ดังนั้นหากตัวเดิมราคาต่างกันไม่มาก ก็ลองชั่งใจดูละกันครับ เพราะมันอยู่ที่ความชอบของดีไซน์ สีสัน ส่วนสเปคก็ Jabra Elite Sport Upgrade แบตอึดขึ้นนั่นล่ะที่เป็นประเด็นสำคัญ

มาดูตัว เคสแบบพกพาสำหรับชาร์จกันบ้าง ซึ่งตรงนี้เป็นจุดสำคัญอีกจุดนึงเช่นกัน เรื่องว่าเป็น travel docking charger ที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ

ด้านต่างๆ ของเจ้าเคสแบบพกพา โดยมีพอร์ท micro USB สำหรับชาร์จอยู่ที่ด้านข้างนะ

ด้านในของเคสเป็นแบบนี้ล่ะ

ส่วนด้านในจะเป็นช่องสำหรับใส่เจ้า Jabra Elite Sport Upgrade พอดีเลย ใช้รุ่นเดิมได้ด้วยนะ ขนาดเท่ากัน

ซึ่งขนาดของเคสพกพาก็ไม่ได้ต่างกันเลยจากรุ่นเดิม

ด้านในก็เช่นเดียวกัน โดย Jabra Elite Sport Upgrade มีการปรับประกันถึง 3 ปีเลยทีเดียว อันนี้เรียกว่าแจ่มล่ะ เพราะปกติแล้วทั่วๆ ไปก็รับประกันแค่ 1-2 ปี โดยในประเทศไทยผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการคือ RTB Technology นะครับ

ส่วนของ Jabra Elite Sport Upgrade เรื่องรูปร่างภายนอกก็ประมาณนี้ล่ะครับ เป็นทางเลือกนึงที่ต้องบอกว่าเป็น หูฟัง True Wireless ที่มีในตลาดยังไม่มากนัก ที่รองรับการออกกำลังกายแบบเต็มสูตร แต่เดี๋ยวก่อน ยังไม่จบครับ มาดูกันต่อยาวๆ เพราะห้ามพลาดเรื่อง Jabra Sport Life ที่เป็นแอปการออกกำลังกายที่มีรายละเอียดอีกเพียบ อาจจะยกมาได้ไม่หมดนะ มีอะไรบ้างมาดูกันดีกว่า

สำหรับ Jabra Sport Life เป็นแอปที่รวมรวมเอาการออกกำลังกายเอาไว้ครบทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง เป็นปั่น หรือจะเป็นการออกกำลังกายในร่มหรือที่เรียกว่า Cross Training ด้วยครับ ซึ่งตัวแอปจะมีเรื่องของการสรุปความฟิตของเราด้วย และมีการคำนวณว่า เราจะสามารถวิ่งระยะต่างๆ ได้เวลาเท่าใด เช่นวิ่งมาราธอนจะใช้เวลา 5.32 ชั่วโมง ถ้ามีความฟิต ณ ตอนนี้ รวมถึงบอกเราได้อีกว่าร่างกายต้องการการพักผ่อนมากน้อยแค่ไหน เผื่อจะฟื้นฟูกลับมา 100% เป็นประโยชน์สำหรับการออกกำลังกายอย่างมาก

ซึ่งในตัวแอปเองยังเก็บประวัติการออกกำลังกายเอาไว้ครบถ้วน พร้อมทั้งสถิติที่เราทำได้สูงสุดอีกด้วย

ประวัติสรุปการออกกำลังกายมีการประเมินแบบรายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ว่า Heart Rate Zone ของเราอยู่ที่เท่าใด ซึ่งอันนี้ก็มีประโยชน์ เอามาประเมินได้ว่าเราออกกำลังกายหนักแค่ไหน ซึ่งมีผลต่อความฟิต และสุขภาพด้วยนะครับ

นอกจากนั้นยังแบ่งเป็นกีฬาหลักๆ อย่างการวิ่ง และการปั่นจักรยานด้วย

มาดูเรื่องของการเก็บประวัติสักหน่อย จุดอ่อนของ Jabra Sport Life อย่างเดียวคือ ตัวแอปไม่มีให้สมัครแอคเค้าท์ ซึ่งส่วนใหญ่ หากเป็นแอปที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายจะมีการ log in สร้าง account เพื่อเก็บข้อมูลไว้ให้ด้วย แต่ Jabra ยังไม่มี แต่ก็มีวิธีที่จะเก็บข้อมูลแบ็คอัพเอาไว้ และกู้คืนมาได้ กรณีที่ใช้หลายเครื่อง หรือเปลี่ยนเครื่อง Smartphone ไปใช้เครื่องใหม่ ประวัติต่างๆ ก็ยังคงอยู่กับเราไปตลอด แต่ห้ามลืมแบ็คอัพเองเอาไว้เป็นประจำด้วยนะ

ก่อนไปเรื่องรีพอร์ทการออกกำลังกาย ตัวแอปเองมีการทดสอบความฟิตรูปแบบต่างๆ มีทั้ง Vo2Max Test และ Cooper Test รวมถึงการทดสอบ Heart Rate ระหว่างช่วงพักด้วยว่าหัวใจเราทำงานเป็นยังไงบ้าง  ระหว่างการออกกำลังกาย จะมีรายละเอียดบอก ครบถ้วน รวมถึงขณะออกกำลังกาย ยังมีผู้ช่วยโค้ช บอกเป็นระยะด้วยว่า เราออกกำลังกายแล้วถึงจุดไหน ยังไง หัวใจเต้นเท่าไหร่ อยู่โซนไหน วิ่งเร็วไหม หรือปั่นอยู่ที่รอบเท่าไหร่ ระยะกี่กิโลอะไรประมาณนี้ครับ

กีฬาต่างๆ ที่ให้เล่น มีเพียบ แต่ยกเว้นว่ายน้ำนะ แล้วแต่เลือกเล่นได้เลย จะวิ่ง จะปั่น จะ ออกกำลังกายตามคอร์สที่มี ได้หมด

ตัวอย่างเช่นการออกกำลังกายเป็นคอร์ส มีให้เลือกด้วยว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ยังไงบ้างเป็น cardio ก็จะเบาๆ มีท่าต่างๆ ประกอบพร้อมทั้งเสียงบอกว่าให้เริ่มทำ หยุดทำ ใกล้จะเสร็จตามเป้าหมายแล้ว จนจบคอร์สเลย

ซึ่งมีสรุปรายละเอียด การออกกำลังกายแต่ละครั้งให้ด้วย แนะนำให้ทำทุกวัน รับรองร่างกายแข็งแรงแน่นอน ไม่จำเป็นต้องไปออกกำลังกายนอกบ้านก็ได้ ในบ้านนี่ล่ะ ง่ายๆ มี Jabra Elite Sport Upgrade และ Jabra Sport Life เหมือนมีโค้ชอยู่ข้างตัว

มาดูสรุปผลส่วนของการวิ่งกัน ซึ่งจะมีบอกรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือมีตัว Heart Rate บอกด้วยว่า เฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ ยังไง

สามารถแทรคได้ด้วยว่าเส้นทางที่เราวิ่ง กิโลที่เท่าไหร่ หรือตรงจุดไหนที่มีหัวใจเต้นสูง ต่ำ หรือว่าไม่ปกติในแผนที่การวิ่ง

รายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นก็มีครบถ้วน ตามคอนเซ็ปท์

การลองใส่วิ่งจริงจัง ปกติผมซ้อมวิ่งประมาณ 5 KM อยู่แล้ว ซึ่งจากรายงานที่เห็นก็ไม่ได้วิ่งเร็วอะไร เป็นการออกกำลังกายตามปกติ แต่เส้นทางการวิ่งก็จะมีทั้งเน้นบ้าง ขรุชระบ้าง ตามพื้นถนนปกติ การสวมใส่กระชับ ไม่ต้องห่วงว่าจะหลุดเลยนะ และอีกอย่างก็คือตัว earwing ที่มีให้เปลี่ยนใช้งานอันนี้เกี่ยวเข้าไปในซอกใบหูพอดี ทำให้กระชับขึ้นอีกระดับนึง และยังมีเรื่องของเสียงเพลงที่ไม่ต้องกังวลเลย ปกติฟัง Linkin Park กับ พี่ตูน อันนี้ก็เพราะทุกเพลง หายห่วง ตอนวิ่งอยากเปลี่ยนเพลงก็คอนเโทรลได้เลย มีโค้ชบอกระหว่างการวิ่งอีกด้วยจบข่าวกันไป

ทิ้งท้ายเรื่องของการวิ่งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งของเราได้อีกด้วย ด้วยการฝึกแบบ intervel กำหนดเป็นช่วงเวลาได้ ไม่แค่นั้น ยังสามารถวางแผนในการวิ่งในแต่ละครั้ง หรือตั้งเป้าหมายได้ ว่าอยากปรัรบปรุงตัวเองแค่ไหน แจ่มครบ จบในตัวเดียว

มาดูเรื่งอของการปั่นกันบ้าง โดยปกติปั่นจักรยานเพื่อขึ้นรถไปทำงานเกือบทุกวันอยู่แล้ว วันละประมาณ 5 กิโลซึ่งถ้าปั่นแค่นี้น้อยมาก ก็จะมีบางช่วงเวลาที่ปั่นเป็นระยะทางไกล (สำหรับผม) ซึ่งรายงานการปั่นก็มีครบเช่นกัน รายงานคล้ายๆ กับการวิ่งเลยครับ กิโลหลังมีฮึดและก็หมดแรงในโลสุดท้าย ฮา

ซึ่งการปั่นนี่ก็เป็นอีกกีฬานึงที่สนุกไม่น้อย แต่แตกต่างจากการวิ่ง เพราะว่ามีความเร็ว ดังนั้นการใส่ Jabra Elite Sport Upgrade ต้องมีความระมัดระวังในขณะปั่นมากขึ้น ในขณะที่หลายๆ คนบอกว่าไม่ควรใส่ เอาจริงๆ คือใส่ได้ แต่ว่าเปิดเพลงเบาๆ คลอไป ถ้าเปิดตังมากก็เสี่ยง แต่อย่างไรก็ตาม Jabra Eilite Sport Upgrade ก็ออกแบบเรื่องของความปลอดภัยในการออกกำลังกายมาให้ ในกรณีออกกำลังกายนอกสถานที่ โดยการกดที่ปุ่มหูด้านขวาล่างสองครั้ง จะเข้าสู่โหมดการเปิดเสียงสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้ยินเสียงข้างนอกชัดเจนขึ้นในขณะที่ฟังเพลงด้วย นั่นคือประสิทธิภาพของไมค์ 4 ตัวที่มีอยู่บน Jabra Elite Sport Upgrade

สรุปการทดสอบใช้งาน Jabra Elite Sport Upgrade

จากการทำสอบใช้งานจริงๆ จังๆ อีกครั้งของ Jabra Elite Sport ในรุ่นที่แล้วทำเอาไว้ได้ดี แน่นอนว่ารุ่น Jabra Elite Sport Upgrade นี้ ก็เป็นการเพิ่มความอึดมากขึ้น ใช้งานได้ตลอดรอดวัน ด้วยการฟังเพลงต่อเนื่องได้ 4.5 ชั่วโมง ซึ่งชาร์จกับเคสพกพาได้อีกสองรอบ เอาเป็นว่าใช้งานได้ทั้งวันแน่นอน อีกอย่างก็คือ ความแจ่มของเจ้า Jabra Elite Sport Upgrade ก็คือสีหรือดีไซน์ และเป็นเทคโนโลยีของ True Wireless อย่างแท้จริง ซึ่ง Jabra ถือว่าเป็นผู้นำในแบรนด์อันดับบนของหูฟังสาย Sport ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ออกกำลังกายโดยเฉพาะ โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ข้อเสียอย่างเดียวสำหรับผมก็คือตัวแอปยังไม่มีเรื่องของระบบ account เพื่อเก็บข้อมูลออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ แต่ยังดีที่ยังทำเรื่องของเก็บข้อมูลแบบแมนวลให้ อีกจุดนึงที่อาจจะไม่เลือก Jabra Elite Sport Upgrade ก็คือราคา ที่ราคา 9,900 บาท ซึ่งในสายออกกำลังกายก็คงจะพอรู้ว่าอุปกรณ์สำหรับแทรคเรื่องการออกกำลังกายก็ราคาประมาณนี้ แต่ถ้าผู้ใช้ทั่วๆ ไป ก็คงบอกว่าแพงล่ะครับ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าซื้อมาแล้วใช้ให้คุ้มรับรองเลยว่า Jabra Elite Sport Upgrade นี่ไม่แพง เพราะประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าบรรดา Sport watch ต่าง เพราะมีกีฬาให้เลือกหลายประเภท ไม่ใช่แค่วิ่ง ปั่น แต่ยังมีการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ที่ช่วยลดสัดส่วนและทำสุขภาพของเราให้แข็งแคงได้โดยไม่จำเป็นต้องออกไปนอกบ้านก็ได้ นี่ยังไม่รวมอรรถประโยชน์ในการใช้งานทั่วๆ ไป เรื่องฟังเพลง และการใช้งานโทรศัพท์ ซึ่งเสียงชัดเจน โดยรวมแล้วสำหรับผมเป็นหูฟังสาย Sport ที่ใช้เทคโนโลยี True Wireless Stereo ที่คุ้มสุดๆ แล้วล่ะครับ อ้อ ตบท้ายด้วยการรับประกันถึงสามปีด้วยนะ

ถูกใจบทความนี้  9

ใส่ความเห็น