รีวิว Nokia 2 แบตอึดสองวันเต็ม

Nokia 2 เป็นรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในบ้านเราไปไม่นานนี้เอง เป็นน้องเล็กสุดท้อง ราคาเบา 3490 บาท สเปคก็เบาตามราคา แต่ว่าได้เรื่องดีไซน์ วัสดุ ตามสไตล์ Nokia เขาล่ะ วันนี้จะพามาพบกับรายละเอียดของ Nokia 2 กันนะครับ อาจจะเก็บไว้เป็นเครื่องสำรองก็ได้นะ ถ้ายังไม่อยากจ่ายแพง นี่ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ชื่นชอบ Nokia

การกลับมาของ Nokia ในปีที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีในระดับนึง แต่ยังไงก็ยังไม่แรงพอจะสู้แบรนด์อื่นๆ ได้ ซึ่งล่าสุดได้ส่ง Nokia 2 ราคาเบา ลงมาลุยตลาดล่างกันบ้าง ซึ่งมีสเปคที่ไม่แรงมากนัก แต่ก็มีจุดเด่นตรงแบตที่อึดสุดๆ เพราะตัวสเปคไม่แรง ทำให้การใช้งานยาวนานสองวันสบายๆ

มาดูสเปคกันก่อน

Size: 143.5 x 71.3 x 9.30 มม.
Display: ขนาด 5.0” HD LTPS LCD In-Cell Touch และใช้ Corning® Gorilla® ระดับ 3
CPU: Snapdragon 212 1.3 GHz Quad-core processor
GPU: xx
Memory: 1GB RAM หน่วยความจำภายใน 8 GB รองรับ microSDXC (สูงถึง 128 GB)
OS: Google Android™ 7.1.1 Nougat
Network: GSM GPRS/EDGE (2G), UMTS HSPA+ (3G), LTE (4G) Cat 4 150Mbps DL/50Mbps UL
Wireless: Blutooth 4.1 /Wi-Fi 802.11 b/g/n,  GPS/AGPS/GLONASS/Beidou, FM/(RDS)
Connection:  USB-A
Front Camera: 5MP Fix Focus
Rear Camera: 8MP AF พร้อม LED flash
Sensor:  เซนเซอร์วัดแสงรอบข้าง, พร็อกซิมิตี้เซนเซอร์ , เครื่องวัดอัตราเร่ง (G-sensor), เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์
Battery : 4100 mAh
Ohter : waterproof IP52

มาชมตัวเครื่องกันต่อ

สำหรับ Nokia 2 มาพร้อมกับกล่องขนาดกระทัดรัด ตัวคอนเซ็ปท์ connecting people ยังไม่หายไปไหน ยังมีรูปมือจับกันอยู่เลย

ด้านหลังกล่อง มีตัวเครื่องสเปคและรายละเอียดการนำเข้าอย่างถูกต้องอยู่ครบ

แกะกล่องก่อนสิครับจะรออะไร? อุปกรณ์มีให้ครบ หูฟังก็ยังมีไม่ได้ตัดออกไปไหน บางแบรนด์หรือบางรุ่นก็ไม่มีหูฟังมาให้แล้ว ประหยัดต้นทุน แต่ Nokia ยังอยู่

ขนาดตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร ขนาดหน้าจอก็ 5 นิ้วมาตรฐานเครื่องรุ่นเล็กในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญคือเจ้า Nokia 2 ใช้ CPU Snapdragon 212 ซึ่งขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานสุดๆ อยู่แล้ว


หน้าจอเป็นแบบ LTPS (low temperature poly-silicon) LCD ซึ่งเป็นหน้าจอแบบประหยัด จริงๆ ถ้าย้อนกลับไปสักห้าหกปีที่แล้วก็คงเป็นเทคโนโลยีหน้าจอใหม่ ซึ่งก็มีข้อดีตรงประหยัดพลังงาน นั่นแหล่ะครับ  ด้านหน้ามีกล้องมาให้ใช้งานได้ 5 ล้านพิกเซล แต่เสียดายที่เป็นฟิกซ์โฟกัส ซึ่งจะมีระยะโฟกัสที่ชัดเจน อันนี้ก็ใช้งานลำบากกันนิดนึง


ส่วนปุ่มกดไม่มีอยู่ เพราะใช้ softkey บนหน้าจอทั้งหมด


ที่ด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังและไมค์ พร้อมแถบเสารับสัญญาณทั้งสองด้าน มาพูดถึงตัวบอดี้สักหน่อย ต้องบอกเลยว่า Nokia 2 ดีไซน์ออกมาได้สวยเกินราคา และบอดี้ที่แข็งแรง เป็นเฟรมอลูมิเนียมขึ้นรูป


ส่วนของด้านบ่างก็มีไมค์พร้อมพอร์ท micro USB ตามปกติ


ด้านข้างมีปุ่มกดที่เป็นดีฟอล์ทของ Android ที่เห็นกันได้ทุกรุ่น


ส่วนอีกด้านนึงก็เรียบๆ  แต่ส่วนนึงของเจ้า Nokia 2 ที่ให้มาน้อยไปหน่อยก็คือ RAM มีแค่เพียง 1GB เท่านั้น และ พื้นที่ภายใน 8GB เหลือใช้งานจริงก็ประมาณสัก 4.x GB ซึ่งไม่น่าจะพอกับการใช้งานในปัจจุบัน


ด้านหลังเป็นโพลีคาร์บอเนต และสามารถถอดฝาหลังได้ด้วย ตัวกล้องให้มา 8 ล้านพิกเซล ก็พอกับการใช้งานแล้ว ลำโพงก็ดังใช้ได้อยู่นะ


ลองถอดฝาหลังมาดู จะเห็นว่าไม่สามารถถอดแบตได้เองนะ ถ้าแบตมีปัญหาก็ต้องเข้าศูนย์เปลี่ยนอย่างเดียว


ส่วนของซิมรองรับ 2 ซิม พร้อมใส่ micro SD เพิ่มได้ 128GB เลยทีเดียว พอใช้แน่นอน

 

มาดูเรื่องซอฟท์แวร์กันบ้าง

จุดเด่นของ Nokia 2 ก็คือการอัปเดท OS ได้เร็ว เอาง่ายๆ ก็ Security Patch นี่ล่ะที่ไว ซึ่ง Nokia ทำได้ดีมาโดยตลอด

ส่วน UI ต่างๆ ไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ มีฟีเจอร์และลูกเล่นติดตัวมานิดหน่อย


การตั้งค่าต่างๆ จะเห็นก็มีเรื่องการเคลื่อนที่ ที่มีให้ล้ำนิดๆ กับการเปิดกล้องใช้งานอย่างด่วนๆ


ส่วนเรื่องพื้นที่ก็อย่างที่เห็น มีไม่มากนัก แพทช์ตอนที่จับหน้าจอมายังไม่ได้กดอัปเดทเลย มาถึงเดือนนี้น่าจะอัปเดทล่าสุดแล้วล่ะ


โหมดกล้องถ่ายภาพด้านหน้าด้านหลัง มีลูกเล่นไม่มากนัก ชัทเตอร์ก็พอได้อยู่ เสียดายที่ Nokia ยังไม่ปรับเรื่อง UI ของกล้องบน Nokia 2

มาดูภาพถ่ายตัวอย่างกันหน่อย

ภาพย่อขนาดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น











เรียกว่าก็พอใช้ได้ กล้องหน้าไม่ได้ทดลองนะครับ จริงๆ มีแต่มาดูรูปแล้วมือไม่นิ่งอย่างแรง ภาพเบลอมาก เลยขออนุญาตไม่เอามาลงก็แล้วกัน ขอภัยด้วยนะครับ

สรุปการใช้งาน Nokia 2

สำหรับการใช้งานจริงนั้น แบตต้องยอมรับว่าอึดจริงๆ สองวันสบายๆ ดีไซน์สวยงาม แข็งแรง คงทนตามชื่อ Nokia ที่เคยสร้างเอาไว้ การกลับมาก็ยังทำให้เชื่อมั่นได้ว่าแม้แต่เครื่องรุ่นเล็ก Nokia ก็ยังใส่ใจเรื่องของการประกอบ วัสดุที่ใช้ แต่ทว่าจุดอ่อนก็ตรงที่สเปคนี่ล่ะ ราคาระดับนี้สเปคน่าจะได้เยอะกว่านี้ เพราะอย่าง RAM 1GB ไม่พอใช้งานแล้วในปัจจุบัน มีผลทำให้ Nokia 2 มีจังหวะหน่วงเล็กๆ อย่างสังเกตเห็นได้ชัด และกล้องก็ยังมีเรื่องฟิกซ์โฟกัสติดมาด้วย ซึ่งก็ต้องปรับตัวเรื่องระยะกันนิดนึง ราคา 3490 บาท ก็ลองตัดสินใจกันดูนะครับ สำหรับผมแล้ว แนะนำให้เป็นเครื่องสำรองมากกว่า

ขอบคุณ Nokia Thailand ที่ให้ยืมเครื่องทดสอบ

ถูกใจบทความนี้  10

ใส่ความเห็น