รีวิว plantronics Voyager 3240 สุดยอดความคมชัดราคาเบา พร้อมผู้ช่วยเสียงไทย

วันนี้จะพาเจ้า plantronics Voyager 3240 มาแนะนำให้ชมกันนะครับ ใครที่ชื่นชอบในเรื่องของหูฟัง bluetooth ผมว่าต้องมี plantronics เป็นหนึ่งในแบรนด์ในใจที่จะเลือกซื้อ เลือกใช้งานกันแน่นอน โดยเฉพาะซีรีส์ Voyager ที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี ดีไซน์ และการใช้งานในระดับพรีเมี่ยม สำหรับเจ้า plantronics Voyager 3240 รุ่นนี้เป็นรุ่นล่าสุดที่ออกมาในปีนี้ และมีราคาอยู่ที่ 4,890 บาท มาพร้อมเคสพกพาที่สามารถชาร์จได้ในตัว คล้ายกับรุ่นพี่อย่าง Voyager 5200 และ Voyager Edge แต่เคสตัวนี้แจ่มกว่า พกพาสะดวกมากกว่า และพร้อมกับการใช้งานผู้ช่วยเป็นเสียงภาษาไทยได้อีกด้วย

      สำหรับการใช้งานหูฟังเพื่อพูดคุยในระหว่างวันแล้ว หูฟัง bluetooth ณ ปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด ทุกคนคงจะคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะ plantronics ที่ได้ยินชื่อกันมานาน และอย่างยิ่งซีรีส์ Voyager ที่รุ่นล่าสุด Voyager 3240 ดีไซน์สวย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานจัดเต็มมาต่อยอดซีรีส์ Voyager ในปีนี้ ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว Voyager 3240 เป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจาก Voyager Edge หากกลับไปดูรีวิวจะเห็นว่าแทบจะเหมือนกันเลย แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะเจ้า Voyager 3240 มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัปเดทใหม่ๆ รวมถึงที่ผมชอบมากเลยก็คือ Voice Regonize ที่เป็นเสียงภาษาไทยได้แล้วนะ

มาดูสเปคกันหน่อยละกันครับ

Audio

Wideband Audio: Yes
Noise-cancellation: 3-mic noise cancellation with DSP
Digital Signal Processing : Yes
SoundGuard (Hearing Protection): Yes
Connects To
Tablet: Yes
Mobile Phone: Yes
Wireless Technology
Bluetooth Profiles: 4.1
Power
Battery Power: 6 hours
Charging Case: 93 mAh Rechargeable, non-replaceable lithium-ion
Charge Time: 90 mins
Battery Type: 93 mAh Rechargeable, non-replaceable lithium-ion
Audio
A2DP: Yes
Microphones: 3 microphones
Voice Alerts: Yes
Connection
Type: Bluetooth v4.1
Wireless Range: 98 feet / 30 meters
Multi-Point: Yes
Voice Commands
Spoken Cues: Yes
Enhanced Services: Yes
Controls
Call Answer/End: Yes
Dedicated On/Off: Yes
Mute: Yes
Physical
Weight: 9 grams


ตัวกล่องออกแบบมาสวยงามเช่นเคยครับ ตามสไตล์ plantronics ซึ่งซีรีส์ฺ Voyager ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าราคามันก็ระดับนึง สำหรับคนที่เคยใช้งานก็จะรู้ว่าค่อนข้างคุค้มค่า และวันนี้ก็คงได้เวลาเปลี่ยนรุ่นใหม่แล้ว หากเป็นคนที่เคยใช้ Voyager Edge มาก่อน ผมว่าก็น่าสนใจนะ


ตัวกล่องจะมีรายละเอียดบอกเอาไว้ครบถ้วน พร้อมทั้งฟีเจอร์ต่างๆ ตามสเปคที่เรียงไว้ด้านบนล่ะครับ

ในกล่องมีอะไรบ้าง ก็ตามนี้เลยครับ มีเคสสำหรับชาร์จติดตัวมาด้วยในแพ็กเกจเลย ถ้าเป็น Voyager 5200 ต้องซื้อเพิ่มเติม ส่วนเจ้า Voyager 3240 มีสายห้อยติดมาให้ด้วย อันนี้สำหรับการพกพาอีกรูปแบบนึง

ส่วนของ ear gel มาให้ 3 ขนาด ให้เหมาะกับขนาดใบหูและรูหูของเรา อันนี้ชอบเลยไม่ใช่แค่ขนาดแต่ความนุ่มของ gel นี่ใส่สบายมาก และยังมี ear tip สำหรับเกี่ยวหูอีกต่างหากสำหรับใครที่เกรงว่าจะหล่น แต่ถ้าใส่ขนาดพอดีกับหูเราแล้วไม่ต้องกลัวเลยครับ

ตัวลวดลายของ Voyager 3240 เป็นตามภาพล่ะครับ ถ้าใครจำได้ Voyager Edge จะเรียบๆ ไม่มีลวดลายอะไรก็มีจุดต่างเรื่องดีไซน์ที่ปรับปรุงขึ้นมาให้น่าใช้งานและสวยงามกว่าเดิม ส่วนบนสุดตรงนี้จะมีปุ่ม multi function อยู่ด้วย ใช้กดรับสายได้ หรือกดสองครั้งติดกันเพื่อโทรออกสายสุดท้าย รวมถึง ควบคุมการเล่นเพลงก็ได้ด้วย แต่หลักๆ คงจะใช้เรื่องของการสนทนาซะมากกว่า

ด้านข้างตะเห็นว่ามีปุ่มอยู่ ตรงนี้เอาไว้กด mute on/off ในขณะสนทนาได้ จุดเด่นอีกอย่างของเจ้า Voyager 3240 ก็คือมีไมค์ 3 ตัว เรียกว่าเสียงคุยนี่เคลียร์สุดๆ ปลายทางได้ยินชัดเจนแน่นอน


ลองหงายดูจะเห็นว่ามีพอร์ทสำหรับชาร์จอยู่ตรงท้องด้วย อันนี้คือสำหรับใส่กับเคสที่ติดตัวมานั่นเอง

ส่วนตรงด้านบน จะมีปุ่มเร่งและลดเสียงพร้อมกับพอร์ท micro USB สำหรับชาร์จตามปกติ ส่วนปุ่มอีกด้านจะเป็นสวิทช์เลื่อนเพื่อเปิดหรือปิดการใช้งาน


มาดูตัวเคสกันบ้างครับ เคสแบบพกพาสามารถชาร์จไฟได้ในตัว เอาเป็นว่า Voyager 3240 นี่ใช้งานได้วันนึงสบายๆ แน่นอน


เมื่อใส่เข้ากับเคสจะมีไฟเตือนว่าแบตเหลืออยู่ที่เท่าไหร่อีกด้วย

เรียกว่าครบถ้วน มีเคสก็คุยเพิ่มได้อีก 10 ชั่วโมงแน่ะ

ลองใส่ดูหน่อย ก็จะเป็นลักษณะนี้ล่ะครับ ซึ่งจริงๆ มีอีกข้อดีก็คือ ขณะที่มีสายเข้า เรานำเจ้า Voyager 3240 มาใส่หูก็รับสายได้เลย เป็นเซ็นเซอร์ที่ช่วยให้การรับสายหรือพักสายง่ายขึ้น รวมถึงตอนเล่นเพลงอยู่ด้วย ถ้าหากถอดออกจากหูก็จะเป็นการหยุดเล่นเพลงชั่วคราว  ไมค์สามตัวทำให้เสียงเคลียร์มากจริงๆ อันนี้คุณภาพของ plantronics เค้าได้อยู่แล้ว

มาดูแอปกันนิดนึง

สำหรับแอป เรียกว่าเป็นส่วนเติมเต็มซะมากกว่า เพราะตัวแอปเองไม่ได้ทำมาเฉพาะรุ่น plantronics Hub สำหรับทุกรุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Voyager 3240 รุ่นนี้ก็ต้องเชื่อมต่อกับแอปเช่นกัน เพราะอย่างน้อยก็ต้องอัปเดทเฟิร์มแวร์ล่ะนะ


โดยแอปจะมีฟังก์ชั่นนึงที่น่าสนใจ นั่นก็คือ Find MyHeadset สามารถค้นหาจุดสุดท้ายที่มีการเชื่อมต่อใช้งานกับ Smartphone ของเราได้ด้วย และอีกอย่างนึงคือผู้ช่วยของเราสามารถเปลี่ยนเป็นเสียงภาษาไทยได้ ตรงนี้แหล่ะรับ แนะนำเลย

สรุปเรื่องการใช้งาน Voyager 3240

ผมใช้ Voyager มาก็หลายรุ่นอยู่ สำหรับ Voyager 3240 รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่มาต่อยอดความเป็น Voyager ในกลุ่มที่เน้นสมาร์ท ไม่ใหญ่เกินไปเหมือน Voyager 5200 ดีไซน์สวย มีฟีเจอร์ต่างๆ ครบ ไมค์ 3 ตัว ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดี เสียงเคลียร์ เหมาะกับการสื่อสาร สนทนามากๆ จะใช้ฟังเพลงก็ได้นะไม่ว่ากัน มีเคสพกพาเป็นทั้งตัวชาร์จได้ด้วย ทำให้การใช้งานต่อเนื่องได้ทั้งวันสบายๆ จริงๆ แค่ตัว Voyager 3240 เองก็อยู่ได้ทั้งวันนะ เพราะไม่ได้คุยต่อเนื่องขนาดนั้นอยู่แล้ว หรือจะใช้ฟังเพลงไปด้วยก็ไม่ว่ากัน วันนึงจัดไปสบายๆ ความสะดวกของการเชื่่อมต่อก็มี NFC มาให้ในตัว แต่ปัจจุบันเครื่อง Smartphone เค้าก็ไม่ค่อยโปรโมตกันสักเท่าไหร่ การจับคู่ปกติตอนใช้งานก็ทำได้ไม่ยากครับ ที่ชอบอีกอย่างก็คือเสียงผู้ช่วยเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ก็อย่าลืมโหลดอัปเดตเรื่องภาษากันด้วย แค่นั้นเองง่ายๆ เจ้า Voyager 3240 ปัจจุบันอยู่ที่ราคา 4,890 บาทนะครับ ใครเป็นแฟน plantronics ก็อย่าพลาดล่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ มีขาย 3 สี สำหรับรุ่น Voyager 3200 ในราคา 3,990 บาท มีสี  Carbon Grey, Diamond Black และ Buff White

ส่วน Voyager 3240 มีสี Diamond Black + Case ราคา 4,890 บาท

พิเศษสำหรับใครที่ซื้อราคาเต็มสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ Full Price Privilege ขยายระยะเวลาประกันเพิ่มเป็น 2 ปีได้ด้วยนะ ลงทะเบียนที่ http://www.systems2000.co.th/warranty/

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

ถูกใจบทความนี้  7

ใส่ความเห็น