รีวิว Qool Smarthome MiNiPT PLUS+ ที่บ้านยุคใหม่ต้องมี


วันนี้จะมานำเสนอ ตัว Smarthome ที่จะทำให้บ้านของเราฉลาดขึ้น และช่วยให้เราสะดวกสบายขึ้นมากกว่าที่คิด โดย Qool Smarthome เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ มีความต่าง จุดเด่นที่หาได้ยากในแบรนด์อื่นๆ และได้ผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐอย่าง กสทช. เรียบร้อย ซึ่งในเบื้องต้น Qool Smarthome รุ่น MiNiPT PLUS+ จะมาพร้อมกับการทำงานในเทคโนโลยี Z-Wave ที่รองรับกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ในอนาคต ไม่ได้จำกัดแค่แบรนด์ตัวเองเท่านั้น เพราะ Z-Wave จะเป็นมาตรฐานกลางของอุปกรณ์ SmartHome ทั้งหลายในอนาคตอันใกล้นี้

ในยุคปัจจุบัน อุปกรณ์ Smarthome เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น เราจะเห็นว่ามีอุปกรณ์มากมายหลายแบรนด์ เริ่มเข้ามานำเสนอให้เราเลือกบ้างแล้ว และสำหรับ Qool Smarthome มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการคือ SiS Distribution และสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าไอทีทั่วไป รวมถึงออนไลน์ช๊อปอย่าง Lazada อีกด้วย

เกริ่นนำนิดนึง Z-Wave คืออะไร

เดี๋ยวจะงงกันว่า Z-Wave คืออะไร? หลายคนอาจจะงง แต่หลายคนก็คงรู้อยู่แล้ว เอาเป็นว่า Z-Wave เป็นคลื่นความถี่มาตรฐานที่ใช้สำหรับอุปกรณ์ Smarthome โดยเฉพาะ ซึ่งมีมากกว่า 700 บริษัทในโลกนี้ใช้มาตรฐานนี้ มากกว่า 2400 อุปกรณ์ ณ ปัจจุบัน ซึ่งอนาคตคงมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเจ้า Z-Wave มีหลายคลื่นความถี่ แต่ในประเทศไทยได้ใช้คลื่นความถี่ในช่วง 920-925MHz ตามการอนุมัติของ กสทช. ที่ให้อุปกรณ์ Internet of Things ใช้คลื่นความถี่ย่านนี้ ซึ่ง Qool Smarthome รุ่น MiNiPT PLUS+ ใช้ความถี่ 921.4. MHz ซึ่งจริงๆ Z-Wave รองรับหลายคลื่นความถี่นะครับ แล้วแต่ว่าประเทศไทย ให้ใช้คลื่นอะไร ซึ่งอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน Z-Wave มีขายในหลายประเทศ น่าใช้งานทั้งนั้น แต่ก่อนจะนำเข้ามาใช้งานในบ้านเราอย่าลืมถามเรื่องคลื่นความถี่ที่ตัวอุปกรณ์ว่าเป็นคลื่นความถี่ใด ไม่อย่างนั้นอาจจะซื้อมาเสียเปล่าได้นะ

มาดูสเปคและรายละเอียดกันหน่อย

ในแพ็กเกจ Qool Smarthome MiNiPT PLUS+ ไม่ได้มาอย่างเดียวนะครับ เค้ามาเป็น box set มีความสามารถอะไรบ้างมาดูกัน

Pan/Tilt Z-Wave IP Camera
-กล้องความละเอียด 1 MP , HD 720P(1280×720) , up to 30 fps
-หมุนซ้าย-ขวาได้ 340 องศา ขึ้น-ลงได้ 130 องศา
-รองรับเสียงแบบ Two-way audio
-มีระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว
-มีระบบตรวจจับเสียง
-มี 2 เลนส์สำหรับใช้งานกลางวันและกลางคืนแยกกัน เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด
-รองรับ IR สูงสุด 10m
-รองรับเมมโมรี่แบบ MicroSD สูงสุด 64GB
-รองรับการบันทึกลง MicroSD,Dropbox,Cloud,Nas และ SmartPhone
-รองรับการบันทึกภาพแบบ Time Lapse
-รองรับเทคโนโลยี H.264
-รองรับ Wifi
-Z-Wave Controller รองรับการเชื่อมต่อได้ 20 อุปกรณ์
4 in 1 Sensor
-ตรวจจับความเคลื่อนไหว
-ตรวจจับการเปิด-ปิด ประตูและหน้าต่าง
-ตรวจวัดความสว่างของแสง
-ตรวจวัดอุณหภูมิ
-ชนิดของแบตเตอรี่ CR123A, ใช้งานได้นานถึง 2 ปี
-สามารถทำงานแบบอัตโนมัติร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้

Smart Plug
-รองรับโหลดได้ 3000 วัตต์
-สามารถวัดกำลังไฟฟ้าขณะใช้งาน
-ตั้งเวลาเปิด-ปิด

งานนี้มาแกะกล่องกันชัดๆ ครับ ว่าใน Box Set ของ  Qool Smarthome MiNiPT PLUS+ เค้ามีอะไรมาให้บ้าง

เห็นกล่องใหญ่แบบนี้ ไม่ได้มีแค่กล้องนะครับ มีอุปกรณ์มาให้ครบ โดยหัวใจหลักก็คือกล้องนั่นล่ะ แต่ว่ามันมากกว่านั้นครับ เพราะว่าเจ้า MiNiPT PLUS+ เค้ามาพร้อมกับการเป็น Gateway ในตัวอีกด้วย


อุปกรณ์ชิ้นแรกของ กล้อง+เกตเวย์ ในตัว ซึ่งในการใช้งาน Smarthome มากกว่า 1 ชิ้น เราจำเป็นต้องมี gateway มารองรับเพื่อทำการสั่งงาน และทำอีเวนต์ต่างๆ ร่วมกันของอุปกรณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ถ้ามีแค่อุปกรณ์เดียวมันก็คงไม่ทำให้บ้านเราฉลาดขึ้นมาสักเท่าไหร่นัก


หน้าตาเจ้ากล้องวงจรปิด หรือ IP Camera เป็นแบบนี้ครับ จริงๆ เป็นเหมือนลูกบอลกลมอยู่ในฐานกระบอกกลมแนวตั้ง อีกที ซึ่งตัวลูกบอลเองสามารถขยับกล้องขึ้นลงได้ และตัวฐานสามารถหมุนได้รอบตัว นั่นก็หมายถึง สามารถหมุนดูได้ทุกพื้นที่รอบตัวเกือบ 360 องศาเลยทีเดียว
ตัวกล้องมีความละเอียดที่ 1 ล้านพิกเซล มีความสามารถในการถ่ายภาพและวีดีโอในเวลากลางคืนได้ชัดเจน ดังนั้นสามารถนำไปติดตรงไหนยังไงก็ได้ ติดด้านนอกบ้านก็อาจจะต้องระวังเรื่องฝนสักหน่อย อาจจะปรับแต่งโดยหาซื้อโดมมาครอบอีกชุดนึง และยังมีไมค์สำหรับเอาไว้พูดคุยได้ด้วยนะ


ด้านหลังสามารถเสียบสาย LAN ได้ แต่ก็รองรับ Wireless ด้วยเช่นกัน


โดยรอบตัวมีช่องระบายความร้อนเอาไว้พร้อม เพราะข้อเสียอย่างนึงของโดมลักษณะนี้ก็คือความร้อนนี่ล่ะ


ด้านบนก็เป็นที่ใส่เมมโมรี่เพิ่มเติม รองรับที่ 64GB ซึ่งเหลือๆ ครับ ตัวไฟล์ก็มาตรฐานรองรับ .H264


อุปกรณ์อีกตัวนึงครับ ที่มีในกล่องก็คือ 4 in 1 Sensor ซึ่งที่ได้ชื่อว่า 4 ใน 1 ชิ้นก็คือ สามารถทำได้หลายหน้าที่ เป็นทั้งตัววัดอุณหภูมิในห้อง เป็นทั้ง door sensor เป็นทั้ง ตัววัดความสว่าง  และตัวตรวจจับความเคลื่อนไหวได้อีกต่างหาก เรียกว่ามีตัวเดียวคุ้ม เพราะเค้าออกแบบมาเพื่อการใช้งานลักษณะนี้โดยเฉพาะ ก็คือ ถ้าเราติดไว้ที่ประตู หากประตูอยู่นิ่งๆ ก็จะตรวจจับความเคลื่อนไหวหน้าประตู แล้วให้ทำอีเวนต์กล้องบันทึกวีดีโอเอาไว้ก็ได้ นี่คือตัวอย่างเล็กๆ ให้เห็นภาพนะครับ จริงๆ เอาไปประยุกต์ใช้งานกับบ้านของเราได้อีกเพียบ


ซึ่งตัวอุปกรณ์ด้านล่างมีบอกรายละเอียดคลื่นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และเป็นเทคโนโลยี Z-Wave Plus อีกด้วย


อีกชิ้นนึงก็คือ Smart Plug ที่สามารถควบคุมการจ่ายไฟได้


ตัวปลั๊กเองก็รองรับ Z-Wave Plus เช่นเดียวกัน ที่ด้านหลังมีเขียนคลื่นความถี่ระบุเอาไว้ชัดเจน ดังนั้นอย่าลืมดูนะ กรณีที่ซื้อที่ไม่ใช่แบรนด์เดียวกันและซื้อจากต่างประเทศ

คราวนี้ย้อนกลับมาดูตัวกล้องกันนิดนึง เพราะจริงๆ เค้ามีอุปกรณ์ติดตั้งมาด้วย ซึ่งเราจะเอาไว้ติดตามผนัง หรือเพดาน ก็แล้วแต่การออกแบบ


พอดีผมใช้งานไม่ได้ติดผนัง เนื่องจากไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ จะต้องมีเรื่องของเดินสายไฟต่างๆ ด้วย เลยใช้งานแบบตั้งโต๊ะปกติ แต่ขาตั้งเค้าก็ให้มาพร้อมใช้งานนั่นล่ะ


สุดท้ายมีคู่มือและซอฟท์แวร์ติดมาด้วย ซึ่งจริงๆ ติดตั้งง่ายมากไม่ต้องช้ CD ก็ได้ และเวลาใช้งานจริงก็ผ่าน Smartphone ได้ทั้ง Android และ iOS


ซึ่งแอปก็ชื่อนี้เลยครับ หาโหลดเอาไว้ใน store ต่างๆ mCamView Z+ มาดูเรื่องแอปกันต่อก็แล้วกัน เพราะการติดตั้งไม่มีอะไรมาก วางที่ตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นก็เสียบสายไฟและอย่าลืมเช็คว่าบริเวณที่เราติดตั้งมี Wi-Fi แรงแค่ไหน เพราะว่าจะมีผลต่อความเร็วในการใช้งานด้วยนะครับ

มาดูเรื่องแอปที่ใช้ในการควบคุม


พอดาวโหลดมาเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดแอปขึ้นมาเลย ซึ่งตัวแอปเองจะมีการแนะนำขั้นตอนอยู่แล้ว กดทำตามขั้นตอนเป็นอันเสร็จครับ จริงๆ คอนเซ็ปท์เค้าเป็น plug&play เสียบปลั๊กแล้วเล่นได้เลย


อย่างที่บอกล่ะครับขั้นตอนทำตามนี้ได้เลย หลักๆ ก็เป็นการเพิ่มอุปกรณ์ให้ถูกต้อง และตั้งค่าให้เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่บ้านเรา


มาถึงขั้นตอนนี้คือบน Smartphone เราจะมีตัว QR ขึ้นมาให้เอาไปวางไว้ด้านหน้ากล้อง เพื่อให้เขาอ่าน QR ครับ ใช้เวลาไม่นานก็จะเชื่อมต่อสำเร็จ หลังจากนั้นก็ตั้งชื่อให้เรียบร้อย

พอเสร็จเรียบร้อย เราจะได้ gateway มา จากนั้น เจ้า gateway นี่ล่ะก็กลายเป็นกล้องให้เราในตัว ซึ่งที่เหลือเราอยากจะใส่อุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมก็ให้กดเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ตรงเครื่องหมาย + ด้านมุมขวามือ


ซึ่่งตัวกล้องเองสามารถหมุนรอบตัวได้โดยการแตะที่หน้าจอเลื่อนไปมาตามสไตล์ของ Smartphone ครับไม่ยากอะไร และเราสามารถตั้งห้องหรือกลุ่มของอุปกรณ์ได้ด้วย เดี๋ยวมีตัวอย่างสร้างอีเวนต์ด้วยว่าทำยังไง


จริงๆ เรื่องการตั้งค่าต่างๆ มีอยู่เยอะเลย เดี๋ยวผมยกตัวอย่างสำคัญมาโชว์ก็แล้วกันครับ อย่างความละเอียดของวีดีโอก็ได้สูงสุดที่ 1280×800 สามารถตั้งเรื่องเสียงและโมชั่นได้ และมีเรื่องของการจัดเก็บวีดีโอ สามารถจัดเก็บใน SD Card ได้ รวมถึงจัดเก็บผ่า Dropbox ได้ด้วย แต่เสียดายที่ Dropbox ผมเต็มมานานแล้ว เลยไม่สามารถใช้งานได้ ถ้าสามารถแบ็คอัพวีดีโอขึ้นคลาวด์ได้แบบนี้ผมว่าแจ่มเลยล่ะ


สามารถตั้งค่าการสตรีมได้ กรณีที่เราเข้ามาดูกล้อง ก็ตั้งค่าแบนดวิดธ์เอาไว้ได้ว่าต้องการที่เท่าไหร่ รวมถึงเรื่องของวีดีโอจะให้เป็นสีหรือขาวดำ หรือ Night Mode


อุปกรณ์อีกสองตัวครับ ทั้ง 4 in 1 Sensor และ Smart Plug และมีรายละเอียดบอกด้วยว่า ประตูกำลังเปิดอยู่ หรือไม่ หรือมีความเคลื่อนไหวหรือไม่ จะมีภาพบอกเลย เข้าใจง่าย รวมถึงความสว่างหรือการใช้งานอื่นๆ โดยรวมผมว่ามีรายละเอียดที่ครบอยู่นะ


มาดูตัวอย่างการตั้งอีเวนต์กันบ้างครับ  ง่ายๆ แค่เลือกว่า อยากให้ sensor ตัวไหน ทำอะไร ยังไง


จากนั้นก็เลือกอุปกรณ์ที่ต้องการ ว่าจะให้ทำอะไรต่อ


ก็ได้ออกมาละ ถ้าหากเปิดประตู ก็ให้บันทึกเหตุการณ์ลง SD Card คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ เลือกเวลาได้ว่าให้เป็นเวลากลางวัน กลางคืน หรือจะตลอดเวลาก็ตาม


เอามาใช้งานจริงก็ประมาณนี้เลยครับ ภาพที่ได้ก็ชัดเจนดี สามารถกดถ่ายภาพ หรือวีดีโอได้ ตรวจสอบเซ็นเซอร์ต่างๆ ได้ครบ

บทสรุปการใช้งาน Qool Smarthome MiNiPT PLUS+ 

จริงๆ สำหรับผมแล้วเรื่อง Smarthome ไม่ใช่เรื่องใหม่ ใช้งานมาได้สักพักใหญ่แล้ว มันช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้เราได้อย่างมาก ขึ้นอยู่กับเราจะใช้มันยังไง ซึ่งอย่างที่บอกว่า หากซื้อมาแค่หลอดไฟ แล้วมาควบคุมผ่าน Smartphone แบบนี้คือ ไม่ใช่ Smarthome จะให้ฉลาดจริง ต้องประกอบไปด้วย gateway และ sensor อื่นๆ ที่ช่วยให้เราตรวจสอบหรือทำอะไรบางอย่างอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องสั่งดังเช่น Qool Smarthome MiNiPT PLUS+  ที่เป็น box set จัดมาให้ครบพร้อมใช้งาน ซึ่งใช้มาตรฐาน Z-Wave อนาคตเราสามารถเพิ่มอุปกรณ์หรือ sensor อื่นๆ ต่างแบรนด์ได้อีกด้วย ใช้งานร่วมกันได้ นับว่าเป็นข้อดีที่มาแก้จุดด้อย เพราะส่วนใหญ่ในปัจจุบันแต่ละแบรนด์ ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ก็คงต้องบอกว่าซื้อครั้งเดียวไม่จบ เพราะเชื่อว่าหากเอาชุดนี้มาใช้งาน ก็คงต้องต่อยอดเพิ่มพวก sensor ต่างๆ อย่างแน่นอน ด้วยราคาที่ 11,900 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่ไม่ถูก แต่ก็ไม่แพงหากมากนักนับถึงการใช้งานที่รองรับอนาคต ตัวอุปกรณ์มีการนำเข้าอย่างถูกต้อง และรับประกันในไทย 1 ปี

Qool Smarthome MiNiPT PLUS+ มีข้อดีตรงที่มีอุปกรณ์และ sensor มาให้พร้อมใช้งาน การตั้งค่าง่าย ไม่ยุ่งยาก รองรับการใช้งานภาษาไทย (แต่ในตัวอย่างผมถนัดภาษาอังกฤษ) เพิ่มอุปกรณ์ต่างค่ายได้ ใช้การควบคุมผ่าน Smartphone ได้ทั้ง Android และ iOS ผ่าน 3G/4G ได้เลย แต่ก็มีข้อติดนิดนึง ตรงตัวแอปที่ผมใช้งานไม่คล่องสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะตรงการแพนกล้องไปรอบๆ จะมีดีเลย์หลังจากสั่งงานพอสมควรเลยทีเดียว กับ UI ที่ดูแล้วปุ่มกดใหญ่ ตัวอักษรใหญ่ ใช้งานสะดวก แต่เค้าเรียกว่าความน่าใช้งาน หรือเป็นมิตรกับผู้ใช้งานน้อยไปหน่อย อนาคตน่าจะมีเรื่องของสกินให้เลือกได้อะไรลักษณะนี้ และตัวกล้องก็มีความร้อนใช้ได้อยู่นะ อื่นๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไร เดี๋ยวอนาคตน่าจะมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถใช้งานกับ Z-Wave ได้อีก ไว้จะมีทดสอบเพิ่มเติมกันอีกทีนะ ใครที่สนใจก็ลองค้นหาใน google ดูได้มีร้านค้าออนไลน์อยู่หลายร้าน หรือไม่ก็ lazada ครับ

ขอบคุณ SiS Distribution ที่ให้ยืมอุปกรณ์ทดสอบ

ถูกใจบทความนี้  5

ใส่ความเห็น