รีวิว Samsung Galaxy Note 9 ปากกามีประโยชน์มากกว่าเดิม

 

อยู่ในมือแล้ว Galaxy Note 9 ขอบ้าเห่อหน่อยละกัน กับรุ่นล่าสุดของ Samsung ที่เพิ่งเปิดตัวไปเดือนหมาดๆ และจัดโปรโมชั่นกันเต็มเหนี่ยวในงาน Thailand Mobile Expo ช่วงที่ผ่านมา กับการมาในครั้งนี้ รูปร่างไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก มาในคอนเซ็ปท์เดิมๆ ก็คืออัปเกรดสเปคสูงขึ้น แบตดีขึ้น แต่คราวนี้เค้าชูเรื่องปากกามาแบบว่าจัดเต็ม เพราะปากกา S Pen มีประโยชน์มากขึ้น วันนี้ก็ขอจับเอามาบอกเล่าให้ฟังกันหน่อยละกันนะ

เมื่อ Samsung Galaxy Note 9 มีปากกา แต่มีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เป็นอะไรที่ได้ใช้ประโยชน์มาก นอกจากเขียนแล้วก็เอามาทำเป็นรีโมทชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพได้ ใช้เลื่อนสไลด์ตอนพรีเซนต์งานได้ และอีกมากมายในอนาคตถ้ามีผู้พัฒนาสนใจ

มาแกะกล่องกันก่อนละกัน


ตัวกล่องสำหรับรุ่นที่เป็นสีฟ้า จะมีตัวปากกาเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของรุ่นนี้เลย แต่จริงๆ ตัวเครื่องสีทองแดงก็สวนนะ

ตัวกล่องยังทำได้หรูหรา สมกับเป็นรุ่น flagship จริงๆ


อุปกรณ์ในกล่องก็จัดเต็มเหมือนเดิม สายชาร์จ หูฟัง มีหัวแปลงจาก USB-C ไป USB ปกติด้วย


ความครบเครื่องก็คือแกะกล่องออกมาพร้อมใช้ มีเคสมาให้ครบ ที่เหลืออย่างสุดท้ายก็กันรอยหน้าจอนั่นล่ะ ถ้าติดมาให้ด้วยจะแจ่มมากเลย

มาดูเรื่องดีไซน์และการใช้งานกันมั่ง


ตัวสเปคหน้าจออะไรก็จัดมาเต็มเหมือนดิม เพิ่มเติมคือขนาดที่มากขึ้น กว้างขึ้นกว่าเดิมอีกนิดนึงถ้าเทียบกับ Galaxy Note 8 รุ่นก่อนหน้านี้ ที่ 6.4 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ ตัวเครื่องจับถนัดมือดี น้ำหนักก็ตามรุ่นใหญ่กับขนาดล่ะนะ ผมว่ามันหนักไปหน่อย งานนี้ Galaxy Note 9 มีความจุมากสุดถึง 512GB เลยทีเดียว แต่ก็ต้องเพิ่มตังค์ล่ะนะ ถ้าเอาราคากำลังดีก็เลือก 128GB เลยละกัน ถือว่าเป็นความจุดน้อยสุดของรุ่นนี้ แต่รับรองว่าใช้งานกันไปยาวๆ

กล้องด้านหน้า ที่ยังมาเพียงกล้องเดี่ยว 8 ล้านพิกเซล แต่เชื่อว่าหลายคนถูกใจภาพจากการถ่ายเซลฟีอย่างแน่นอน ตัวกล้องยังมีลูกเล่นอย่าง AR Emoji ก็ยังมีให้เล่นสนุกอยู่นะ ส่วนตัวแล้วกล้องด้านหน้าถ่ายเซลฟี่ออกมาได้หน้าตาดีมากจริงๆ ก็สมแล้วที่เป็นรุ่นใหญ่สุดในปีนี้


ขอบตัวเครื่องยังคงเป็นขอบ edge นะทั้งสองด้าน แต่เจนนี้คือลบเอาจุดด้อยออกไปแล้วตรงขอบแต่ก็นะ การที่มีขอบโค้งสวย มีฟีเจอร์ดี แต่ทว่าการใช้งานจริง ก็ยังไม่ถนัดเท่าไหร่สำหรับผม เวลาจะแตะบางจังหวะ ตัวอุ้งมือมักจะไปโดนขอบทำให้แตะจุดที่ต้องการไม่โดน หรือไม่ได้


ตอนเอามาถ่ายยังไม่ได้แกะพลาสติกออก กลัวเป็นรอย ฮ่า  จะว่าข้อดีของ flagship อย่าง Samsung นี่ก็มีเรื่องช่องเสียบหูฟัง ที่ยังมีอยู่ ไม่ต้องไปตามเทรนด์มากก็ได้ อะไรที่ผู้ใช้งานยังใช้กันอยู่น่ะ ซึ่ง Galaxy Note 9 ยังทำออกมาได้ดีตรงจุดนี้นะ ระบบเสียงจัดเต็มด้วยลำโพงสเตอริโอ ก็ถือว่าปรับปรุงจากรุ่นก่อนด้วยนะ


กล้องคู่ด้านหลังที่ยังไงก็แจ่มอยู่ดี ที่ชอบสุดเห็นจะเป็นตัว OIS ที่กันสั่นทั้งคู่ ยังหาใครเทียบยาก  จริงๆ เรื่องกล้องนี่ก็มีฟีเจอร์เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ปรับค่ารูรับแสงอัตโนมัติตามสภาพที่เราจะถ่าย ซึ่งจริงๆ ก็มาจากรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Galaxy S9 แต่ก็เรียกว่าใหม่บนซีรีส์ Note ล่ะนะ ส่วนสแกนลายนิ้วมือที่มาอยู่ด้านหลังก็ใช้งานสะดวกมากขึ้น


แบตเตอรี่ที่ให้มากมากขึ้น 4000 mAh ถือว่าเยอะพอสมควร พออยู่ได้ทั้งวัน แต่ก็ขึ้นกับการใช้งาน ถ้าใช้กล้องถ่ายรูปเยอะ เล่นเน็ต เล่นเกม ไม่รอดวันแน่ แต่ถ้าทั่วๆ ไป สบายจ้า


แต่เอาจริงๆ ทีเด็ดของเขาอยู่ที่ปากกา S Pen นี่ล่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรใหม่เกี่ยวกับการเขียน แต่มาครั้งนี้ก็เพิ่ม bluetooth ใส่เข้าไปทำให้มีประโยชน์ในการใช้งานมากขึ้นมากกว่าการเขียน S Pen ที่มีแบตในตัวเสียบชาร์จเข้าที่ตัวเครื่องตามการใช้เก็บปากกาปกตินั่นล่ะครับ ซึ่งตัวปากกาก็สามารถใช้เป็นรีโมทในการเลื่อนสไลด์พรีเซนต์ได้ ทำเป็นชัทเตอร์ถ่ายรูปก็ได้ สะดวกมาก


อีกซิกเเจอร์นึงก็คือ ลายเส้นที่เป็นสีตอนเขียนในโหมด screen off memo เป็นสีเหลือง ก็สวยดีนะ สามารถเปลี่ยนเป็นสีปกติได้ และสีเหลืองก็มีเฉพาะตัวเครื่องสีฟ้าเท่านั้นซะด้วย


เรื่องของตัว UI เองก็ลื่นหัวแตกอยู่แล้วล่ะ ได้ตัวแรงมาขนาดนี้ ใช้งานทุกอย่างสบายมาก แต่เรื่องความร้อนก็ยังมีอยู่ตามการใช้งาน ว่าหนักมากแค่ไหน ส่วนใหญ่ใช้กล้องกับเล่นเกมนี่ล่ะ


เรื่องระบบการใช้งานโมบายดาต้า คือรองรับ 2 ซิมแบบนาโนซิม แต่ก็เป็นแบบไฮบริดคือเลือกใส่เมมโมรี่การ์ด ที่ใส่ได้มากสุดอีก 512 GB รวมของเดิม 512GB ก็กลายเป็น 1TB แต่เดี๋ยวก่อน ราคาค่าตัวเมม 512GB ก็ไม่ถูกนะ อันนี้เค้าก็บอกเอาไว้ที่สูงสุดล่ะนะ ใครมีตังค์ก็จัดไป


เรื่องของกล้องกันบ้าง โหมดกล้องมีให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น โหมดโปร พาโนรามา ซุปเปอร์สโลโมชั่น แต่จริงๆ ที่ชอบที่สุดคงจะเป็นเรื่องของการถ่ายภาพช็อตเดียวอย่าง ไลฟ์โฟกัส เก็บภาพได้ทั้งมุมกว้าง และภาพแบบบุคคล มาเลือกเอาทีหลังได้นี่ล่ะ ที่ยังไม่เห็นใครทำได้แจ่มเท่า Galaxy Note 9 เลยนะ


การวัดแสงและการจับภาพคือมีจุดโฟกัสอยู่ทั่วจอเลย ระบบกล้องคือต้องยกให้เขา ชัทเตอร์ก็ไวอีกต่างหาก

นอกจากนั้นยังมี AI ที่ชาญฉลาด (มั้ง) ในช่วงแรกเท่าที่ดูก็ยังมีผิดอยู่บ้าง แต่ก็น้อยมาก แต่การแทรคไวดีนะ ซึ่ง AI มันก็จะค่อยๆ เรียนรู้กันไป จนกระทั่งแมทช์กับเจ้าของนั่นแหล่ะครับ

มาดูรูปถ่ายกันหน่อย มือสมัครเล่น

สรุปการใช้งาน

สำหรับ Samsung Galaxy Note 9 นั้นเป็นอีกรุ่นที่ในช่วงปลายปีที่ออกมาแล้วน่าใช้งานเหมือนเคย แฟนๆ Galaxy Note ถ้าอยู่สัก Galaxy Note 5 ก็น่าจะเปลี่ยนมาใช้นี่คือจะได้เห็นการพัฒนาที่แตกต่างมาก แต่ถ้ายังใช้ Galaxy Note 8 อยู่ล่ะก็ไม่ต่างกันมากนัก แต่ยังไงก็ตามปากกา ที่เป็นจุดเด่นมีประโยชน์มากกว่าการเขียนนั่นเอง อนาคตน่าจะไปประยุกต์ใช้ได้อีกเยอะเลย กล้องก็เทพอยู่แล้ว คงไม่ต้องบอกว่าแจ่มแค่ไหนนะ ฟีเจอร์คงเขียนได้ไม่หมด ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้ใช้ปากกา ซึ่งอรรถประโยชน์เยอะเสียจริง แต่เมื่อทำเป็นรีโมทชัตเตอร์ได้ ก็คงได้ใช้งานมากขึ้นนั่นล่ะ ที่ประทับใจก็กล้องไลฟ์โฟกัส ที่แจ่มจริงจัง ยังมีสโลโมชั่นอีก ทั้งนี้ทดสอบเล่นเกมแล้วก็จับหน้าจอไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ปกติจะถือแต่เครื่องที่มีขอบ เมื่อเข้ามายุคไร้ขอบเวลาจับมันจะไม่เต็มอุ้งมือ ซึ่งอันนี้ก็ปกติของเครื่องไรขอบล่ะนะ แต่เล่นเกมลื่น สบายๆ จ้า เอาเป็นว่าเป็นจัดเต็ม ได้ใจ ใช้ Galaxy Note 9 กันได้เลยนะ เลือกรุ่นกันได้แล้วแต่ว่าจะเอาความจุ 128GB หรือ 512GB ให้สะใจกันไปเลย

ถูกใจบทความนี้  1

ใส่ความเห็น