รีวิว Sony Bravia Android TV KDL-43W800C ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว ล้ำสุดในยุคนี้

Sony-Bravia-Android-TV-review-101

สำหรับยุคนี้ก็มาถึงจุดที่ TV จะมีระบบปฎิบัติการ Android อยู่ในตัวและถูกพัฒนาขึ้นมาให้รองรับการใช้งานกับ TV โดยเฉพาะ ซึ่ง Sony Bravia Android TV ออกมารองรับกับความต้องการใช้งานที่หลากหลายและครบถ้วนที่สุด โดยมีให้เลือกหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่ ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว จนถึงขนาดหน้าจอ 75 นิ้ว และวันนี้ผมพามาพบกับรุ่น KDL-43W800C หน้าจอขนาด 43 นิ้ว รองรับความละเอียดแบบ Full HD ในราคาที่ 26,490 บาท

Sony ลงมาในตลาด Android TV อย่างจริงจังในปีนี้เปิดตัวหลากหลายรุ่นให้เลือกกัน แต่คาดว่ารุ่น KDL-43W800Cจะเป็นรุ่นที่น่าสนใจและสามารถหามาครอบครองได้ไม่ยากนัก จากราคาที่ 26,490 บาท แถมถ้าเจอผ่อน 0% เข้าไปก็เป็นอันจบข่าว โดนแน่นอน โดยเจ้า Sony Bravia Android TV มีความสามารถเหมือนกับ Android เกือบทั้งหมด โดยระบบ Android ที่พัฒนาขึ้นมารองรับการใช้งานบน TV เต็มรูปแบบ แน่นอนว่ารวมถึงแอพที่อยู่บน Google Play Store ด้วย ซึ่งในขณะนี้มีให้เลือกใช้งานแล้ว 6xx แอพ อนาคตจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าเป็นห่วงอะไร คราวี้ผมจะมาแนะนำกันล่ะครับ

ด้าน Hardware และตัวเครื่อง

มาดูในส่วนของตัวเครื่องกันก่อน โดยผมได้รับเครื่องมาพร้อมกล่อง เลยมาแกะกล่อง ดูพวกอุปกรณ์ที่อยู่ในกล่องกันซะหน่อย เมื่อต้นปีเพิ่งซื้อ Smart TV ปีเก่ามาราคาไม่เท่าไหร่ แต่ทว่า Sony มาออก Bravia Android TV นี่ผมน้ำลายไหลเลย ขอบอก Sony-Bravia-Android-TV-review-002

ก่อนไปแกะกล่อง มาดูเรื่องสเปคกันก่อนดีกว่า

Sony-Bravia-Android-TV-review-SpecSony-Bravia-Android-TV-review-Spec2Sony-Bravia-Android-TV-review-Spec3Sony-Bravia-Android-TV-review-Spec4Sony-Bravia-Android-TV-review-Spec5

อาจจะยาวสักหน่อย แต่ว่าเป็นสเปคละเอียดๆ อ้างอิงจากเว็บ Sony โดยตรง

Sony-Bravia-Android-TV-review-004Sony-Bravia-Android-TV-review-008ตัวกล่องระบุรุ่น และฟีเจอร์เด็ดๆ เอาไว้ชัดเจนดีSony-Bravia-Android-TV-review-018

อุปกรณ์ที่มีอยู่ในกล่อง โดยสามารถติดตั้งทั้งแบบแขวนผนัง หรือเป็นขาตั้งบนโต๊ะก็ได้เช่นกัน อุปกรณ์อื่นๆ ก็จะมี Remote และคู่มือการใช้งาน

Sony-Bravia-Android-TV-review-074

ก่อนอื่นก็จับใส่ขาตั้งให้เรียบร้อย ใช้เวลาสักพักใหญ่เหมือนกัน กว่าจะใส่ได้ แบบว่ามือใหม่หัดประกอบ โดยเจ้า Sony Bravia Android TV KDL-43W800C นี่คือตัวล่างนะครับ ตัวข้างบน เป็น Smart TV ยี่ห้อนึงที่ติดตั้งเมื่อต้นปีนี้เอง ขนาด 46 นิ้ว แต่ก็ดูแล้วไม่ต่างกันมากนัก

Sony-Bravia-Android-TV-review-082

บางได้ใจอยู่เหมือนกันนะ Sony-Bravia-Android-TV-review-084

ส่วนที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อทีวี นอกจากฟีเจอร์ที่ทำได้ก็คือ ด้านหลังนี่ล่ะ บรรดาพอร์ทต่างๆ มีอะไรมากน้อยแค่ไหน?Sony-Bravia-Android-TV-review-055มีปุ่ม key pad เอาไว้ให้ใส่คำสั่งเบื้องต้น โดยหากหารีโมทไม่เจอล่ะก็ไม่ต้องห่วง สามารถเปลี่ยนช่อง เร่งลดเสียง เปลี่ยน input และปิดเปิดเครื่องได้ที่ตรงนี้เลย
Sony-Bravia-Android-TV-review-056ส่วน Port ที่ผมคาดว่าจะใช้งานกันมากที่สุดเลยก็คือ ตรงด้าข้างนี่ล่ะครับ เนื่องจากเป็น Port HDMI ที่รองรับ MHL สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone เพื่อนำภาพขึ้นหน้าจอได้ทันที หรือจะเป็น Port USB ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ได้หลากหลาย หรือหลักๆ อาจจะต่อกับ External HDD เพื่อดูหนังหรือฟังเพลงได้ทันทีSony-Bravia-Android-TV-review-059แต่ทว่า Port ทางด้านล่างก็ยังมีให้ใช้อีกเพียบ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่พอSony-Bravia-Android-TV-review-062ส่วน input อื่นๆ ที่จะใช้งาน บางอุปกรณ์ที่ยังใช้ AV อยู่ เช่นพวกกล่องรับสัญญาณดาวเทียม รุ่นเก่าๆ หรืออื่นๆ ก็สามารถนำมาเชื่อมต่อใช้งานได้นะ นอกจากนั้นยังมี Port LAN ถ้าหากเราเดินสาย LAN เอาไว้ที่จุดติดตั้งล่ะก็ แนะนำให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทผ่านสาย LAN เพื่อความเสถียรของสัญญาณที่มากกว่า แต่ถ้าไม่มีสายก็ต่อผ่าน Wi-Fi ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล และถ้ามีเครื่องเสียงที่แจ่มๆ ด้วยแล้ว ก็สามาถต่อเสียงออกมาได้เลยทันทีSony-Bravia-Android-TV-review-067

และยังมีรองรับสายอากาศ สำหรับรับชม Digital TV อีกด้วย

การควบคุมใช้งาน

แน่นอนว่าเราต้องควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล ซึ่งในกล่องจะมีแถมมาให้อยู่แล้วคือรุ่น TX100PSony-Bravia-Android-TV-review-090Sony-Bravia-Android-TV-review-096แต่ทว่าหากต้องการความสะดวกในการใช้งานล่ะก็ แนะนำซื้อเพิ่มเป็นรุ่น TX100E นี่ล่ะ ออกแบบมาใช้งานกับ Sony Bravia Android TV ทุกรุ่น

Sony-Bravia-Android-TV-review-027 เปิดกล่องมาใส่ถ่าน ยังใช้ไม่ได้ทันที สำหรับการใช้งานครั้งแรกต้องเข้าไปที่การตั้งค่าเพื่อ จับคู่ใช้งานก่อนนะ ตัวรีโมทตั้งนี้นอกจากจะช่วยให้การควบคุม Sony Bravia Android TV เป็นเรื่องง่าย ยังสามารถใช้การค้นหาด้วยเสียงได้อีกด้วย ค้นหาเป็นภาษาไทยก็ได้ โดยใช้ปุ่มไมค์ที่อยู่ด้านซ้ายบน นับเป็นอีกหนึ่งความสะดวกในการใช้งานSony-Bravia-Android-TV-review-171

นอกจากนี้แล้วยังมีอุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ อีกคือ joystick จาก Logitech F-31 ซึ่งทดสอบแล้วว่าใช้งานกับ Sony Bravia Android TV ได้แน่นอน ใช้สำหรับเล่นเกมส์เป็นหลัก  ซึ่งทว่าก็ใช้ควบคุม สั่งงานเมนูต่างๆ บนหน้าจอได้เหมือนกัน สะดวกไม่แพ้กันเลย ดังนั้นการควบคุมการใช้งานอันนี้แล้วแต่เลือกเลย แต่ทว่ามีแถมฟรีในกล่องคือเหมือนรีโมททีวีปกติ 1 อันเท่านั้นเอง

Sony-Bravia-Android-TV-review-099Sony-Bravia-Android-TV-review-174

ไม่พลาดกับ รีโมทแบบใช้ผ่าน Sony Smartphone ที่ลงแอพ TV  SideView ถึงหารีโมทไม่เจอ ก็ใช้ Sony Smartphone แทนได้เลย (แอพนี้สามารถลงผ่าน Android รุ่นอื่นๆ ได้)

ด้าน Software ทั้ง OS และ แอพพลิเคชั่น

Sony-Bravia-Android-TV-review-120

อย่างที่เกริ่นนะครับว่า OS นี่มาพร้อมกับ Android 5.0 ซึ่งถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ TV โดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องการเข้ากันไม่ได้ของแอพ ถ้าหากเราติดตั้งผ่าน Google Play Store ตามปกติ แต่ก็มีทางที่จะลงแอพจาก .apk ได้โดยผ่าน ES File Explorer แต่ทว่าบางแอพอาจจะแสดงผลหรือทำงานผิดพลาดได้ ซึ่งถ้าเป็น .apk ทั่วๆ ไป จะรองรับการใช้งานบน Smartphone หรือ Tablet เท่านั้น แต่จะนำมาลงใช้งานก็ไม่ผิดแปลกอะไร

Sony-Bravia-Android-TV-review-104Sony-Bravia-Android-TV-review-113

โหลดเข้าหน้าแรก ใช้เวลาสักแป๊ปนึง หลังจากนั้นก็จะเจอหน้าแรก ที่เราไม่ได้เจอกันบน Android ทั่วๆ ไปแน่นอน เราสามารถติดตามดูวีดีโอ หรือสิ่งที่แนะนำในตอนต้นได้ สามารถเปลี่ยน input ที่เชื่อมต่อไว้ได้ สลับไปมาได้ง่ายๆ แอพต่างๆ ที่มีให้ หากใครใช้งาน Sony Android มาก่อน จะคุ้นรูป icon แอพพวกนี้ดี ส่วน Browser ก็เป็น Opera สามารถใช้งานได้ แต่แอบแปลกใจว่าทำไมไม่เป็น Chrome Browser

Sony-Bravia-Android-TV-review-141Sony-Bravia-Android-TV-review-160Sony-Bravia-Android-TV-review-164

Google Play Storeที่มีแอพให้เลือกเหมือนกับบน Android ปกติทั่วๆ ไป แต่ทว่าบางเกมส์ หรือบางแอพค้นหาเจอ แต่ไม่สามารถติดตั้งได้ ต้องรอทาง dev พัฒนาให้รองรับ แค่นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าต้องรองรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลเลยว่าแอพจะไม่พอใช้งาน อนาคตจะมีตามมาอีกเพียบ ปัจจุบันก็มีให้เลือกประมาณ 600-700 แอพแล้วครับ แค่นี้ก็ใช้ไม่หมดแล้วล่ะ

Sony-Bravia-Android-TV-review-146Sony-Bravia-Android-TV-review-158
ส่วนในกรณีที่ลง .apk ผ่าน ES File Explorer แน่นอนว่าเราต้องดาวโหลดไฟล์ .apk ใส่ flash drive แล้วมาเชื่อมต่อทาง USB Port หลังจากนั้นก็ลงแอพที่ต้องการตามปกติได้เลย ไม่ยุ่งยากอะไร แต่อย่างที่บอกล่ะครับ ความเสี่ยงของแอพที่ลงว่าจะใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ก็มีเหมือนกัน ดังนั้นหากต้องการใช้งานแนะนำให้ลงแอพผ่าน Google Play Store ปกติก่อนSony-Bravia-Android-TV-review-152Sony-Bravia-Android-TV-review-155

ลองทดสอบความสามารถกันสักหน่อย โดยแอพ Antutu นี่ลงผ่าน .apk ก็รันใช้งานได้ปกติ

Sony-Bravia-Android-TV-review-135Sony-Bravia-Android-TV-review-136Sony-Bravia-Android-TV-review-140

ไม่ว่า LifeStyle จะเป็นอะไรได้หมด ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เรียกว่าเป็น Entertainment Smart TV ประจำบ้านเลยก็ว่าได้ ตอบสนองทุกความต้องการจริงๆ และยังมีฟีเจอร์การแสดงผลอย่าง X-Reality Pro, MotionflwXR 800 เรียกว่าภาพคมชัด จัดเต็มตามสไตล์ของ Sony อยู่แล้ว อีกทั้งยังมี ClearAudio+ เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นอีกด้วย ยังไง Sony ก็จัดเต็มมาให้ ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นรุ่นเล็กที่สุดในบรรดา Sony Bravia Android TV แล้วก็ตามที

Sony-Bravia-Android-TV-review-139Sony-Bravia-Android-TV-review-023

รองรับระบบภาพแบบ 3มิติ ต้องเข้าเมนูเพื่อเปิดฟีเจอร์นี้ก่อนใช้งาน และทาง Sony เองก็มีแว่นสามมิติ สำหรับใช้ทดสอบ ดังนั้น ใครที่ซื้อเครื่องรุ่นนี้ จะไม่มีแถม แต่ว่าจะมีขายเพิ่มเติมนะครับ หากต้องการดูหนังระบบ 3 มิติก็ลงทุนเพิ่มอีกนิดนึง สามารถหาซื้อได้ที่ Sony Shop

การใช้งานคีย์บอร์ด

Sony-Bravia-Android-TV-review-129Sony-Bravia-Android-TV-review-133

คีย์บอร์ดภาษาไทย ใช้งานได้ปกติ ครบถ้วน หากใช้งานรีโมทอาจจะไม่ทันใจ แต่หากต้องการพิมพ์สะดวกมากกว่าการใช้งานรีโมทล่ะก็ ให้หาซื้อ wireless Keyboard มาใช้งาน เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการป้อนข้อมูลต่างๆ ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

การส่งภาพขึ้นหน้าจอ

นำภาพขึ้น Sony Bravia Android TV KDL-43W800C  วิธีแรก เรียกฟีเจอร์นี้ว่า One Touch Connection ผ่าน NFC (Screen Mirroring)

Sony-Bravia-Android-TV-review-175Sony-Bravia-Android-TV-review-176Sony-Bravia-Android-TV-review-177Sony-Bravia-Android-TV-review-178

ทำได้ง่ายๆ หาก Smartphone ที่ใช้งานอยู่มี NFC และเรามีรีโมทคอนโทรล TX100E ด้วยล่ะก็แค่นำมาทาบกันแค่นั้น ภาพจากหน้าจอ Smartphone ก็ขึ้นสู่หน้าจอ Sony Bravia Android TV  ได้ในทันที นับว่าเป็นอีกฟีเจอร์ที่สะดวกในการใช้งานจริงๆ อยากโชว์ภาพขึ้นหน้าจอเมื่อไหร่ก็จัดไปได้เลย  แต่ถ้าไม่มีรีโมท TX100E ก็สามารถใช้เมนู Screen Mirroring บน Android แทนได้เหมือนกัน

วิธีที่ 2 คือ Google Cast

อธิบายง่ายๆ เลยที่แตกต่างระหว่างการทำ Google Cast หรือการ Cast Screen  กับ Screen Mirroring ขึ้นหน้าจอก็คือ Google Cast สามารถส่งภาพจากหน้าจอ Smartphone ขึ้นบน Sony Bravia Android TV KDL-43W800C หลังจากส่งภาพขึ้นเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้ Smartphone ไปทำอย่างอื่นได้เลย เช่น ไปเล่น Line, facebook, instagram, twitter หรือแม้แต่เล่นเกมส์ก็ยังได้ โดยที่ไม่มีผลกระทบกับ คลิป หรือหนังจาก youtube ที่เราเปิดดูอยู่ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะใช้งานได้ก็ตอนที่เราดูหนัง หรือคลิปต่างๆ บน youtube นี่ล่ะครับ

Sony-Bravia-Android-TV-review-179

Sony-Bravia-Android-TV-review-188Sony-Bravia-Android-TV-review-193

บน Sony Xperia Z3 สามารถใช้ฟังก์ชั่น cast screen เพื่อต่อหน้าจอขึ้น Sony Bravia Android TV ได้เช่นกัน

Sony-Bravia-Android-TV-review-199Sony-Bravia-Android-TV-review-202หรือจะเป็น iOS ก็จัดได้ เพียงใช้งานผ่านแอพ youtube แล้วเปิดคลิปที่อยากดูส่งขึ้น Sony Bravia Android TV ได้ทันที หลังจากนั้นจะไปทำอย่างอื่นก็ตามสบายเลย เล่นเฟส เล่นเกมส์ ได้หมด

เมนูการตั้งค่าต่างๆ

Sony-Bravia-Android-TV-review-116Sony-Bravia-Android-TV-review-117Sony-Bravia-Android-TV-review-118Sony-Bravia-Android-TV-review-119

ชัดเจนดี อ้อเกือบลืม คือในการใช้งานจริงๆ แล้วต้องใช้ Google Account โดยเราสามารถจัดการ account ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้และเพิ่มของเราได้เลย

Sony-Bravia-Android-TV-review-077Sony-Bravia-Android-TV-review-079

 

โดยสรุปแล้ว Sony Bravia Android TV KDL-43W800C  สมราคา ด้วยความล้ำ และฟีเจอร์ต่างๆ ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันเป็นอย่างดี ครบทุกอรรถรสความบันเทิง ชื่อของ Sony ผมเชื่อว่าทุกคนมั่นใจในเรื่องคุณภาพมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นภาพและเสียงก็ตามแต่ จน Sony Bravia Android TV ออกมานี่เรียกว่าผสานความล้ำเข้ากับความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ การใช้งานหากเป็นรีโมทที่ติดเครื่องมาอาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ แนะนำให้ซื้อรีโมทที่ออกแบบมาเฉพาะเพิ่มเติมหรือไม่ก็ เพิ่มเติมคีย์บอร์ดเพื่อช่วยในการพิมพ์ โดยเฉพาะในการใช้งานเว็บบราวเซอร์ ที่รีโมทปกติไม่สะดวกแน่นอน

ตัว Android ที่ติดตัวมาด้วยเป็น Android 5.0 Lollipop ที่มีการพัฒนามาเพื่อใช้งานกับ Android TV โดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาการใช้งานหากเราลงแอพจาก Google Play Store ปกติ ซึ่งหากเข้าไปดูแล้วแอพที่เห็นอาจจะน้อยไปสักนิดนึง แต่หากลงแอพเพิ่มเองก็อาจจะมีเรื่องการแสดงผลต่างๆ ที่อาจจะไม่ลงตัวแค่นั้นเอง ฟีเจอร์อย่าง Screen Mirroring ผ่าน NFC สำหรับเครื่อง Smartphone ที่มีทำได้ง่ายมาก ถ้าไม่มี NFC ก็ผ่านการเชื่อมต่อปกติได้เหมือนกัน หรือจะดู youtube ผ่าน Google Cast ก็สะดวกไม่แพ้กัน แถมยังเอา Smartphone ไปใช้งานอื่นได้อีกด้วย แต่ถ้าหากไม่ถนัดแบบไร้สาย ก็ยังใช้แบบมีสายผ่าน MHL ได้ เรียกว่ารองรับการใช้งานส่งภาพขึ้นหน้าจอได้ทุกรูปแบบ  โดยภาพรวมแล้ว Sony Bravia Android TV KDL-43W800C นี่ช่วยให้บ้านของผมสะดวกขึ้นเยอะเลย กลายเป็น Android TV ของทุกคนในบ้าน เพราะรองรับทุกความบันเทิง ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะช่วงนี้ใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ล่ะก็ Sony Bravia Android TV KDL-43W800C  เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับเริ่มต้นกับ Android TV

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

ถูกใจบทความนี้  0

2 thoughts on “รีวิว Sony Bravia Android TV KDL-43W800C ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว ล้ำสุดในยุคนี้

  1. The all new Sony’s Android TV brings to you an exciting new entertainment experience with a dazzling world of content, apps, games and loads more. Enjoy tons of apps via Google Play store on your TV now.

ใส่ความเห็น