รีวิว True 4G Car WiFi เปลี่ยนชีวิตติดเน็ตบนท้องถนน

True-Car-WiFi-review-003

เทรนด์ของการใช้งาน mobile hotspot คงยังไม่หมดไป เพราะชีวิตทัุกวันนี้มีแต่จะเป็นยุค mobile หรือยุคของการเคลื่อนที่ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ทั้งนั้น และชีวิตเราติดเน็ตกันซะแล้ว หากวันไหนไม่มี จุดไหนใช้ไม่ได้ก็บ่นกันอุบ แน่นอนว่าแม้แต่ขณะที่อยู่บนรถด้วย วันนี้มี 4G Car WiFi มาแนะนำจาก true ใช้งานได้สูงสุด 5 อุปกรณ์ ราคาไม่แพงแค่ 2,290 บาท เท่านั้นเอง จริงๆ แล้วมีรุ่นสูงสุดรองรับการใช้งาน 10 อุปกรณ์ด้วยนะ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ผ่านประสบการณ์การใช้งานพวก Mi-Fi กันมาบ้างแล้วในยุค 3G ซึ่งเป็นอุปกรณ์ติดตัวเอาไว้แชร์เน็ต ถึงแม้ว่า Smartphone จะทำได้ก็ตามแต่ก็เปลืองแบตเตอรี่ มาในยุค 4G อุปกรณ์ที่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อให้เราได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตกันได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ ก็คือเจ้า 4G Car WiFi จาก true นี่ล่ะครับ เนื่องจากบนท้องถนน รถติดๆ คนที่นั่งมาในรถด้วยกันอยู่ว่างๆ จะไปทำอะไรล่ะ ส่วนใหญ่ก็คงหยิบ smartphone ขึ้นมาใช้งานและคงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการใช้งานอินเตอร์เน็ตซึ่งหากเชื่อมต่อปกติก็ทำได้ แต่ทว่าหากมี hotspot ที่ปล่อยเน็ตให้ใช้งานกันฟรีๆ (เจ้าของรถออกตังค์) จะดีแค่ไหนล่ะครับ ผมว่าคนนั่งรถคันนั้นก็ต้องชอบ (แต่คนขับคงไม่ชอบ ฮา) สะดวกและประหยัดด้วยนะครับ เจ้า 4G Car WiFi ออกแบบมาให้การใช้งานบนรถได้อย่างลงตัว มาดูกันครับว่าทำอะไรได้บ้าง

Landing-Page-Car-WiFi-010515_02(1)(1)

 

ขอหยิบโปรโมชั่นของ true มาแนะนำกันก่อนครับ

True-Car-WiFi-review-003

หลังจากนั้นก็มาแกะกล่อง สักหน่อย รุ่นที่ผมใช้คือรุ่นที่รองรับ 5 อุปกรณ์ หรือ 5คนนั่นเอง ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ 2290 บาท โดยหากสนใจสมัครแพ็คเกจ ก็จะได้่ส่วนลดซื้อเจ้า  4G Car WiFi  50%  อีกด้วย

True-Car-WiFi-review-004

กล่องด้านหลังบอกรายละเอียดฟีเจอร์ต่างๆ ไว้ครบถ้วน แน่นอนว่ารองรับ 4G รับคลื่น 1800/2100MHz ที่ true ให้บริการนั่นล่ะครับ ซึ่งดาวโหลดสูงสุด 150Mbps และ อัพโหลด 50 Mbps และกระจาย WiFi ด้วยมาตรฐาน 802.11 b/g/n แน่นอนว่าไม่รองรับ ac นะ

True-Car-WiFi-review-002

ด้านข้างกล่องมีบอกคีย์ฟีเจอร์เอาไว้เช่นกัน

True-Car-WiFi-review-006

อุปกรณ์ในกล่องที่มให้ ก็มีแต่เจ้า 4G Car WiFi ล่ะครับ อ้อ มีคู่มือการตั้งค่า ใช้งาน และสติ๊กเกอร์ให้ติดที่รถด้วยว่า รถคันนี้ให้ใช้ 4G ฟรีๆ ฮ่ะๆ

True-Car-WiFi-review-009

หน้าตาเจ้า 4G Car WiFi เป็นแบบนี้ล่ะ เผื่อใครยังไม่เคยเห็น

True-Car-WiFi-review-010

แน่นอนว่าเอาไว้ต่อจากที่จุดบุหรีนั่นล่ะ

True-Car-WiFi-review-011

ตรงนี้เป็นที่ใส่ซิมครับ

True-Car-WiFi-review-013

ลองเปิดฝาออกมา จะเห็นช่องใส่ซิมเป็นแบบ micro SIM และพอร์ท mini USB เพื่อเสียบกับสาย USB ไปที่อะแดปเตอร์ (ไม่มีในกล่อง) หรือจะว่าไปก็คือพอร์ท USB เป็นไฟเลี้ยงเพื่อให้เจ้า 4G Car WiFi ทำงานได้ นั่นล่ะครับ ดังนั้นไม่ต้องใช้บนรถก็ยังได้นะ และยังสามารถต่อสายอากาสเพิ่มเติมได้ด้วย กรณีที่ต้องการความแรงก็จัดเพิ่มเติมได้เลย

True-Car-WiFi-review-016

ลองเสียบสาย USB เพื่อเปิดการทำงาน โดยมีปุ่ม power อยู่ตรงกลางปุ่มเดียวนี่ล่ะครับ วิธีการกดเปิด ก็ให้กดค้างไว้สักแป๊ปนึง แล้วก็รอการเชื่อมต่อ หากมีการตั้งค่าแล้ว ก็สามารถจับสัญญาณแล้วใช้งานได้ทันที

 

True-Car-WiFi-review-018

 

มีไฟตรงปุ่ม power ด้วย เพื่อบอกสถานะ มีสีขาว สีเขีย วและสีแดง แต่ละสีก็ แสดงให้เห็นสถานะการเชื่อมต่อต่างๆ กัน และตรงด้านหัวจะมีพอร์ท USB ให้ 1 พอร์ทสำหรับชาร์จไฟกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ในตัว

True car wifi 004

ลงอติดตั้งใช้งานกันจริงๆ โดยรถผมที่จุดบุหรี่อยู่ลึกเข้าไปที่คอนโซลที่ออกแบบมา ทำให้ไม่สามารถเสียบเข้าไปได้ตรงๆ เสียบไปแล้วไฟไม่เข้า ทำให้ต้องหาตัว spliter  มาเพิ่มเติม

True car wifi 008

 

นี่ครับ เป็นตัว spliter ที่แยกจากที่จุดบุหรี่ตามปกติออกมาอีกทีนึง ซึ่งอย่างที่บอกครับ การใช้งานก็ต้องดูรถของเราด้วยว่า สามารถเสียบเจ้า 4G Car WiFi ได้หรือไม่ กรณีผมคือไม่ได้ นั่นล่ะ เพราะรถแต่ละรุ่นก็ออกแบบช่องจุดบุหรี่ไม่เหมือนกันซะด้วย

มาดูด้านการตั้งค่ากันหน่อย

True car wifi 009

 

สำหรับการตั้งค่า ครั้งแรกก็ให้เข้าไปตั้งค่าโดยการเชื่อมต่อผ่าน WiFi นั่นล่ะครับ โดยผ่าน browser 192.168.1.1 และใส่ user: admin password: password

True car wifi 022

หลังจากนั้นก็เข้าไปเปลี่ยนชื่อ SSID กับ paassword ในส่วนของ wireless settings กันหน่อย จริงๆ ชื่อ SSID หรือชื่อ hotspot ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยน password ในการเข้าใช้งานไม่งั้น อาจจะมีเพื่อนร่วมถนนช่วยใช้ก็ได้นะครับ หรือไม่ถ้าใจดีก็ไม่ต้องเปลี่ยน ให้เพื่อนร่วมถนนใช้ชั่วคราวก็ได้ จะเกิดได้ก็ตอนรถติดๆ แล้วเพื่อนร่วมถนนเกิดเปิด WiFi สแกนเจอชื่อ แล้วก็ใส่ default password ที่ตั้งมานั่นล่ะครับ

 

True car wifi 039

 

แน่นอนว่าสามารถตรวจสอบได้นะว่า ขณะนี้มีอุปกรณ์อะไรเชื่อมต่ออยู่บ้าง

ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ผมขอข้ามไปเลยก็แล้วกัน ซึ่งจริงๆ ก็เหมือนกับ router หรือพวก Mi-Fi นั่นล่ะครับ  แต่สำหรับคนใช้งานอย่างเราๆ ท่านๆ แค่เปลีย่น password ในการเชื่อมต่อ WiFi เสร็จก็ใช้งานได้ทันที ค่าอื่นๆ ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร แค่นี้เองก็จะได้ใช้งานได้อย่างสบายใจ

โดยสรุปแล้วเจ้า 4G Car WiFi นับว่าเป็นอะไรที่ให้ความสะดวกในการเคลื่อนที่ อาทิการใช้งานเช่น ดูหนังออนไลน์หรือพวก youtube นี่ชัดเจน คนขับก็ดูได้ อาจจะเป็น iPad ที่ต้งไว้หน้ารถ ดูได้ทุกคนทั้งคนชับและคนนั่งมาด้วย อีกคนไม่ดูก็เล่นเน็ตกันไป ต้องบอกว่าการใช้อินเตอร์เน็ตผ่าน WiFi ก็เซฟเรื่องแบตเตอรี่ได้อีกทางด้วยนะครับ ไม่เปลืองเน็ตตัวเองแล้วยังประหยัดแบตอีก ได้สองต่อเลย ซึ่งผมคงไม่ต้องเทสสัญญาณหรือความเร็วให้ดูเพราะว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนั้นหากต้องการใช้งานล่ะก็ อย่ารอช้าจัดได้เลย สะดวกสบายมาก แต่ต้องบอกว่า ข้อจำกัดบางอย่างก็อาจจะต้องเสียตังค์เพิ่ม เช่นตัว ตัวแยกหัวที่จุดบุหรี่ เพราะว่ารถแต่ละคันออกแบบมาไม่เหมือนกันอย่างรถผมก็ใช้งานไม่ได้ต้องไปซื้ออปุกรณ์ spliter เพิ่มนั่นล่ะ และอีกจุดนึงก็คือ พยายามหาอยู่ auto start อันนี้ไม่มี คือด้วยการใช้งานบนรถ เมื่อเราเสียบทิ้งเอาไว้ แล้วกลับมาบนรถ สตาร์ทเครื่องยนต์ เจ้า 4G Car WiFi ควรจะเปิดพร้อมใช้งาน แต่การใช้งานจริง ก็ต้องมาเปิดสวิทช์เอง ถ้ามีแบบอัตโนมัติจะดีมากเลย จริงๆ สามารถพกติดตัวไปใช้งานได้ด้วยนะ โดยอีกวิธีนึงก็คือใช้ powerbank เสียบกับพอร์ท miniusb เพื่อเป็นแหล่งจ่ายไฟให้เจ้า 4G Car WiFi ทำงานได้ แต่ด้วยรูปร่างอาจจะไม่สะดวกในการพกพาสักเท่าไหร่ แต่ก็มาบอกไว้เพื่อว่าใครที่ใช้งานอยู่ ก็หยิบติดตัวไปใช้งานชั่วคราวก็ได้ แทน MiFi เลย หลักๆ ก็คงประมาณนี้ล่ะครับ ยุคนี้ ยุค 4G และการใช้งานอินเตอร์เน็ตต้องใช้งานได้ทุกที่จริงๆ แม้แต่อยู่บนท้องถนนก็ไม่เว้นแล้วล่ะคร้าบ

ถูกใจบทความนี้  2