รีวิว Vivo V11 ดีไซน์งามหยดย้อย ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ สแกนนิ้วบนจอแสดงผล และกล้องที่ถ่ายได้สวยในทุกสถานการณ์ !!

Vivo V11 สมาร์ทโฟน Mid-range รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมความครบเครื่องรอบด้าน อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล นับเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากเรือธง Vivo X21 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากเทคโนโลยีที่จัดเต็มแล้ว Vivo V11 ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ไล่ระดับเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อีกทั้งยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Halo FullViewTM Display ที่มีความสวยงามคมชัด ขนาดใหญ่เต็มตา 6.41 นิ้ว โดยมีพื้นที่แสดงผลสูงถึง 91.27% แถมขอบจอยังบางเฉียบเพียง 1.76 มม. อีกด้วย ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์หรือเล่นเกมได้อรรถรสที่เติมเต็มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี AI อันชาญฉลาดที่พร้อมขับเคลื่อนการใช้งานได้เต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ รวมไปถึงกล้องที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดีในทุกสถานการณ์จากความฉลาดของตัว AI โดย Vivo V11 ถือว่าเป็นรุ่นสานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ V9 ได้อย่างลงตัว

สเปคเบื้องต้น Vivo V11

● จอแสดงผล Halo FullViewTM Display ชนิด  Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9  ความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล กระจกโค้ง 2.5D
● ซีพียู Qualcomm Snapdragon 660AIE Octa-core
● จีพียู Adreno 512
● แรม 6GB
● หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card สูงสุดที่ 256GB
● กล้องหลังคู่ 12 MP, f/1.8, 1/2.8″, dual pixel PDAF + 5 MP, f/2.4, depth sensor autofocus, LED flash
● กล้องหน้า 25 MP, f/2.0
● รองรับ 3G/4G ทุกคลื่นความถี่ในไทย
● ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 4.5 (บนพื้นฐาน Android 8.1)
● แบตเตอรี่ความจุ 3400mAh รองรับฟีเจอร์ชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging
● ขนาดตัวเครื่อง 157.91 x 75.08 x 7.9 ม.ม.
● น้ำหนัก 156 กรัม
● สี Nebula (ม่วง-น้ำเงิน), Starry Night (ดำ-น้ำเงิน)
● ราคาวางจำหน่าย 13,990 บาท

 

Packaging & Accessories

ตัวกล่องแพ็กเกจมาในขนาดกะทัดรัดและเลือกใช้โทนสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายเหมือนเช่นเคย ด้านหน้ากล่องพิมพ์รูปตัวเครื่องพร้อมโชว์จุดขายด้วยรูปลายนิ้วมือซึ่งสื่อไปถึงนวัตกรรม In Display Fingerprint Scanning อันลื่อลั่นต่อจากรุ่นพี่ Vivo X21 นั่นเอง

 

ด้านหลังกล่องนำเสนอฟีเจอร์หลักอันเป็นจุดขาย ซึ่งประกอบไปด้วย ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในจอแสดงผล, กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยความฉลาดล้ำจาก AI, และระบบชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging

 

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาจะประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
  2. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม
  3. เคสซิลิโคนชนิดใส

4. สาย Micro USB + อแดปเตอร์ชาร์จ OUTPUT 5V-2A, 9V-2A  รองรับระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging

 

5.หูฟังสมอลทอร์คแบบอินเอียร์

 

 

Design & Hardware

เป็นอีกครั้งสำคัญสำหรับความเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ของสมาร์ทโฟนจากค่าย Vivo โดยในปัจจุบันเราก็คงจะพอมองเห็นแล้วว่าเทรนด์การออกแบบของสมาร์ทโฟนยุคนี้ จะมี Notch หรือรอยบากบนหน้าจอ พร้อมดีไซน์การไล่เฉดสีของตัวเครื่องที่รังสรรค์จากแรงบันดาลใจอันมาจากธรรมชาติเป็นจุดขายหลักนั่นเอง โดย Vivo V11 มาพร้อมดีไซน์รอยบากครึ่งวงกลมในลักษณะของรูปทรงหยดน้ำ ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน และแน่นอนว่าส่งผลให้หน้าจอแสดงผลนั้นมีพื้นที่ต่ออัตราส่วนของตัวเครื่องที่สูงถึง 91.27% แถมขอบจอยังบางเฉียบเพียง 1.76 มม. เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีอัตราการแสดงผลต่อตัวบอดี้สูงลำดับต้น ๆ ของตลาดสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้

ส่วนดีไซน์การไล่เฉดสีของตัวเครื่อง ทาง Vivo เอง มีการทำ R&D อย่างหนัก และรังสรรค์ Vivo V11 ออกมาด้วยแรงบันดาลใจจากแสงและเงาในโทนสี Starry Night โดยมีแนวคิดจากท้องฟ้าในยามค่ำคืน และผสมผสานความงามระหว่างสีดำและสีน้ำเงิน  ส่วนโทนสี Nebula นั้นกำเนิดจากความสว่างของดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับในท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้เกิดเฉดสีฟ้าและม่วงสีม่วงของเนบิวลา ซึ่งให้ฟิลลิ่งประหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาลที่ย่อลงมาสู่มือของผู้ใช้งานนั่นเอง

ในภาพรวมภายนอก Vivo V11 มาพร้อมดีไซน์ฝาหลังแบบ 3D ที่เน้นความโค้งเว้า พร้อมสอดรับเข้ากับสรีระศาสตร์แถมยังมีน้ำหนักที่เบา จึงทำให้การจับถือมีความกระชับและรู้สึกถนัดมือดีมาก ส่วนในแง่ของงานประกอบ ต้องชมเลยว่า Vivo V11 มีความเรียบร้อยแข็งแรง แน่นหนาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยเมื่อลองกดลองบีบแรง ๆ ก็ไม่พบ defect ในด้านของวัสดุและงานประกอบแต่อย่างใด  ตรงนี้ Vivo ยังคงรักษามาตรฐานที่ถือว่าเป็นจุดแข็งจุดขายของทางค่ายไว้ได้อย่างเหนี่ยวแน่น

 

คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ฝาหลังไล่โทนเฉดสีแบบเกลี่ยเล่นระดับได้อย่างงดงาม พร้อมให้สีสันและเปล่งประกายระยิบระยับงามจับตาเมื่อยามกระทบแสงอาทิตย์ หรือแสงไฟนีออน

 

หน้าจอแสดงผลมาพร้อมเทคโนโลยี Halo FullViewTM Display โดยใช้พาเนลชนิด Super AMOLED ขนาด 6.41 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9  ที่ความละเอียด Full HD+ 2340*1080 พิกเซล พร้อมกระจกโค้ง 2.5D สำหรับจุดเด่นของจอแสดง Halo FullViewTM Display บน Vivo V11 ก็คือมีค่า DCi P3 color gamut สูงถึง 99.5% เลยทีเดียว ซึ่งถ้าให้อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ จอแสดงผลของ Vivo V11 มีการแสดงผลของสีสันที่ให้ความสมจริงอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงมาก หากใครที่ชื่นชอบถ่ายรูปและอยากรู้ว่ารูปที่เราถ่ายออกมาให้สีสันตรงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงเหมือนที่ตาเห็นหรือไม่ จอแสดงผลของ  Vivo V11  สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดีเลยครับ

 

สำหรับลำโพงสนทนาจะอยู่ที่ด้านบนสุด โดยออกแบบให้กลมกลืนไปกับขอบของตัวเครื่องได้อย่างลงตัว สำหรับกล้องหน้าจัดวางเลย์เอาท์ไว้ภายในรอยบาก ทำให้ได้พื้นที่แสดงผลที่ใหญ่เต็มตา ตอบทุกโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว และอีกสิ่งที่น่าประจับก็คือ Vivo V11 นั้นติดฟิลม์กันรอยมาให้ตั้งแต่โรงงาน ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะหาฟิลม์ยากเพราะดีไซน์ที่แตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในท้องตลาด

 

กล้องหลังคู่ Dual Camera ออกแบบจัดวางเลย์เอาท์ไว้ในกรอบสแตนเลสสีทอง ที่ช่วยเพิ่มหรูหราพรีเมี่ยม และมาพร้อมไฟแฟลช LED 1 ดวง ตัวกล้องหลังเลือกใช้เซ็นซอร์แบบ dual pixel ที่มีควาสามารถในการจับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วแม่นยำเพียง 0.03 วินาที สำหรับเซ็นเซอร์ตัวแรกจะมีความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซล (โดย 2 เซ็นเซอร์รวมกันเป็น 24 ล้านพิกเซล) มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 และพิกเซลไซส์ขนาด 1.28μm ส่วนกล้องตัวที่ 2 ให้ความละเอียดมาที 5 ล้านพิเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 พร้อม depth sensor  ที่ช่วยตรวจจับความลึกหรือระยะห่างของตัววัตถุ ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมโบเก้ได้อย่างสวยงามในสไตล์กล้อง DSLR

 

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีไมค์บันทึกเสียงและยังเป็นไมค์ที่ใช้ในการตัดเสียงรบกวนอีกด้วย

 

ด้านล้างประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมค์สนทนา, พอร์ต Micro USB, และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ในด้านของคุณภาพเสียงลำโพงของ Vivo V11 ต้องบอกว่าน่าประทับใจครับ แม้จะเป็นลำโพงแบบโมโนแต่ก็ให้สุ้มเสียงที่ดีเกินคาด ทั้งในด้านความดังและความใสเคลียร์  และเมื่อเปิดเร่งระดับเสียงจนสุดเสียงที่ออกมาก็ไม่แตกพร้าแต่อย่างใด

 

ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์จะอยู่ที่ฝั่งขวาของตัวเครื่อง

 

สำหรับฝั่งซ้ายจะเป็นที่อยู่ของ ช่องถาดซิม+การ์ด MicroSD

หนึ่งในจุดเด่นของ Vivo V11  คือการให้ช่องถาดซิมมาแบบ Triple slot  ทำให้สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดไปพร้อม ๆ กับการใส่หน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ซึ่งเป็นข้อดีเหนือว่าถาดแบบไฮบริดที่มักนิยมใช้กันในสมาร์ทโฟนยุคนี้

ดูหน้าถัดไป… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2 

 

ถูกใจบทความนี้  47

ใส่ความเห็น